คอลัมน์ปักธงธรรม: การศึกษาที่สร้างกับดัก ... มนุษยชาติ.. !!!

ข่าวทั่วไป 19 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โดย.. พระ อ.อารยวังโส เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา หลักธรรมข้อเดียวของพุทธศาสนา คือ การรักษาจิตให้ปกติ ด้วยการไม่ส่งจิตออกไปภายนอก จนขาดสติ... ตามรู้ในตัวผู้รู้ ผู้คิดนึกทุกขณะ จนสามารถควบคุมจิตให้แน่วแน่มั่นคง จนรู้เท่าทันตรงอาการ อันเป็นสามัญผลของสภาวธรรมนั้นๆ และสามารถออกจากผัสสายตนะทั้ง ๖ ตามความเป็นจริง เข้าถึงจิตหลุดพ้น ไม่ถือมั่นได้จริง... การรู้แจ้งจริงในสามัญผลของสภาวธรรมทั้งหลายที่ปรากฏเฉพาะหน้า มีความเกิด ความดับ คุณโทษ และอุบายเครื่องสลัดออกจากผัสสายตนะทั้ง ๖ ตามความเป็นจริง ย่อมเข้าถึงความโล่งใจอย่างยิ่ง คือ หลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในโลก (อุปาทานขันธ์ ๕) ได้แท้จริง

การสำรวมจิตให้เป็นปกติในพระพุทธศาสนา จึงเป็นการพัฒนาจิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการศึกษาและปฏิบัติตามหลักอริยมรรคอันมีองค์ธรรมแปดประการเพื่อเป็นมรรค .. ปฏิปทาในการเข้าไปรู้แจ้งในธรรมชาติที่ก่อเกิดขึ้นโดยธรรม แม้ในสิ่งที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ของมนุษยชาติ...

ในทุกกาลสมัย หลักธรรมในพระพุทธศาสนาจึงมิได้ผันแปรไปตามกาลเวลา .. ดังที่กล่าวบูชาว่า เป็นธรรมที่ปฏิบัติได้ไม่จำกัดกาล .. อกาลิโก .. เป็นธรรมที่พิสูจน์ได้ จึงกล่าวเชิญชวนทุกคนว่า ท่านจงมาดูเถิด .. เอหิปัสสิโก .. เป็นธรรมที่ควรน้อมเข้ามาใส่ใจ ...เพื่อกระทำโยนิโสมนสิการตามธรรมวิธีในพระพุทธศาสนา

หลักโยนิโสมนสิการ คือ วิธีแห่งปัญญา ที่เกิดจากพิจารณาโดยแยบคาย ด้วยการใช้สติ สัมปชัญญะ ประกอบความเพียรชอบ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาจิต (จิตภาวนา) เพื่อให้เกิดปัญญาชอบ (สัมมัปปัญญา)

การศึกษาเพื่อชีวิตในวิถีธรรม จึงมีจุดมุ่งหมาย เพื่อการสร้างปัญญาชอบให้เกิดขึ้น .. ความรู้ทั้งปวงจึงเกิดจากปัญญาอบรมจิต จนก่อเกิด ปัญญารู้ ในสัจธรรมที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยเฉพาะสามัญผลของธรรมชาติ อันปรากฏตาม พระไตรลักษณญาณ (พระอนิจจัง พระทุกขัง พระอนัตตา)ความรู้ที่เกิดจากปัญญาจึงบริสุทธิ์ ไม่เศร้าหมอง เพราะสามารถขจัดกิเลส (ความเศร้าหมอง) ให้สิ้นไปได้ จึงต่างจาก ความคิดรู้ ที่มีมูลเหตุมาจากกิเลสปรุงแต่งจิต ซึ่งเป็นการรู้ที่ติดความเศร้าหมอง จึงเป็นความรู้ที่ไม่สว่าง แจ่มแจ้ง ด้วยเป็นความรู้ที่เกิดจากจิตกิเลสปรุงแต่งนึกคิด หวังตอบสนองความต้องการตามที่คาดหวัง

การศึกษาทางโลกวัตถุนิยม .. จึงน่ากลัวต่อมนุษยชาติ ด้วยเป็นการศึกษาภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของกิเลส ที่หวังเพื่อตอบสนองความต้องการ จึงนำไปสู่การใช้ ความคิดรู้ (ปัญญาทางโลก) เพื่อการแสวงหาให้ได้มาใน วัตถุกาม ที่ตนปรารถนา ที่ในปัจจุบันยกเรื่อง เงินตรา เป็นเทพเจ้า ดังที่สังคมใน ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ได้บัญญัติปัจจัยเงินทุนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่กล่าวเรียกว่า เป็น กระแสความเป็นใหญ่ของเงินทุน (Fi nancializati on) ดังที่ปรากฏบทบาทของเงินทุนในกระแสการดำเนินชีวิตในทุกด้าน จนเกิดการปฏิวัติอารยธรรมของประชาคมโลกในเชิงผกผัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยอิทธิฤทธิ์เงินตราที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตเหนือจิตใจ ดุจเทพเจ้าหรืออำนาจความศักดิ์สิทธิ์ที่เคยมีอิทธิพลเหนือจิตวิญญาณมนุษยชาติ .. แม้อำนาจธรรมที่เคยทรงพลานุภาพต่อประชาคมในยุคอารยธรรมบานสะพรั่ง... ที่กำลังจะผ่านไป .. ด้วยอิทธิพลของกระแสเงินตราที่กำลังเข้ามาแทนอย่างเต็มรูปชีวิต เพื่อสนองตอบความต้องการในการดำเนินชีวิต ที่มีการมุ่งจัดการศึกษาเพื่อการใช้ความรู้ความสามารถไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรากลับคืนมาสู่ชีวิต .. ด้วยคติโลกนิยม!

การตอบสนองความต้องการทั้งปวงในด้านวัตถุกาม กลายเป็นเครื่องหมายความสำเร็จในชีวิต ที่สัมฤทธิผลได้จากอิทธิฤทธิ์ของเงินตรา ที่ยกระดับเป็นปัจจัยทรงอิทธิพลสูงสุดในโลกต่อมนุษยชาติ...

เส้นทางการศึกษาเพื่อชีวิตจึงเริ่มแยกห่างและเบี่ยงเบนไปจากเดิม จนกล้าหาญละทิ้งถิ่นอารยธรรมที่เคยเป็นสมบัติอันสำคัญยิ่งของมนุษยชาติ .. โดยเฉพาะหลักธรรมคำสั่งสอนในพระศาสนาที่มุ่งเน้นการตอบสนองชีวิต ด้วยการก่อประทีปแห่งปัญญาขึ้น.. ด้วยการเรียนรู้กฎความเป็นจริงในธรรมชาติ.. ที่จะได้นำความรู้ที่ถูกต้องตรงตามธรรมไปใช้ในการบริหารชีวิต ให้มีความสมดุลในการดำเนินไปอย่างมีดุลยธรรมกับสังคม สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ เพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืนด้วย สติปัญญา ที่บริหารชีวิตให้มีคุณธรรมความรู้ .. เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตทางจิตใจให้ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของวัตถุกาม.. กิเลสกาม.. ที่เป็นเหตุปัจจัยนำพาสัตว์โลกไปสู่ความหายนะ...

บทธรรมความรู้เพื่อชีวิตที่แตกต่างระหว่างทางโลกกับทางธรรมจึงเป็นไปด้วยประการดังกล่าวที่ให้ผลคืนกลับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว โลกกับธรรม มิใช่เรื่องความแปลกแยกในการศึกษา หากจุดมุ่งหมายของการศึกษาเป็นไปที่จุดประสงค์เดียวกัน คือ เพื่อสร้าง ปัญญาพัฒนาชีวิตและเข้าใจนิยามของปัญญาตรงความหมายเดียวกัน

แต่เพราะเข้าใจนิยามของปัญญาในความหมายที่ต่างกัน จึงกลายเป็นเส้นแบ่งการศึกษาเพื่อชีวิตออกจากกัน ให้มีสองระบบการศึกษาขึ้นเพื่อการพัฒนาชีวิต คือ การศึกษาทางโลก ที่มุ่งเน้นความรู้ทาง โลกนิยม กับการศึกษาทางธรรม ที่มุ่งเน้น ธรรมนิยม...

การศึกษาเพื่อชีวิตที่สร้างดาวคนละดวงจึงเกิดขึ้นในมวลมนุษยชาติ... ที่มุ่งเน้นโลกนิยมเป็นหลัก ด้วยความต้องการใน โลกธรรม เพื่อตอบสนอง จิตกิเลส ซึ่งนับวันยิ่งเร่าร้อนรุนแรงต่อการขับเคลื่อน โดยเฉพาะใน กระแสโลกาภิวัตน์ (Glo balization) ที่มีกระแสพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด (Big Bang of Technology) ที่ได้เห็นการพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กล่าวกันว่า ความเร็ว ความจุ ความสามารถ ในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์จะดีขึ้น ๒ เท่าทุก ๒ ปี อันเป็นไปตาม กฎของมัวร์ (Moore's law) และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จะเกิดปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมามีบทบาทสามัญในสังคมมนุษยชาติ จนบดบังอารยธรรมที่เคยมีมาให้สูญสิ้นสลายไปโดยสิ้นเชิง ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า โดยมีการคาดการณ์กันว่า ปี ๒๐๔๐ (พ.ศ.๒๕๘๓) จะเกิดปรากฏการณ์ที่นำไปสู่การพลิกผันประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความรู้ (ปัญญาทางโลก) ของมนุษย์ ที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ... ที่จะมีประสิทธิภาพหรือความเก่งมากกว่ามนุษย์...

...และนี่คือก้าวย่างแห่งความหายนะของมนุษยชาติในสมัยวัตถุเทคโนโลยีเป็นใหญ่ มีอิทธิพลเหนือจิตวิญญาณ... ที่เกิดจากการติดกับความรู้ของตนเองที่เกิดจากการเรียนรู้ตามวิถีโลกนิยมส่วนเดียว จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในทักษะการดำรงชีวิตที่เคยดำเนินมา .. ด้วยทักษะการเรียนรู้ปรับตัว (Learning Skill) .. ที่ดำเนินตามอำนาจวัตถุนิยม ให้มุ่งเน้นการผลิตทักษะการสร้าง.. (Creation Skill) .. เพื่อทักษะงาน (Job Skill) .. ที่ให้ความสำคัญ เพื่อการดำรงชีวิตในโลกวัตถุนิยมส่วนเดียว .. โดยไม่ใส่ใจ .. ในการพิจารณาลงไปในความเป็นธรรมชาติของชีวิตเชิงธรรมนิยมเลย เพื่อการศึกษาพัฒนาชีวิตให้สอดคล้องกับกระแสความจริงในธรรมชาติ จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นภาวะความผันผวนทางจิตวิญญาณของหมู่ชนในโลกยุคใหม่ที่รุนแรงมากขึ้น อย่างไม่ต้องถามหาศีลธรรม .. จริยธรรม .. คุณธรรม ดังที่เคยมีมา ...ด้วยเหตุของค่านิยมที่เป็นไปตามกระแสกิเลส .. ที่หลงเข้าไปติดกับดักปัญญาประดิษฐ์ในกระแสการเติบโตของวัตถุเทคโนโลยี .. อินเทอร์เน็ต ที่เข้ามามีบทบาทเติมชีวิตของมนุษยชาติ จนกล่าวว่า นี่คือสมัยของไอที ที่เรียกว่า Internet of things ที่สัตว์โลกยากจะมีกำลังปฏิเสธ .. ในเทพเจ้ารูปแบบใหม่... ที่เกิดจากการจัดการศึกษามุ่งสู่โลกนิยมส่วนเดียว .. เพื่อสนองตอบความต้องการของจิต .. ที่ดำเนินไปภายใต้อำนาจบงการของกิเลสมาร ... ที่สร้างกับดักไว้ในปลายทางของทุกชีวิตที่ดำเนินไป ด้วยจิตที่ขาดสติปัญญา .. ที่จะประสบกับความหายนะ .. เพียงส่วนเดียว .. ในเบื้องหน้า ...ด้วยผลพิษที่เกิดจากต้นไม้พิษแห่งการศึกษาเพื่อชีวิต ที่เสียสมดุลไปจากธรรมชาตินั่นเอง!!!.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ