คอลัมน์รายงานพิเศษ: จับตาเลือกตั้งเวทีกทม. หรือ 'ปชป.' ในเมืองกรุง จะสูญพันธุ์เต็มตัว

ข่าวทั่วไป 17 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา เสร็จสิ้นไปแล้ว หลายคนคงพอจะคาดคะเนโฉมหน้าของรัฐบาลต่อไป และนายกรัฐมนตรีได้แล้วเช่นกัน จากผลคะแนนและท่าทีของนักการเมืองแต่ละค่าย ที่แม้จะออกลูกกั๊กแต่ก็เดากันได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับบทสรุปสุดท้ายหลังวันที่ 9 พ.ค.

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร อดีตพรรคขวัญใจคนกรุงอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" ไม่ได้ ส.ส.เลยสักคน ทั้ง 30 ที่นั่งตกเป็นของพลังประชารัฐ (พปชร.) 13 เขต เพื่อไทย (พท.) 9 เขต และอนาคตใหม่ (อนค.) อีก 8 เขต และมีเพียง 2 เขต เท่านั้นที่เจ้าถิ่นได้คะแนนเป็นอันดับ 2 คือ เขต 25 (บางขุนเทียน) ของนายสากล ม่วงศิริ ที่ได้คะแนน 20,390 คะแนน ตามหลังอันดับ 1 อย่างนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ จากพรรคอนาคตใหม่ถึง 12,152 คะแนน ขณะที่เขต 11 (สายไหม) ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ส่วน 28 เขตที่เหลือ กระเด็นไปอันดับ 3 และ 4 ทั้งหมด

การก้าวขึ้นมาของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอนาคตใหม่ เป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทำให้ "อดีตแชมป์เก่า" ต้อง "ทำอะไรสักอย่างแล้ว" หากหวังว่าจะกลับมาเป็นขวัญใจคนกรุงเหมือนเคย แม้ตอนนี้หลายคนยังจับตากับการตั้งรัฐบาล แต่หลังจากที่เรามีรัฐบาลใหม่แล้ว คาดว่าในอีกไม่เกิน 5-6 เดือนจะเป็นเวทีของการเลือกตั้งสนามเล็ก ที่นับเป็นสนามที่เข้มข้นไม่แพ้สนามใหญ่ เพียงแค่ย่อขนาดลงมา

แม้พรรคพลังประชารัฐจะได้รับเก้าอี้ ส.ส.มากที่สุด 13 ที่นั่ง แต่ อนค.กลับเป็นพรรคการเมืองที่ได้คะแนนดิบทั้งหมดเยอะมาเป็นอันดับ 1 กว่า 820,000 คะแนน ตามมาด้วย พปชร., พท. และ ปชป.ตามลำดับ

ขณะที่ จากชัยชนะการเลือกตั้งในเวทีเลือกตั้ง กทม.ถึง 4 ครั้งก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าบรรดาคนเมืองหลวงยังให้การสนับสนุนพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดคงอยู่ในประเทศ แต่ในรายละเอียดจะพบว่า ช่องว่างระหว่างคะแนนของอันดับ 1 และอันดับ 2 ขยับใกล้กันมากขึ้น โดยเฉพาะ 2 ครั้งล่าสุดที่เป็นการฟาดฟันกันโดยตรงระหว่าง "ปชป." และ "เพื่อไทย"

ในปี 2552 "ชายหมู" ชนะอดีตนักแสดงอย่างนายยุรนันท์ หรือ "แซม" ภมรมนตรี ตัวแทนพรรคเพื่อไทยไป 934,602 เสียง ต่อ 611,669 เสียง ห่างกัน 322,933 เสียง ขณะที่ในปี 2556 "ชายหมู" เฉือนชนะ "บิ๊กจูดี้" พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ไป 1,256,349 เสียง ต่อ 1,077,899 ห่างกัน 178,450 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ใกล้กันมากที่สุดในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ผลงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนั้นเป็นอย่างไร คนกรุงคงประจักษ์อยู่กับตา แน่นอนว่าผลงานดังกล่าวย่อมผกผันกับคะแนนในใจของประชาชนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาโลกแตกอย่างน้ำท่วม รถติด เสริมบารมีด้วยห้องทำงาน 20 ล้าน และกรณียิบย่อยอื่นๆ อีก ช่วยดึงคะแนนให้ถอยลง ถอยลง

ที่น่าจับตามากกว่าคือ ผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบันที่มีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างดี แต่ก็ทำงานภายใต้คำสั่งของ คสช. ทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ที่เคยนั่งตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ในสมัยที่ "ชายหมู" เป็นใหญ่เป็นโตในศาลาเสาชิงช้า หรือจะเป็น "นายสกลธี ภัททิยกุล" และ "นายเกรียงยศ สุดลาภา" 2 รองผู้ว่าฯ ยุคปัจจุบัน ที่มีเส้นทางการเมืองมาจาก ปชป.ทั้งสิ้น โดยเฉพาะ "รองจ้ำ-สกลธี" ที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมมาอยู่กับ พปชร.เต็มตัว แต่คอนเน็กชั่นเก่าๆ นั้นยังคงมีอยู่อย่างเหนียวแน่น ยังไม่นับรวมกับทีมงานฝ่ายการเมืองคนอื่นๆ ซึ่งมีไม่น้อยที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ ปชป.ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยิ่งมีโครงการ "กทม.เติมความสุขสู่ชุมชน" ที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างชิดใกล้ด้วย แล้วคงจะได้รับความนิยมขึ้นอีกโข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่ใช่เครื่องการันตีอยู่ดี เว้นเสียแต่ แคนดิเดตของ พปชร. จะมีชื่อว่า "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง"

ทั้งนี้ การเลือกตั้ง "พ่อเมือง กทม." ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ทฤษฎีเก่าๆ ที่ผ่านมาจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ตัวแปรสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายว่า ภาพรวมของการเลือกตั้งในยุคเปลี่ยนผ่านจาก คสช. "แชมป์เก่า" จะพ่ายหมดรูปอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการวางตัวแคนดิเดตตัวผู้ว่าฯ ของพรรคน้องใหม่ไฟแรงอย่าง อนค.และ พปชร. รวมถึงเจ้าเดิมอย่าง พท. แต่ไม่ได้ขึ้นกับแคนดิเดตของ ปชป.เหมือนที่เคยเป็นมาอีกแล้ว หากว่าเป็นไปตามเงื่อนไขข้างต้น ที่ "บิ๊กวิน" มาลงเลือกตั้งเอง

การลดสถานะของพรรคประชาธิปัตย์ จาก "ตาอิน" กับ "ตานา" มาเป็นเพียง "ตาอยู่" เท่านั้น เพราะคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อเห็นจะเหลืออยู่แค่ 3 หน่อ เว้นเสียแต่ พปชร.จะไม่ส่งผู้ท้าชิงลงสนาม แต่ถ้าส่ง ภาพที่จะเห็นผู้ว่าฯ กทม.มาจากพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งคงแทบจะปิดประตูไปได้เลย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ