คอลัมน์: อ่านเอาเรื่อง: อนาคตใหม่แบบไหน?

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 00:00:53 น.
โดย ผักกาดหอม
นั่นแหละครับ...
คราวที่แล้วคณะทูตจากอียูยกโขยงกันไป
วานนี้ (๑๗ เมษายน) ไม่โผล่ให้เห็น
ไม่ใช่เรื่องท้าทาย

แต่คราวก่อน ไปนั่งฟังการให้ปากคำของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" กันถึง สน.ปทุมวัน แล้วยืนกรานว่า ทำได้ เป็นประเพณีปฏิบัติที่ทำในหลายประเทศ แล้วบอกว่า ตำรวจเป็นคนเชิญเข้าไปเอง

ไม่ได้แทรกแซงกิจการภายในแต่อย่างใด
ถ้ายืนกรานแบบนั้นแล้วทำไมไม่ไป ที่กองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ด้วย
"ปิยบุตร แสงกนกกุล" เหงาแย่!ครับ....มารยาทการทูตยอดแย่ ที่คนไทยได้สอนให้ทูต ๑๑ ประเทศอียูได้รู้ วันนี้ส่งถึงพวกเขาเหล่านั้นแล้วครับ
คนไทยได้ร่วมประกาศชัดเจนแล้วว่า ไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นอียู ฉะนั้นไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน
แล้วคนไทยด้วยกันล่ะคิดอย่างไร กับการที่ "ปิยบุตร" ถูกฟ้องว่าหมิ่นศาล?
อันที่จริง "เหตุมิบังควร ๘ กุมภาพันธ์" น่าจะสอนให้คนไทยสามารถแยกแยะเรื่องควรไม่ควรได้
แต่ไม่เลย แก่นแท้ของเรื่องถูกมองข้าม เพราะคนไร้รากเสพแต่กระพี้

ซ้ำร้ายยังแปลงผิดให้เป็นถูก "ปิยบุตร" บอกว่า "กฎหมายทุกฉบับมอบอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ซึ่งศาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยฝ่ายตุลาการและกำหนดให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้"

หมายความว่าอย่างไร? เอาอย่างนี้มั้ย....ต่อไปไม่ว่าศาลจะพิพากษาคดีอะไร สามารถด่าศาลได้ทุกคดี
มันต่างอะไรกับไร้ขื่อแป ถ้าบอกว่าอำนาจของประชาชนสำคัญกว่าอื่นใด ประชา ชนจะทำอะไรก็ได้ ไม่พอใจศาลก็ด่าได้
ก็ยกเลิกไปเลย กฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๘ ฐานดูหมิ่นศาล ไม่ต้องมี
ลูกก็ด่าพ่อแม่ได้ ถ้าไม่พอใจ ลูกศิษย์ด่าอาจารย์ได้ ถ้าไม่ถูกใจ กฎหมายหมิ่นประมาทก็ควรจะยกเลิกไปด้วย แล้วจะได้เห็นอนาคตใหม่จริงๆ กันเสียที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง