คอลัมน์: ไทยโพสต์: รอศาล รธน.ชี้ขาด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 00:00:20 น.

กระบวนการหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการคำนวณหาจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้ สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ก็คือ เมื่อสำนักงาน กกต.ยื่นคำร้องไปแล้ว ทางศาล รธน.จะวินิจฉัยออกมาอย่างไร จะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ และหากศาล รธน.รับคำร้อง ทางที่ประชุมตุลาการศาล รธน.จะมีการพิจารณาคำร้องดังกล่าวออกมาอย่างไร ในเรื่องการคำนวณเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้ส่งคนลงเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา หลังมีความคิดเห็นที่หลากหลายกันอยู่ระหว่างฝ่ายต่างๆ จนเมื่อหาข้อยุติไม่ได้ ขณะเดียวกัน ทาง กกต.ก็อาจเกรงว่าหากสุดท้าย เคาะจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคได้ออกมาแล้ว จะมีคนไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย จนมีการยื่นเรื่องเอาผิด กกต. จึงเป็นเหตุให้ กกต.ต้องใช้วิธีการส่งคำร้องไปให้ศาล รธน.วินิจฉัยชี้ขาด

ทั้งนี้ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงมติ กกต.ดังกล่าว ที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญสามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่อาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่

โดยตามข่าวที่ปรากฏ ทางประธาน กกต.ยืนยันว่า การส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.ส่วนกรณีที่สำนักงาน กกต.ออกมาเปิดเผยว่า จะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอไว้ และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่า หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้ นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่

ประธาน กกต.แจงว่า เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน ในการตีความกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อนำมาคำนวณจำนวนเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ หากเป็นเช่นนี้ คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้ จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ ซึ่งการที่ กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่

แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวมีความเห็นที่ตามมาหลากหลาย เช่น ฝ่ายพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากตีความกฎหมายตรงไปตรงมาไม่เห็นว่าจะมีปัญหาตรงไหน และเมื่อคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคที่มี ส.ส.พึงมี และจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับตาม 128 (7) แล้วผลคำนวณก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อครบ 150 คน ไม่ได้มีปัญหาเหมือนที่ กกต.อ้าง เรื่องที่ กกต.จะเสนอให้ศาลวินิจฉัยนั้น เห็นว่าปัญหาที่ กกต.อ้างดูเหมือนกับการจะขอคำอธิบายข้อกฎหมายกับศาล รธน. ทั้งที่ กกต.มีอำนาจในส่วนนี้อยู่แล้ว แต่ กกต.ไม่ได้ใช้ เพราะ หากใช้อำนาจตามที่มีอยู่และพิจารณาไปตาม กม. ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวล โดยส่วนตัวจึงเห็นว่าอาจยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะยื่นให้ศาล รธน.วินิจฉัยได้ เพราะที่ผ่านมาเข้าใจว่าศาลเคยวางหลักว่าไม่มีหน้าที่มาอธิบายรัฐธรรมนูญ

เมื่อเรื่องดังกล่าวมีความเห็นที่แตกต่างกัน มองในอีกด้านหนึ่งการที่ กกต.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็เป็นผลดี เพื่อจะได้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหลักการเอาไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไป ดังนั้นสิ่งที่ต้องรอต่อจากนี้ก็คือ คำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่หลังมีออกมาแล้ว คงได้ข้อยุติในเรื่องนี้จนสะเด็ดน้ำ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง