ข่าวอินโฟเควสท์
12:08 ORI ออกหุ้นกู้ไม่เกิน 1.7 พันลบ. อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.15% ขายให้สถาบัน-รายใหญ่ 7-9 พ.ค.   บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ยื่นแบบแสดงรายการข้อ…
12:06 (เพิ่มเติม) VGI จับมือ iCLK ตั้งบริษัทเทคโนโลยีด้านการตลาด เชื่อมต่อแบรนด์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับโอกาสทางธุรกิจจากจีน   บมจ.วี จี ไอ โกลบ…
11:57 สหรัฐยันมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านไม่กระทบโครงการท่าเรือของอินเดีย   โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเผยโครงการท่าเรือชาบาฮาร์ของอินเดียในประเทศอิหร่าน จ…
11:56 (เพิ่มเติม) ตำรวจศรีลังกาเผยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุวางระเบิดพุ่งขึ้นเป็น 359 ราย   เจ้าหน้าที่ตำรวจศรีลังกาเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจาก…
11:55 แบงก์ชาติจีนอัดฉีดเงิน 2.674 แสนล้านหยวนผ่านโครงการเงินกู้ระยะกลางวันนี้   ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเงินมูลค่า 2.674 แสนล้านหยวน (3.98 หมื…

ไข่เค็ม-ชานมไข่มุกฟีเวอร์ โซเชียลเติมเต็มการสร้างกระแสแบรนด์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 16 เมษายน 2562 00:00:36 น.

เมื่อสินค้าและบริการได้เข้ามาอยู่ในกระแสบนโลกโซเชียล      มีเดีย ก็ย่อมได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และขยายตัวไปวงกว้าง จนทำให้กลายเป็นสิ่งที่ "ต้องไป" และ "ต้องมี" เพื่อให้ทันต่อกระแสที่เกิดขึ้นบนออนไลน์

จะเห็นได้ว่ามีหลายผลสำรวจที่สะท้อนเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้สื่อดิจิตอลลักษณะต่างๆ  อย่างล่าสุดกับการเปิดเผยผลสำรวจของ PwC เพื่อประเมินพฤติกรรม ลักษณะนิสัย และความคาดหวังของผู้บริโภคออนไลน์จำนวนมากกว่า 21,000 คนใน 27 ประเทศทั่วโลก พบว่าปัจจุบันผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อประโยชน์มากกว่าแค่การช็อปปิ้ง โดยประมาณ 25% เลือกการรับชมข่าวสารทางโซเชียลเป็นอันดับแรก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย เพราะการใช้โซเชียลมีเดียกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

ส่วนโฆษณาที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียยังทำให้ผู้บริโภคสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ได้ โดยได้รับการจัดอันดับว่าเป็นรูปแบบการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในอันดับที่ 3 และเป็นรูปแบบการโฆษณาที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวมิลเลนเนียลมากที่สุด โดยแซงหน้าโฆษณาโทรทัศน์ในรูปแบบดั้งเดิม....นับว่าตอกย้ำได้เป็นอย่างดีเลยว่า หากสินค้าและบริการใดได้รับความนิยมบนสื่อดิจิตอล ก็ย่อมเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย จนสินค้าของแบรนด์เหล่านั้นกลายเป็นแฟชั่นที่ต้องซื้อตาม!

โซเชียลปลุกกระแสไข่เค็มฟีเวอร์

ดูเหมือนว่าวัตถุดิบไข่เค็มกำลังเป็นกระแสมาแรงในช่วงนี้ เพราะตอนนี้หลายแบรนด์สินค้าต่างก็พาเหรดกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีไข่เค็มเป็นส่วนประกอบกันอย่างแพร่หลาย แล้วการเกิดกระแสไข่เค็มฟีเวอร์ในเมืองไทย เริ่มมาจากตรงไหน วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ได้ให้คำตอบว่า ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยนิยมซื้อหนังปลาไข่เค็มจากสิงคโปร์ภายใต้แบรนด์ "IRVINS Salted Egg" มาเป็นของฝาก กระทั่งทำให้เกิดกระแสการบอกต่อมากขึ้น ทำให้มีทั้งการฝากซื้อและฝากหิ้วมาจากสิงคโปร์ ซึ่งต้องยอมรับว่าถูกจริตกับคนไทย เพราะยิ่งยากยิ่งอยากได้ ส่งผลให้มีสินค้าที่มีส่วนผสมของไข่เค็มในเมืองไทยเกิดขึ้นจำนวนมาก

หากย้อนกลับไปเกี่ยวกับ IRVINS Salted Egg หนังปลาไข่เค็ม สุดฮิตจากสิงคโปร์มีมานานแล้ว ซึ่งเดิมทีพี่น้องทั้ง 3 คนไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นสินค้าแบบที่เห็นกันในปัจจุบัน แต่เป็นเพียงขนมทานเล่นอยู่ภายในร้านอาหารเท่านั้น โดยหากลูกค้าต้องการซื้อกลับบ้านก็ทำได้ และรูปแบบดั้งเดิมจะเป็นขวดโหล จนได้ปรับบรรจุภัณฑ์ให้มาเป็นรูปแบบซองให้คนซื้อง่ายขึ้น

"เมื่อก่อนตลาดอาจเป็นเรื่องของแฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว แต่ในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องของ "ฉันไม่มีไม่ได้ จะแปลกแยก" จะเห็นได้ว่าความเป็นแฟชั่นรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็ไม่ต้องการพลาดกระแสเหล่านั้น จึงต้องผลิตสินค้าออกมาตามกระแส และแน่นอนผู้บริโภคก็อยากลองเช่นเดียวกัน" นายวีรพลกล่าว

นอกจากนี้ สื่อชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคสามารถผลิตคอนเทนต์เพื่อนำเสนอได้เอง รวมถึงวิธีการบอกปากต่อปากก็ง่ายขึ้น และเผยแพร่อย่างรวดเร็ว อาทิ การ Live บนเฟซบุ๊กในขณะที่กำลังต่อคิวซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศ พร้อมกับการชิมและรีวิวสินค้า จะสังเกตได้ว่าแบรนด์ IRVINS Salted Egg แทบไม่ได้ ทำโฆษณาอะไรเลย

ไข่เค็มฟีเวอร์ กลายเป็นวัตถุดิบที่ผู้ผลิตหลายค่ายนำมาเป็นส่วนผสม โดยเฉพาะผู้เล่นในตลาดขนมขบเคี้ยวที่ทยอยเปิดตัวรสชาติไข่เค็มกันอย่างคึกคัก นับว่าเป็นการสร้างสีสันให้ตลาดได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันการจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจสินค้าได้นั้น วิธีการออกสินค้าใหม่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หลายค่ายต้องใช้แน่นอน และยิ่งพอเป็นกระแสมาแรงเช่นนี้ด้วยแล้ว ย่อมทำให้เกิดการอยากทดลองชิมสินค้ากันเป็นธรรมดา

ทั้งนี้ ตลาดขนมขบเคี้ยวมีมูลค่าตลาดรวม 37,236 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5.8% แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมันฝรั่งมีมูลค่าตลาด 11,992 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 32.2% กลุ่มขนมขึ้นรูป 10,206 ล้านบาท คิดเป็น 27.4% กลุ่มถั่ว 4,562 ล้านบาท คิดเป็น 12.3% กลุ่มสาหร่ายปรุงรส 3,032 ล้านบาท 8.1% กลุ่มปลา 2,865 ล้านบาท คิดเป็น 7.7% กลุ่มปลาหมึก 1,693 ล้านบาท 4.5% กลุ่มข้าวเกรียบกุ้ง 1,333 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% กลุ่มข้าวอบกรอบมีมูลค่าตลาด 1,299 ล้านบาท คิดเป็น 3.5% กลุ่มผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด 255 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%

วีรพล กล่าวเสริมเกี่ยวกับไข่เค็มฟีเวอร์อีกว่า ในอดีตไข่เค็มก็เป็นอาหารที่อยู่กับคนไทยมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นไข่เค็มธรรมดา หรือนำมาประกอบอาหารหลายประเภท หากถามว่าสินค้าที่ตามกระแสจะอยู่ในตลาดได้นานไหม ก็ต้องบอกว่าถ้ารสชาติถูกปากก็อาจจะอยู่ได้ยาว แต่ที่แน่ๆ เป็นการกระตุ้นแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ผู้บริโภคจะรับรู้ว่าแบรนด์ไหนทำอะไรบ้างและเกิดการจดจำ

ตลาดมันฝรั่งทอดกรอบคึกคัก

ขนิษฐา ทวีผล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์เลย์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมาภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงทรงตัว แต่ตลาดขนมขบเคี้ยวยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดมันฝรั่งทอดกรอบมีอัตราการเติบโตสูงกว่าทั้งอุตสาหกรรม หรือประมาณ 13%

เลย์ ในฐานะผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวได้ผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตผ่านการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ตลอดจนส่งกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างสีสันและตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้บริโภคตลอดทั้งปี รวมถึงการเปิดตัวเลย์ รสไข่เค็ม เพื่อตอบรับกระแสไข่เค็มฟีเวอร์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 46 กรัม ราคา 20 บาท และขนาด 70 กรัม ราคา 30 บาท ซึ่งได้เริ่มวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับดีมากจากผู้บริโภคจนสร้างปรากฏการณ์สินค้าขาดตลาด

ส่วนอีกแบรนด์ในกลุ่มมันฝรั่งทอดกรอบอย่างเทสโต ก็มีการออกรสชาติใหม่สู่ตลาดต่อเนื่อง รวมถึงเทสโตซิกเนเจอร์ รสไข่เค็ม และแผ่นวาฟเฟิล รสสไปซี่ไข่เค็มราคา 30 บาท มีให้เลือก 2 แบบ คือ แผ่นเรียบ รสออริจินอลไข่เค็ม

นอกเหนือจากกลุ่มมันฝรั่งแล้วก็ยังพบว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อืดมานาน ก็เริ่มมีกระแสอีกครั้ง เมื่อบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวสินค้าบะหมี่แห้งกึ่งสำเร็จรูปออเรียนทัลคิตเชน รสผัดไข่เค็ม ตรามาม่า เพื่อหวังตอบโจทย์คนรักเมนูเส้นและชอบลองของใหม่ โดยวางจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่างลอว์สัน, ซึรุฮะ, เดอะมอลล์, ฟูจิ, โตคิว, เซเว่น-อีเลฟเว่น,   เทสโก้ โลตัส, โลตัส เอ็กซ์เพรส, บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท, แมกซ์แวลู, แม็คโคร, ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์ www.sahapatdelivery.com ราคาซองละ 15 บาท ซึ่งก็สามารถสร้างกระแสในกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ดีอีกด้วย

ตลาดเครื่องดื่มชาไข่มุกรีเทิร์น

สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มที่กลับมาบูมมากอีกครั้งช่วงที่ผ่านมา ต้องยกให้ "ชานมไข่มุก" ซึ่งมีแบรนด์น้องใหม่ขยายในเมืองไทยจำนวนมาก รวมถึงผู้เล่นเดิมที่มีแบรนด์แข็งแกร่งอยู่แล้ว ก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย โดยตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทยคาดว่ามีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท ขณะที่ในไต้หวันได้คาดการณ์กันว่ามีการเติบโตสูงถึงปีละ 38% และหน่วยงาน Allied Analytics ยังได้ทำการประเมินตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกเมื่อ 2 ปีก่อนว่ามีมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านบาท และจะเติบโตขึ้นอีกในทุกปี จนกระทั่งปี 2566 น่าจะมีมูลค่าแตะ 100,000 ล้านบาทกันเลยทีเดียว

ด้านการกำเนิดชานมไข่มุกมีหลากหลายที่มา บ้างก็ว่าร้านชาชุน ฉุ่ยถัง ในเมืองไถจง น่าจะเป็นร้านแรกที่คิดค้นเมนูชาไข่มุกขึ้นมาเมื่อปี 2531 บ้างก็ว่าชาไข่มุกน่าจะมีที่มาจากร้านชาหานหลิน ที่เมืองไถหนาน ไต้หวัน แม้ว่าเดิมทีชาไข่มุกจะโด่งดังและได้รับความนิยมเพียงแค่ในไต้หวัน แต่ไม่นานก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตลาดเดียว เพราะได้ขยายมาสู่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วีรพล ให้ความเห็นถึงการกลับมาของชานมไข่มุกว่า เมื่อสักประมาณมากกว่า 20 ปีที่แล้ว ชาไข่มุกเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในเมืองไทย แต่ก็มีการถดถอยไปช่วงหนึ่ง ซึ่งในความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และหากสินค้าเริ่มมีสถานการณ์ลดลง การจะให้กลับมามีไลฟ์ไซเคิลใหม่อีกครั้ง คงเป็นการออกผลิตใหม่กระตุ้นตลาด โดยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าชานมไข่มุกได้ถูกพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

ชาไข่มุกไม่ตาย...เพราะดื่มง่ายและมีรสชาติถูกปากคนไทย แม้กระแสชาไข่มุกจะกลับมาได้รับความนิยมตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มกลับมาทรงตัวอีกครั้ง ซึ่งการจะกลับมามีกระแสขาขึ้นอีกรอบ ก็คงต้องมีสินค้าใหม่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น

"ผู้ประกอบการต้องศึกษากลยุทธ์การทำตลาดแต่ละช่วงของไลฟ์ไซเคิล เพราะจะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากตลาดอิ่มตัวเต็มที่ การจะไปขยายสาขามากเกินไปคงไม่ดี อย่างบางแบรนด์เคยได้รับความนิยมมาก หรือผู้บริโภคต้องรอคิวยาวกว่าจะได้ดื่มชาไข่มุก แต่เมื่อมาเปิดในศูนย์การค้า ก็ไม่ได้มีคิวยาวเหมือนเดิมแล้ว ก็สะท้อนได้ว่าตลาดชาไข่มุกเริ่มกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง" วีรพลกล่าว

ประการสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นอย่างยิ่ง คงเป็นเรื่องของการพยายามสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้า เพราะหากชาไข่มุกกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้ง แน่นอนว่าผู้บริโภคย่อมนึกถึงแบรนด์ที่อยู่ในใจของตัวเองเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกันแม้เทรนด์จะเริ่มถดถอย แต่เมื่อแบรนด์เป็นที่จดจำแล้ว ผู้บริโภคก็ยังคงเข้าใช้บริการ และต้องระมัดระวังการลงทุนเรื่องการขยายสาขา  เพราะเมื่อตลาดเริ่มชะลอตัว การมีสาขาใหม่จำนวนมากอาจไม่ใช่ตัวตอบโจทย์เสมอไป

ลองมานั่งคิดดูแล้วในอดีตการจะหาชาไข่มุกดื่มสักแก้วไม่ใช่เรื่องยาก และราคาก็ไม่สูงเท่ากับทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันจะมีร้านชาไข่มุกเกิดขึ้นมากมาย เพียงแค่ย่านใจกลางเมืองเพียงศูนย์การค้าเดียวก็มีหลายสิบแบรนด์แล้ว บางแบรนด์ต้องต่อแถวรอนานมาก เมื่อภาพถูกเผยแพร่ไปทางโซเชียลมีเดียก็ได้รับความสนใจทันที ในบางครั้งแบรนด์แทบไม่ต้องทำการตลาดเลย แต่เป็นผู้บริโภคที่ช่วยกันโปรโมตผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมของตัวเอง ยิ่งดูยากเย็นสักเท่าไหร่ ทำให้มีผลทางจิตวิทยาให้อยากลองสัมผัสรสชาติของแบรนด์นั้นสักครั้ง แม้ราคาต่อแก้วจะมากกว่า 100 บาทก็ตาม

จะเห็นได้ว่าทั้งในจุดเริ่มต้นของความนิยมสินค้าที่ผลิตโดยมีไข่เค็มเป็นส่วนประกอบ และการกลับมาบูมของชาไข่มุกนั้น มีปัจจัยที่เหมือนกันคือเรื่องของสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจในสินค้านั้นๆ หากสินค้ารสชาติและคุณภาพถูกใจลูกค้า และมีการรีวิวในพื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเอง ก็จะเป็นการบอกต่อที่ดีอีกช่องทางหนึ่ง ทั้งยังทำให้เกิดการสร้างแบรนด์เป็นที่รู้จักวงกว้างมากขึ้นด้วย จะสังเกตได้ว่าระยะเวลาในการทำแบรนด์ให้ติดตลาดไม่ได้ใช้เวลานานเหมือนอดีต แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีกับการโพสต์ข้อความและแชร์ต่อกัน ก็มีผลเช่นเดียวกัน.

นอกจากนี้สื่อชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคสามารถผลิตคอนเทนต์เพื่อ นำเสนอได้เอง รวมถึงวิธีการบอกปากต่อปากก็ง่ายขึ้น และเผยแพร่อย่างรวดเร็ว อาทิ การ Live บน เฟซบุ๊กในขณะที่กำลังต่อคิวซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศ พร้อมกับการชิมและรีวิวสินค้า จะสังเกตได้ว่าแบรนด์ IRVINS Salted Egg แทบไม่ได้ทำโฆษณาอะไรเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง