คอลัมน์: สาระสุขภาพแพทย์แผนไทย: เที่ยวสงกรานต์อย่างปลอดภัย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 00:00:29 น.
วัชรีพร คงวิลาด
panthaibook@hotmail.com

ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยที่มีการจัดงานต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย กระทั่งในปี พ.ศ.2483 จึงเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 มกราคมของทุกๆ ปีเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ประเพณีวันสงกรานต์จะจัดขึ้นในวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่พระอาทิตย์หมุนวนรอบตัวเองเพื่อขึ้นรอบใหม่ หรือก้าวเข้าสู่ราศีเมษอย่างเป็นทางการ จึงถือเอาการโคจรขึ้นรอบใหม่ของดวงอาทิตย์เป็นวันขึ้นปีใหม่ ในช่วงนี้ตรงกับฤดูร้อนอากาศร้อนอบอ้าวจึงมีการละเล่นสาดน้ำเพื่อให้เกิดความชุ่มฉ่ำคลายร้อน เป็นที่สนุกสนานจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เจนตาในวันสำคัญนี้ไปแล้ว

นอกจากนี้ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่คือการไปรดน้ำขอขมาผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่จะให้พรหรืออวยพรเพื่อความสุข ความเจริญ ความเป็นสิริมงคล หรือผู้ใหญ่บางท่านก็ตระหนักดีว่าท่านเองก็ไม่ใช่ผู้ที่จะอำนวยอวยพรใครได้ ท่านก็จะใช้วิธีอาราธนาอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้พรกับเราแทน และยังเป็นการขอขมาลาโทษในเวลาที่ผ่านมาได้ทำผิดหรือล่วงเกินอะไรไปบ้าง ก็เป็นการให้อภัยซึ่งกันและกัน

สำหรับการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือสรงน้ำพระแล้วคนไทยจะไม่ใช้น้ำเปล่าธรรมดา แต่น้ำนั้นจะต้องอบร่ำ หรือผสมกับน้ำอบน้ำปรุงแป้งร่ำ ปรุงด้วยน้ำขมิ้นและโรยด้วยดอกไม้ เพื่อให้น้ำนั้นมีความพิเศษในโอกาสพิเศษนี้ ด้วยมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลกต่างเชื่อว่าการบูชาสิ่งศักดิ์ บูชาผู้เป็นที่เคารพล้วนต้องใช้เครื่องหอม เพื่อแสดงความนับถือความเคารพอย่างสูงสุดนั่นเอง ด้วยเหตุนี้น้ำอบน้ำปรุงชนิดบรรจุขวดขายในปัจจุบันจึงได้ความนิยมมากในเทศกาลนี้ และที่ควบคู่ไปกับการสาดน้ำก็คงเป็นการขอประแป้งบนแก้มของหนุ่มสาว ในอดีตเขาจะใช้ดินสอพองผสมกับสมุนไพรชนิดต่างๆ อาจเป็นสมุนไพรที่มีสีเสริมแก้มให้แดง หรือสมุนไพรที่ช่วยลดอาการผดผื่นคัน หรือมีสรรพคุณเป็นยาเย็น เป็นต้น ส่วนการไปประแป้งก็ขอกันดีๆ และมีความสุภาพอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่าการละเล่นของคนไทยในอดีตที่ผ่านมานั้นคงไว้ด้วยประโยชน์จากของที่นำมาละเล่นกันและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ปัจจุบันแม้การใช้ดินสอพองจะน้อยลง แต่ยังมีให้เห็นกันประปรายอาจเพราะคนยุคนี้รู้จักดินสอพองน้อยลงหรือไม่ เช่นนั้นก็เพราะมีแป้งฝุ่นทั้งแบบมีกลิ่นหอมและมีความเย็นเข้ามาแทนที่

นอกจากนี้วันสงกรานต์ยังเป็นวันรวมกิจกรรมที่มีความสำคัญสำหรับครอบครัวตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ด้วย เช่น วันครอบครัว วันผู้สูงอายุ เพราะนับเป็นโอกาสเดียวในรอบปีที่ญาติพี่น้องต่างมาชุมชนุมกันอย่างพร้อมเพียง สมัยก่อนประเพณีสงกรานต์จะจัดกันอย่างสนุกสนานที่วัด มีประเพณีสรงน้ำพระ ขนทรายเข้าวัดพร้อมการจัดประกวดก่อกองทราย และการแสดงการละเล่นต่างๆ พอยุคสมัยเปลี่ยนไปการขอรดน้ำและประแป้งอย่างสุภาพก็กลายเป็นการฉีดน้ำด้วยปืนฉีดน้ำ ด้วยสายยาง ด้วยท่อพีวีซีแทน แถมการประแป้งก็กลายเป็นการถือโอกาสลวนลามลูบโลมสาวๆ หรือแม้แต่หนุ่มๆ เองก็โดนเช่นกัน และใช้แป้งเย็นน้ำแข็ง สี เมล็ดแมงลักผสมน้ำไล่สาดกัน เรียกว่าเล่นแผลงๆ กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเพณีสงกรานต์ก็ยังมีเสน่ห์ในตัวเองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน อย่างแถบภาคใต้ก็จะมีชาวมาเลเซีย สิงคโปร์หลั่งไหลเข้ามา ในเชียงใหม่บริเวณรอบๆ คูเมืองก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวละเล่นน้ำทั้งชาวไทยและชาวตะวันตก และที่สนุกไม่แพ้กันก็ที่ถนนข้าวสารในกรุงเทพฯ ต่างก็คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่นกัน ในปีนี้ก็หวังว่าประเทศไทยจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นๆ ให้เม็ดเงินสะพัดมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของบ้านเราในเวลานี้ได้บ้าง

ที่สำคัญอุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมาก็ทวีจำนวนสูงขึ้นทุกปีอย่างน่าเป็นห่วง แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีการกำหนดแผนการรณรงค์เมาไม่ขับ ทางตำรวจจัดตั้งจุดพักผ่อนกลางทางจุดตรวจเครื่องยนต์ บริการแจกกาแฟ หรือตรวจจับผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง เพื่อช่วยลดจำนวนผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุให้น้อยลง แต่ก็ยังช่วยได้ไม่มาก ทั้งนี้เพราะผู้ที่ดื่มสุรามึนเมาแล้วมักประมาทขาดสติ ขาดความรอบคอบจึงมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง หลายปีที่ผ่านมาที่มีการเฝ้าระวัง 10 วันอันตราย ต่างมีคนตายและบาดเจ็บในเทศกาลนี้จำนวนสูงกว่าเทศกาลอื่นๆ มาก

หนุ่มสาววัยแรงงาน วัยศึกษาทั้งหลายที่โยกย้ายถิ่นฐานไปทำหน้าที่ของตนในถิ่นอื่นต่างก็เฝ้ารอโอกาสที่จะได้กลับบ้านในเทศกาลนี้เพื่อจะได้พบปะญาติพี่น้องพ่อแม่ของตนเองอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งอาจจะมีเพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งปีด้วยซ้ำ แทนที่จะได้อยู่บ้านช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดบ้านช่อง พากันไปวัดไปวา ไปทำบุญกัน กลายเป็นว่าพอเดินทางกลับถึงบ้านพ่อแม่ยังไม่ทันได้ชื่นใจเต็มที่ก็พากันไปพบปะเพื่อนฝูงชวนกันกินเหล้าเมายา เดินทางไปเที่ยวอย่างประมาทเลินเล่อจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียทรัพย์สิน แทนที่พ่อแม่จะได้ชื่นชมลูกเต้ากลับต้องมานั่งทำศพลูกแทน ภาพอย่างนี้มีให้เห็นทุกปี แล้วแต่จะถึงคราวลูกบ้านไหนเท่านั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เราจึงมักจะเห็นหนุ่มสาววัยแรงงาน กำลังของชาติในอนาคตทั้งนั้นที่ตาย ต่างก็ทิ้งคนแก่เฝ้าบ้านต่อไป เทศกาลสงกรานต์ปีต่อไปไม่มีลูกหลานมาให้ได้เจอะเจออีกแล้ว มันเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ถ้าเพียงแต่ทุกคนจะช่วยกันลดการดื่มเหล้า ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้วันแห่งการรอคอยในเทศการสงกรานต์มีความหมายและมีความสุขขึ้น

เที่ยวสงกรานต์ปีนี้จงอย่าประมาทและอย่าลืมไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่และผู้ใหญ่ในชุมชนเพื่อความสุขสวัสดิมงคลของชีวิตสืบไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง