คอลัมน์: จัตุรัสทั่วไทย: คิงเพาเวอร์ดัน'ผ้าตีนจก-มัดย้อม'บุกตลาดโลก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 00:00:00 น.
เรื่องและภาพ...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
บล็อกเกอร์-gurutourza
ชูภูมิปัญญาปกากะญอลำพูนชนแบรนด์อินเตอร์

การหลอมรวมพลัง "ผ้าชุมชนไทย-วิถีวัฒนธรรมปกากะญอ-แบรนด์ฟุตบอลเลสเตอร์" ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้โครงการ "คิงเพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย" ของนักธุรกิจคนไทย โดยการทุ่มลงทุนนำเรื่องราวกว่า 200 ปี จากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ถักทออยู่บนผืนผ้าตีนจก ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติทั้งแบบมัดร้อนและมัดเย็น ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่ Thai Natural Dye Collection  ได้อย่างลงตัว พร้อมๆ กับคิดค้นนวัตกรรมวิธีการทอแบบกลับหัวเป็น "หน้าจิ้งจอกสีน้ำเงิน" (โลโก้ทีมเลสเตอร์ ซิตี) อย่างมีดีไซน์ ด้วยการเพิ่มลายทอจกดอกจัน ลายโคม และลายทอหน้าหมอน ลายที่มีความแตกต่างจากลายบนผ้าซิ่นทั่วไป เหมาะจะสวมบนศีรษะ จนกลายเป็นประติมากรรมชิ้นเอกหนึ่งเดียวในโลก (masterpiece) ทอสลับอยู่ข้างๆ ตัวอักษร LCFC-Leicester City Fan Club

ปี 2562 "ผลิตภัณฑ์ผ้าตีนจก-มัดย้อมแบบร้อนและเย็น" ของชาวปกากะญอ ลำพูน ประกาศศักดากลายเป็นแฟชั่น "สินค้าชุมชนไทย" สามารถวางขายเคียงข้างแบรนด์ระดับโลก ต้อนรับ "ซัมเมอร์ คอลเลคชั่น" อย่างสง่างามในร้านต่างแดนที่ "เดอะ ซิตี แฟนสโตร์ แอท คิงเพาเวอร์ สเตเดียม" สโมสรเลสเตอร์ ซิตี ประเทศอังกฤษ

ร่องรอยบนผืนผ้าตีนจกกับผ้ามัดย้อมเกิดขึ้นจาก 3 แหล่ง ประกอบด้วย 1.เส้นใยย้อมสีมา จากลำพูน 2.การออก แบบตามแบบเฉพาะตีนจกจากอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 3.ฝีมือการทอเป็นของ "ชาวปกากะญอ" ชุมชนตะเคียนปม อำเภอหัวท่าช้าง จังหวัดลำพูน กลุ่มผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาสูงสลับซับซ้อนในเขตป่าสงวนแห่งชาติขุนลี้ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ตั้งหมู่บ้านกระจายอยู่ตามริมแม่น้ำหลายสาย ได้รับโอกาสจากกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ สร้างปาฏิหาริย์ให้โลกต้องตะลึงอีกครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แฟนคลับทีมสโมสรเลสเตอร์ ซิตี คลั่งไคล้แห่แหนกันเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย ทั้งหมวกทอลายผ้าตีนจก เสื้อโปโล-กระเป๋า-หมวก มัดย้อมไล่ระดับโทนสีทำจากพืชธรรมชาติ 4 ชนิด คือ "สีฟ้า/น้ำเงิน" จากใบต้นฮ่อม "สีส้ม" จากต้นคำแสด "สีเหลือง" จากใบเพกา "สีน้ำตาลเทา" จากผลมะเกลือ

"อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ กล่าวว่า ได้บุกเบิกสืบทอดแนวคิดของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยมุ่งมั่นทำโครงการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยก้าวสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง โดยส่งทีมพัฒนาและดีไซน์ลงไปคลุกคลีอยู่กับชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการผลิตสินค้าประเภทพร้อมสวมใส่ หรือ Ready to wear แล้วนำมาเปิดตัววางขายในร้านของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ พร้อมจะให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนต่างๆ ล้วนมีคุณค่า จึงต้องการเปิดโอกาสให้ความงดงามของวิถีชุมชนคนไทยตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอยู่มาอย่างยาวนานได้ปรากฏโฉมอวดสายตาชาวโลก ไปพร้อมๆ กับการ "สร้างมูลค่า" ให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม

เมื่อผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนมีโอกาสได้ทยอยวางขายในอินเตอร์ระดับโลกเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นอีกช่องทางในการสร้าง "สะพานเชื่อมการท่องเที่ยว" ของประเทศไทยเข้ากับตลาดทั่วโลก ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์แปลกใหม่ นำเม็ดเงินกระจายสู่ชุมชนแหล่งผลิตสินค้า อย่างน้อยๆ ก็พอจะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ห่างไกลได้รับประโยชน์ดีๆ ลดความเหลื่อมล้ำได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต

อัยยวัฒน์อธิบายว่า การนำผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนมาวางจำหน่ายในเลสเตอร์ และร้านคิงเพาเวอร์ในเมืองไทย สาขาในเมืองและสนามบินนานาชาตินั้น เรื่องเงินลงทุนถึงแม้จะต้องใช้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญ เพราะเป้าหมายหลักต้องการพุ่งไปยังเรื่องการยกระดับ

ผลิตภัณฑ์ชุมชนของประเทศเข้าสู่ตลาดโลก จึงเน้นทุ่มส่งทีมพัฒนาโปรดักต์ นักออกแบบสินค้าลงไปเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ลักษณะการผลิต แล้วถ่ายทอดเทคนิคการทำให้ชาวชุมชนดึงองค์ความรู้ซึ่งเป็นรากวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นออกมา ก่อนที่ทีมพัฒนาจะช่วยกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทำให้สอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค โดยยังคงอัตลักษณ์ถิ่นไว้รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นกลิ่นอายที่มีเสน่ห์ โดยไม่มีแบรนด์ใดจะมาเทียบเคียงด้วยได้ และเมื่อได้รับการร้อยเรียงเรื่องราวที่น่าสนใจ การผลิตอย่างละเอียดอ่อนทั้งหมดทุกขั้นตอนจากต้นน้ำถึงปลายน้ำลงไป ก็จะยิ่งเสริมเพิ่มให้ชาวโลกเห็นถึงคุณค่าแก่นแท้ความเป็นไทยที่มีอยู่นั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

สำหรับคอลเลคชั่น Thai Natural Dye ผ้าตีนจกและผ้ามัดย้อมพร้อมสวมใส่ มีวางขายในร้านเดอะ ซิตี แฟนสโตร์ แอท คิงเพาเวอร์ สเตเดียม     และคิงเพาเวอร์สาขาต่างๆ ทั่วไทย ทั้งสาขาในเมืองที่รางน้ำ ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต และสนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต อู่ตะเภา โดยมีให้เลือก 4 สไตล์ ได้แก่ 1.เสื้อผ้ายืดมัดย้อมคอกลมแขนสั้น 3 แบบ ตัวละ 1,250 บาท 2.กระเป๋า Tote มัดย้อม พิมพ์ลายหน้าจิ้งจอก ใบละ 1,250 บาท 3.หมวกผ้าทอตีนจก 2 แบบ ใบละ 1,350 บาท และ 4.หมวกมัดย้อมสี ใบละ 1,100 บาท

ขณะที่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มาจากพลังอันยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ในชุมชนที่ตั้งปณิธานต้องการสืบสานความยากสุดๆ ของท้องถิ่นเอาไว้ โดยมีแกนนำ 4 พลังคนรุ่นใหม่ผู้ทุ่มเททำอย่างสุดกำลัง ในกลุ่ม "ทอผ้าตีนจกแบบกลับหัว" ได้หัวเรือใหญ่การทอคือ "ไฝทอง เนตรพงษ์" หญิงสาววัย 30 ปีเศษ ทุ่มเทพลังสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ เฉกเช่นเดียวกับ "วิโรจน์ คำธิยะ" ชาวปกากะญอ บ้านแม่แสม อำเภอทุ่งหัวช้าง ส่วนฝีมือ "การมัดย้อมร้อนและเย็น" ก็ทำได้อย่างเหนือชั้นโดย "เจนจิรา จอมแปง กับ รัตนา หล้าคำ" ชาวชุมชนตะเคียนปม จังหวัดลำพูน

ทั้ง 4 คนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนปกากะญอให้กลายเป็น "พลังผ้าไทยในเวทีโลก" ต่อไป วันนี้กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ได้เปิดเส้นทางสายใหม่ของ "Thai Natural Dye Collection : ผ้าตีนจก-ผ้ามัดย้อม" ปลุกจิตวิญญาณผืนผ้าชาวเขาให้กลายเป็นความสวย ทันสมัย สง่างาม มีเสน่ห์ ก้าวข้ามจากท้องถิ่นสู่ตลาดไร้พรมแดนได้อย่างสมศักดิ์ศรีคนไทย ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาเยี่ยมเยือนติดอันดับ 4 ของโลก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง