คอลัมน์: ครัวไทยโพสต์: วิเศษไก่ย่างภัตตาคาร เหลาแห่งแรกของชาวบางซื่อ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 00:00:51 น.
ชื่อร้าน วิเศษไก่ย่างภัตตาคาร
เจ้าของ คุณมุกดา สว่างวิบูลย์พงศ์

สถานที่ บางโพ ร้านอยู่ที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้สี่แยกบางโพ ตรงทางขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเปิดบริการตั้งแต่ เวลา 10.0-22.00 น. โทรศัพท์ 0-2912-4162,0-2585-0233

ผมเชื่อว่านักชิมส่วนมากจะต้องรู้จักวิเศษไก่ย่างภัตตาคารร้านอาหารหรูย่านบางโพ ซึ่งนับเป็นเหลาแห่งแรกของชาวบางซื่อกันเป็นอย่างดี ซึ่งในวันที่ 25 เมษายน ที่จะถึงนี้เป็นวันครบรอบ 50 ปี ที่วิเศษไก่ย่างภัตตาคาร ได้ทำพิธีเปิดร้านใหม่ที่หรูหราอย่างเป็นทางการ

ที่จริงแล้ว วิเศษไก่ย่างภัตตาคารไม่ใช่มีอายุเพียงแค่ 50 ปีเท่านั้น แต่ได้เริ่มเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 นับถึงวันนี้ก็ร่วมๆ 65 ปี แล้ว โดยคุณมุกดาและคุณสมศักดิ์ สว่างวิบูลย์พงศ์ ที่ได้สะสมประสบการณ์ด้านอาหารและด้านการบริการจากภัตตาคารจันทร์เพ็ญ ร้านดังหรูย่านถนนพระราม 4 ซึ่งคุณมุกดานั้นได้รับการเลี้ยงดูอย่างลูกหลานที่นั่นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และได้ช่วยงานในครัวของภัตตาคารตั้งแต่อายุ 8  ขวบ โดยได้รับการถ่ายทอดฝีไม้ลายมือการทำอาหารจากคุณย่าจันทร์ ชลวิบูลย์ เจ้าของภัตตาคารจันทร์เพ็ญ จนชำนิชำนาญ

ส่วนคุณสมศักดิ์นั้นได้เข้ามาเป็นพนักงานเสิร์ฟของภัตตาคารจันทร์เพ็ญ เริ่มทำงานในหน้าที่ตั้งแต่ล้างห้องน้ำ ทำน้ำจิ้มไก่ที่มีพริกสดกับกระเทียบด้วยครกตำที่เป็นครกหินใบใหญ่ ฯลฯ ทำงานด้วยความขยันขันแข็งจนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตัน ซึ่งทั้งคู่ได้พบรักกันที่ภัตตาคารแห่งนี้

ต่อมาทั้งคู่ได้ลาออกเพื่อสร้างครอบครัวด้วยกันให้มั่นคงโดยนำความรู้และประสบการณ์ต่างๆ จากภัตตาคารจันทร์เพ็ญมาประกอบอาชีพ เปิดร้านขายอาหารที่ย่ายบางใหญ่แห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่ที่คุณสมศักดิ์คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเป็นเด็กเพราะคุณพ่อของคุณสมศักดิ์เคยมาเช่าห้องแถวไม้ชั้นเดียวขายข้าวต้มฟุ้ยขายดีมากเพราะมีอยู่เพียงร้านเดียวคุณสมศักดิ์เคยเล่าให้ลูกๆ ฟังว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แถบนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะมีทั้งสะพานพระราม 6 ค่ายทหาร บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ฯลฯ

เวลาเครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดจะเปิดหวอ (สัญญาณเตือนภัย) ก่อน เมื่อเสียงหวดดังขึ้น ลูกค้าที่กำลังนั่งกินก็จะวิ่งหนีเข้าสถานที่แถบนั้นหมด ไม่จ่ายเงิน ที่กลับมาจ่ายมีน้อยมาก จึงต้องขอเก็บเงินก่อนค่ากับข้าวสมัยนั้น 30 สตางค์ ค่าข้าว 20 สตางค์ กินอิ่มรวม 50 สตางค์ ซึ่งช่วงสงครามละแวกบางโพที่ขายอาหารนั้นมีระเบิดลงบ่อยอันตรายมาก จึงเลิกร้านไป

ร้านอาหารที่คุณสมศักดิ์และคุณมุกดาเปิดในปี พ.ศ.2497 นั้น เป็นห้องแถวไม้ใกล้ๆ ทางที่เข้าร้านปัจจุบัน ก่อนที่จะเปิดร้านมีเงินไม่พอต้องขอยืมเงินญาติซื้ออุปกรณ์รวมทั้งวัตถุดิบเหลือเงินติดตัวเพียง 80 บาท แม้กระทั่งฟูกจะปูนอนก็ไม่มี ต้องนอนบนเสื่อ ขายอาหารตามสั่งประเภท ข้าวผัด ผัดกะเพรา ราดหน้า ฯลฯ ต่อมาได้เพิ่มอาหารอีกหลายเมนูตามความต้องการของลูกค้าและจากความรู้ด้านอาหารของคุณมุกดา อาทิ ทอดมัน ไก่ย่าง หมี่กรอบ ฯลฯ มีประสบการณ์ของร้านเป็นที่กล่าวขานคือ สมัยนั้น จอมพลสฤกษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงเวลากลางคืนท่านจะนั่งรถตรวจตราความสงบกับทหารพลขับรถเพียง 2 คน ได้เห็นร้านเรายังมีแสงไฟประตูเปิดแง้มอยู่ สั่งหยุดรถให้ทหารเข้าไปดูก็ได้รับรายงานว่ามีทหารนั่งกินเหล้าเมาแล้วไม่ยอมกลับ เจ้าของร้านั่งหลับ เมียเจ้าของร้านนั่งรอเก็บเงินอยู่ ท่านจึงเดินเข้ามาในร้าน มือถือคทา เคาะโป๊กๆ บอกให้ทหารกลับเจ้าของร้านจะได้ปิดร้านนอน ทหารกลุ่มนั้นหายเมากลับออกไปเลย

อาหารอร่อยๆ ฝีมือของคุณมุกดาที่ได้ถ่ายทอดให้กุ๊กของร้านนั้นมีมากมายหลายอย่าง ส่วนมากจะเป็นอาหารแบบโบราณ เช่น ไก่ย่าง เป็นสูตรเฉพาะที่มีให้เลือกชิม ทั้ง ไก่บ้านที่เลี้ยงด้วยสมุนไพรออแกนิกและได้ไก่จากฟาร์มที่ น.ต.หญิงสะพรั่งพร จุลละสุขุม ร.น หรือ คุณแหม่ม บุตรสาวของคุณสมศักดิ์และคุณมุกดา ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ 2 ได้คัดเลือกอย่างเป็นพิเศษมาให้บริการลูกค้า โดยที่ไก่บ้านเนื้อจะแน่น ส่วนไก่ฟาร์มเนื้อจะนุ่ม นำมาหมักด้วยสามเกลอ คือ กระเทียมรากผักชี พริกไทย และซีอิ๊ว เวลาลูกค้าสั่งก็นำไปย่างจนสุกพอดี ที่สำคัญคือ น้ำจิ้มไก่ ไม่ทราบว่าทำอย่างไรจึงมีรสชาติอร่อย เข้ากันดีเนื้อไก่ที่นุ่ม หอม อย่าได้พลาดเป็นอันขาด

สตูว์ลิ้นวัว เมนูนี้ต้องคัดเลือกเอาลิ้นวัวมาขูดปุ่มรับรสให้สะอาดแล้วนำไปตุ๋นให้นุ่ม ปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะ เนื้อของลิ้นวัวจะนุ่มหอม เวลาตักเข้าปากแทบจะไม่ต้องเคี้ยวเพราะเนื้อนุ่มจนแทบจะละลายในปากเชียว

ทอดมันปลากราย ที่นี่จะใช้เนื้อปลากรายแท้ๆ ที่สั่งตรงมาจากวิสาหกิจชุมชนจังหวัดชัยนาท เอามาผสมเครื่องแกงสูตรพิเศษยาวนาน 65 ปี ของร้าน จะเหนียวนุ่มหอมกลิ่นปลาอย่างชัดเจน ยิ่งกินก็ยิ่งเพลินครับ

หมี่กรอบ เมนูนี้เป็นสูตรพิเศษแบบโบราณที่ต้องผัดเครื่องหมี่กรอบที่มีทั้งไข่กุ้ง เนื้อกุ้ง มันกุ้ง ก่อน แล้วจึงนำหมี่ไปคลุกเคล้าที่สำคัญที่หาไม่ค่อยได้ในการทำหมี่กรอบในหลายๆ ร้าน ก็คือใส่น้ำส้มซ่าลงไปด้วย ซึ่งเวลากินจะได้กลิ่มหอมชวนกินอย่างชัดเจน

ยังมีอาหารโบราณที่ขึ้นชื่อของวิเศษไก่ย่างอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ได้ชิม แต่พรรคพวกที่เป็นนักชิมแนะนำก็เช่น เห่าดง (ไม่ใช่ทำจากงูเห่า) ส้มตำปูม้า เพื่อนว่าอร่อยมาก แพะน้ำแดง ผัดจับฉ่ายไหหลำ เนื้อปลากะพงน้ำแดง ฯลฯ และยังมีสั่งเป็นโต๊ะจีน ตั้งแต่ราคา 2,400-6,900 บาท อีกด้วย

นั่งชิมอาหารไปดูลูกค้าเดินเข้าร้านไป ได้เห็นแล้วอยากมาที่นี่บ่อยๆ ตัวผมเองนั้นมีอายุมากแล้วกลายเป็นเด็กไปเลยเพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนสูงอายุที่บุตรหลานพามาย้อนอดีตชิมอาหารโบราณที่เคยคุ้นลิ้น บางท่านต้องนั่งรถเข็นมาลูกค้าสูงอายุบางท่านเดินขึ้นชั้น 2 ไม่ไหว ก็มีเก้าอี้เลื่อนไฟฟ้าบริการ ให้นั่งขึ้นไปอย่างปลอดภัย ถ้าอยากชิมอาหารอร่อยๆ ราคาไม่แพง ในบรรยากาศสบายๆ อย่าลืมแวะมาที่วิเศษไก่ย่างที่มีตำนานความอร่อยนานกว่า 65 ปี รับประกันคุณภาพครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง