ข่าวอินโฟเควสท์
18:00 นายกฯ อังกฤษเตรียมนำเสนอข้อตกลง Brexit ที่ดีกว่าเดิมให้รัฐสภาพิจารณา   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุในบทความในหนังสือพิมพ์เดอะซันเดย์ไ…
17:50 จีนเผยยอดขายรถมือสองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนเม.ย.   สมาคมผู้ค้ายานยนต์ของจีน (CADA) รายงานว่า ยอดขายรถมือสองของจีนเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนเม.ย. …
16:15 โพลล์เผยชาวญี่ปุ่น 61% หนุน "อาเบะ" พบผู้นำเกาหลีเหนือแบบไม่มีเงื่อนไข   ผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดเปิดเผยว่า ชาวญี่ปุ่นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 61.…
15:18 จีนเตือน 4 เมืองควบคุมราคาบ้าน หลังพุ่งสูงตลอดสามเดือน   กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเขตเมือง ชนบทของจีน ประกาศเตือนให้เทศบาลเมืองฝอซาน ซูโจว…
14:21 ปธน.อิรักพบทูตอิหร่าน ขณะสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด   นายบาร์ฮาม ซาลีห์ ประธานาธิบดีอิรัก ได้พบกับนายอิราจ มาสเจดี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจ…

Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านเพื่อคนสูงวัย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 00:00:10 น.

"ไทย" เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในด้านประชากร จากการก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงวัย ถือเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศในระยะต่อไปอย่างมาก ด้วยเพราะการมีโครงสร้างประชากรผู้สูงวัยที่มากกว่าคนวัยทำงาน จะทำให้เกิดปัญหาในหลายด้าน อาทิ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อมาใช้ในการดูแลเรื่องสวัสดิการ และค่ารักษาพยาบาลต่างๆ สำหรับกลุ่มคนผู้สูงวัย ประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ ไปจนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจทำได้ไม่เต็มที่ จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ด้วยภาวะแบบนี้เอง สิ่งที่น่าพิจารณาคือ แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป จากภาวะโครงสร้างประชากรที่บิดเบี้ยว อาจเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่ง "ประเทศไทย" จำเป็นต้องเตรียมแผนเพื่อรองรับปัจจัยเสี่ยงในส่วนนี้ไว้

สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะนำมาใช้สำหรับดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบัน โดยจะเป็นสินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุที่สามารถนำที่อยู่อาศัยปลอดภาระมาจำนองเพื่อขอวงเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ ซึ่งจะได้รับเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่เกณฑ์ของผู้สูงอายุที่จะเข้าร่วมได้ จะมีการกำหนดอายุอยู่ที่ 55-85 ปี

โดยอีกหนึ่งสถาบันการเงินที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่าง "ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)" ก็ยืนยันว่า ในปี 2562 พร้อมจะดำเนินการโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ

ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. ระบุว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการออกแบบสินเชื่อตามข้อเสนอของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ให้ข้อสังเกตว่าจะสามารถให้สินเชื่อกับผู้สูงอายุไปจนเสียชีวิตได้หรือไม่ รวมทั้งการคำนวณอัตราดอกเบี้ย การตรวจสอบเครดิตบูโร รวมทั้งกรณีที่ผู้กู้ไม่มีทายาทจะมีหลักคำนวณสินเชื่อที่ต่างกันอย่างไร เพราะปกติภายหลังจากผู้กู้เสียชีวิต ธนาคารจะต้องสอบถามไปยังทายาทว่าจะไถ่ถอนคืนหรือไม่ หากไม่ไถ่ถอน ธนาคารจะต้องนำไปขายทอดตลาด และนำส่วนต่างราคาสินทรัพย์มาคืนให้ทายาท หากไม่มีทายาท ธนาคารจะยัดหลักทรัพย์นั้นไปทั้งหมด

สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุนี้ เบื้องต้น ธอส.กำหนดวงเงินดำเนินการไว้ประมาณ 1 พันล้านบาท เพื่อทดสอบตลาดก่อน โดยจะปล่อยกู้ให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้สามารถนำที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ มาใช้เป็นหลักประกันขอกู้เงินกับธนาคาร จากนั้นธนาคารจะทยอยจ่ายเงินให้เป็นรายเดือนตามมูลค่าของหลักทรัพย์ไปจนเสียชีวิต ตรงนี้เองที่จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพื่อใช้ในการเลี้ยงดูตัวเองไปจนตลอดชีพได้

ตัวอย่างเช่น บ้านราคา 2.4 ล้านบาท เมื่อผู้สูงอายุนำบ้านหลังดังกล่าวมาเข้าโครงการ ธนาคารจะปล่อยกู้ในอัตรา 50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ หรือ 1.2 ล้านบาท และจ่ายคืนให้ผู้กู้เดือนละ 4 พันบาท รวมดอกเบี้ย 20 บาท เป็นต้น

ย้อนไปเมื่อประมาณปลายปี 2560 "ธนาคารออมสิน" ก็ได้เปิดให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเช่นกัน ด้วยวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยกำหนดวงเงินปล่อยกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี โดยผู้กู้ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่เปิดตัวโครงการจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2561 ธนาคารจะไม่คิดอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก

และเมื่อมาดูความคืบหน้าของโครงการ พบว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุสนใจยื่นเรื่องเพื่อขอสินเชื่อดังกล่าวแล้วประมาณ 1 พันราย แต่มียอดอนุมัติสินเชื่อเพียง 100 รายเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทายาทยังไม่ยินยอม ซึ่งอาจเกิดจากความไม่เข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่มากพอ เพราะที่ผ่านมายังมีการประชาสัมพันธ์น้อย และทายาทกังวลว่าจะถูกสังคมกล่าวหาว่าไม่ดูแลบุพการี

อย่างไรก็ดี ธนาคารออมสินวางแผนที่จะเร่งประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้มากขึ้น รวมทั้งเตรียมประสานความร่วมมือไปยังโครงการอสังหาริมทรัพย์ของเอกชน พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2562 ยอดอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุจะเติบโตอยู่ที่ 5 พันล้านบาท

สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) ถือเป็นอีกสินเชื่อที่ออกมาเกาะเทรนด์การปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่การเป็น "สังคมสูงวัย" มากขึ้น จึงไม่แปลกที่อาจจะยังไม่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเท่าใดนัก เพราะไม่เพียงแต่การขาดความรู้ความเข้าใจ แต่ด้วยวัฒนธรรมของคนไทยที่ลูกจะต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ก็เป็นอีกเรื่องที่เข้ามากดดัน แต่ในมุมกลับกัน สินเชื่อนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการเงินที่ดี ที่จะช่วยต่อยอด การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง