ข่าวอินโฟเควสท์
01:46 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนลดลง 5 แท่นในสัปดาห์นี้   เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แ…
01:14 อังกฤษเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนเม.ย.   สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนเม.ย. เมื่อเที…
00:54 อิหร่านยันไม่หวั่น แม้สหรัฐเพิ่มกำลังทหารเข้าสู่ตะวันออกกลาง   กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ในวันนี้ ระบุว่า การที่สหรัฐเพิ…
00:38 ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแสดงความเสียใจ หลังมีผู้บาดเจ็บ 8 รายจากเหตุระเบิดพัสดุ   เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 รายในเมืองลียงจา…
00:30 นายกฯอินเดียเสียใจ หลังนักเรียน 18 รายเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนกวดวิชา   สำนักข่าวเพรสทรัสต์ของอินเดียรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรง…

แนวคิดพรรคการเมืองกับพลังงานไทย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 17 เมษายน 2562 00:00:18 น.

ในเรื่องของการเมือง รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทั้งหลาย ขณะที่ประชาชนทั่วไปตอนนี้สิ่งที่คนไทยทำได้คือการรอให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจน แต่ไม่ว่าใครจะจับคู่กับใคร รวมกับกลุ่มไหน ผสมและจัดสรรกันอย่างไร สิ่งที่คนในประเทศส่วนใหญ่หวังและอยากได้มากที่สุดคือการเข้ามาบริหารประเทศอย่างจริงจัง และมุ่งมั่นในนโยบายหรือวิสัยทัศน์ของพรรคเหมือนเมื่อตอนหาเสียง

ทั้งนี้ จึงพามาดูนโยบายของ 6 พรรคใหญ่ในประเทศ ที่เคยออกมาพูดถึงแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงาน ว่าจะเดินไปทางไหน...

เปิดด้วย "พรรคเพื่อไทย" นั้นได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์น้ำมัน อันเป็นภาวการณ์ที่กำลังการผลิตน้ำมันของโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโลกเราในเวลานี้ไม่อาจอยู่ในสถานะที่จะพึ่งพาน้ำมันเป็นแหล่งให้พลังงานหลักในระยะยาวอีกต่อไป ปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้ารวมถึงประเทศไทย พรรคจึงเล็งเห็นความจำเป็นที่ประเทศไทยควรเตรียมนโยบายการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อเป็นการทดแทนน้ำมัน

ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายหลัก คือการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเชิงพาณิชย์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเน้นเทคโนโลยีด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พรรคยังเล็งเห็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน มุ่งเน้นการปรับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาค นอกจากนี้พรรคยังมีนโยบายมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพด้านองค์ความรู้ทางด้านเชื้อเพลิง และพัฒนาเทคโนโลยีเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก โดยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค พรรคมีแนวทางในการวางโครงสร้างระบบการบริหารพลังงานรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยแนวคิดการพัฒนาการบริหารด้านคุณภาพ ระบบวางแผนยุทธศาสตร์ ระบบวิธีปฏิบัติงาน และระบบบริหารบุคคล

ด้าน "พรรคประชาธิปัตย์" ได้ระบุในการหาเสียงไว้ว่า สิ่งที่ต้องทำเรื่องแรกในภาคพลังงานคือเลิกทะเลาะกัน ทุกฝ่ายควรร่วมกันกำหนดนโยบายพลังงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยพรรคมีนโยบายดูแลราคาเชื้อเพลิงให้ถูกลง โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร และต้องมีการปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เพื่อสอดรับนโยบาย

นอกจากนี้ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ด้านพลังงาน อย่าง ปตท.และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยวางบทบาทให้ ปตท.เป็นบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เพื่อลดเสียงเรียกร้องในการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ รวมถึงอยากเห็น ปตท.ปรับบทบาทสู่พลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น ปาล์ม ที่พรรคมีนโยบายประกันราคาที่กิโลกรัมละ 4 บาท เพื่อนำมาผลิตไบโอดีเซลจากบี 7 เป็นบี 10 ไม่ใช่มุ่งแต่ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การลงทุนในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

ขณะที่ "พรรคพลังประชารัฐ" เห็นว่าประเทศไทยควรปล่อยให้ราคาพลังงานเป็นไปตามกลไกตลาด แต่จะต้องบริหารให้สมดุล ทำให้ผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันต้องผลักดันให้เกิดการใช้พืชพลังงานให้เป็นพืชเศรษฐกิจในประเทศ ดึงเอกชนเข้ามาผลิตไบโอดีเซลมากขึ้น และจัดทำมาตรฐานบังคับ เช่น ผลักดันการผลิตรถยนต์มาตรฐานยูโร 4 สู่ยูโร 5 มีโรดแมปผลิตรถยนต์มุ่งสู่รถยนต์อีวีให้มากขึ้น แม้มองว่า อีวีจะยังไม่เกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้

นโยบายแรกหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2018 (พีดีพีใหม่) โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 20% เป็น 50% ตามกระแสเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พร้อมกับผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินสะอาดและมีราคาถูก แต่ต้องทำความเข้าใจกับภาคสังคมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ยืนยันพรรคไม่มีนโยบายดึง ปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่ ปตท.ควรจะทบทวนคณะกรรมการบริหารที่มีตัวแทนจากภาครัฐเข้ามาดำรงตำแหน่งมากเกินไป จนเกิดความไม่โปร่งใส" นายสันติกล่าว ส่วน "พรรคพลังธรรมใหม่" ได้ประกาศนโยบายลดราคาน้ำมันลง 5 บาทต่อลิตร และลดราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขนาดถัง 15 กก. เหลือ 250 บาทต่อถัง โดยไม่ใช้ภาษีประชาชน และยุติการผูกขาดธุรกิจทุกประเภทที่รัฐถือหุ้นเกิน 30% โดยเข้าไปตรวจสอบสัญญาทุกฉบับ เช่น การประมูลปิโตรเลียม หากมีความไม่โปร่งใสจะนำมาทบทวนใหม่ทั้งหมด ทั้งยังเสนอให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ (NOC) โดยแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ซึ่งมองว่า ปตท.เป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ขณะที่ "พรรคอนาคตใหม่" ออกมาเปิดเผยว่า พรรคมีนโยบายส่งเสริมใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ โดยรณรงค์ให้คนใช้รถโดยสารและขนส่งสาธารณะ มีแผนลงทุนระบบราง รถไฟฟ้า รวมถึงทบทวนการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมให้ครอบคลุมการสร้างอาคารบ้านเรือน ประหยัดพลังงานประเภทต่างๆ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มสัดส่วนให้มากกว่า 20% จัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเปิดเสรีธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ 3 เข้ามาใช้บริการอย่างเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อลดการผูกขาดจาก ปตท.

ปิดท้ายด้วย "พรรคภูมิใจไทย" ที่ออกมากล่าวว่าพรรคมีนโยบายสนับสนุนพืชพลังงาน 4 ชนิดเพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์และในการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ ข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย ทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล เป็นแนวทางการแก้ปัญหาความยากจน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ ตั้งเป้าใช้พืชพลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในสัดส่วน 100% ภายใน 4 ปี

และยังระบุว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล จะมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พืชพลังงานมาผลิตไฟฟ้าปีละ 25% ให้ได้ 100% ภายใน 4 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% โดยรัฐบาลจะให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการนำพืชพลังงานจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันด้วย

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปก็คงต้องจับตาดูว่าจากนโยบายหาเสียงไปสู่แนวทางปฏิบัตินั้นจะเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องรอให้มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่าใครเป็นใคร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง