ก.อุตฯ ร่วมมหาดไทยเร่งปั้นสินค้าชุมชน สู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ตั้งเป้าครบ 10,000 รายในปี 62

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 00:00:49 น.

นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการมาที่ตน ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ตามที่กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงอุตสหกรรม เริ่งพิจารณาออกใบรับคำขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.ป.) ให้กับผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) ในชุมชนท่องเที่ยวโอทอป (OTOP) นวัตวิถี ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลนั้นขณะนี้กระทรวงฯ อยู่ระหว่างดำเนินการออกใบรับคำขอมผช.ป. โดยมีเป้าหมายดำเนินการให้ได้ 10,000 ผลิตภัณฑ์ ภายในเดือนพฤษภาคม 2562 แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทสิ่งทอ 5,000 ผลิตภัณฑ์ โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้รวบรวมและทยอยจัดส่งข้อมูลคำขอที่ถูกต้อง ครบถ้วน ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด

สำหรบขั้นตอนการขอใบรับรอง มผช.ป. จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) สามารถดำเนินการได้โดยผู้ประกอบการยืนคำขอ พร้อมรายงานผลการทดสอบผลิตภัณฑ์(กรณีผลทดสอบเป็นไปตามมาตรฐาน มผช.) และเอกสารประกอบการยื่นคำขอ พร้อมยืนยันสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมการพัฒนาชุมชนเห็นชอบร่วมกันขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้ง 10,000 ราย ที่ได้รับ มผช.ป. แล้ว ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.)ต่อไป ซึ่งการพิจารณาออกใบรับรองตาม มผช.ต้องใช้ระยะเวลาการดำเนินการ 49 วันต่อราย ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

"การที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.ป.) จะเป็นข้อกำหนดด้านคุณภาพที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่เชื่อถือ เป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นตามมาตรฐานที่กำหนด และสอดคล้องกับนโยบายโอทอป (OTOP) ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทย ให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และเชื่อมโยงให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยสู่ตลาดผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น" รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง