รวมพลังฟื้นฟูคลองเปรมประชากร

ข่าวบันเทิง 20 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบ จากกรุงเทพฯ-บางปะอิน ใช้งบ 4,448 ล้านบาท ตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วนปี 2562-2565 โดยให้ กทม.-กรมโยธาฯกรมชลประทาน สร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม บำบัดน้ำเสีย รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อรถ-ราง-เรือ ขณะที่ พอช.จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตรองรับประชาชนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ ตามโครงการบ้านมั่นคง 33 ชุมชน 6 หมู่บ้าน รวม 6,386 ครัวเรือน โดยมีพระราชประสงค์เพื่อย่นระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงเก่า (อยุธยา) เนื่องจาก 2.สร้างเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมคนคลอง เปรมฯ 13 เครือข่าย โดยกระบวนการขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรมฯ ว่าด้วยคลองสะอาด ชุมชนน่าอยู่ บรรยายใต้ภาพ สภาพบ้านรุกล้ำคลองเปรมฯ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมชี้แจงสร้างความเข้าใจการพัฒนาคลองเปรมฯ ที่วัดสีกัน ดอนเมือง

จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554 สาเหตุหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก ทำให้ลำคลองคับแคบ ตื้นเขิน รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรกในปี 2559 โดยให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่สร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลอง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

          ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา        คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรทั้งระบบ ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองที่รับน้ำมาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ จากอยุธยา-ปทุมธานี-ลงมาถึงกรุงเทพฯ และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย'เปรมประชากร' คลองสายแรกที่ขุดในสมัย ร.5
          คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้ขุดขึ้นในปี พ.ศ.2413 เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน       เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร ไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลเกาะใหญ่  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทางประมาณ 50.8 กิโลเมตร มีความกว้างประมาณ 12 เมตร

เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมเป็นทางน้ำอ้อมวกเวียนใช้เวลาเดินทางนาน และเพื่อขยายพื้นที่การทำนาริมสองฝั่งคลอง เพราะเดิมพื้นที่แถบนี้เป็นป่ารกเต็มไปด้วยโขลงช้างป่า ไม่มีใครไปบุกเบิกถากถาง เพราะไม่มีคลองน้ำ เมื่อขุดคลองขึ้นมาแล้ว ประชาชนจะได้มีความสะดวกสบาย ทั้งด้านการทำมาค้าขายและการสัญจรไปมา จึงโปรด เกล้าฯ ให้จ้างแรงงานจีนมาขุด ใช้เวลาขุด 16 เดือน ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 2,544 ชั่ง 2 ตำลึง (ประมาณ 203,520 บาท) และพระราชทานนามว่า "คลองสวัสดิ์เปรมประชากร"ปัจจุบันคลองเปรมประชากรมีสภาพตื้นเขิน น้ำในคลองมีสีดำ เน่าเสีย มีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก ส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ อีกทั้งยังมีการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในคลอง จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ปัจจุบันมีชุมชนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ จำนวน 33 ชุมชน อยู่ในเขตจตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง และอีก 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน ครม.เห็นชอบฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ ใช้งบ 4,448 ล้านบาท

หลังจากที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินหน้าจัดระเบียบและฟื้นฟูคลองลาดพร้าวไปแล้วตั้งแต่ปี 2559 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว ระยะทางทั้ง 2 ฝั่ง ประมาณ 45 กิโลเมตร จากพื้นที่ริมคลองในเขตวังทองหลางไปถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม กรุงเทพฯ ดำเนินการโดย กทม. รวมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว จำนวน 50 ชุมชน รวม 7,069 ครัวเรือน ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นั้น

ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร มีกำหนดแผนการดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) และเห็นชอบแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียคลองเปรมประชากรทั้งระบบ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วน ปี 2562-2565 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 4,448 ล้านบาท ดังนี้

1.กทม.ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนจากถนนเทศบาลสงเคราะห์-สุดเขต กทม. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว ในวงเงิน 3,443 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินอุดหนุนรัฐบาลในสัดส่วนร้อยละ 50 เป็นเงิน 1,721.50 ล้านบาท และใช้เงินรายได้ของ กทม. สมทบร้อยละ 50 เป็นเงิน 1,721.50 ล้านบาท

          2.กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการ ก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรจากคลองบ้านใหม่-คลองรังสิตประยูรศักดิ์ วงเงิน 980 ล้านบาท        ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2562

3. กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์-คลองเชียงรากน้อย ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร วงเงิน 16 ล้านบาท และขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากคลองเชียงรากน้อย-สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร วงเงิน 9 ล้านบาท ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ตามแผนงานของ กทม.จะมีความยาวประมาณ 17 กิโลเมตร เริ่มจากพื้นที่ริมคลองเปรมฯ เขตจตุจักร-หลักสี่-ดอนเมือง-ปทุมธานี ขนาดความกว้างเท่ากับคลองลาดพร้าว คือ 38 เมตร โดยจะเริ่มสร้างเขื่อนฯ นำร่องภายใน 1-2 เดือนนี้ เริ่มจากคลองบ้านใหม่ถึงสะพานข้ามคลองบริเวณหมู่บ้านแกรนดค์าแนล ระยะทางตามแนวเขื่อนทั้งสองฝั่งรวม 460 เมตร

เปิดแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมฯ

แผนแม่บทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งชุมชนและเมือง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ มีความสอดคล้องกัน ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่อาศัย การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง การปรับปรุงภูมิทัศน์ การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ล้อ-ราง-เรือ-ทางจักรยาน และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน ฯลฯ

ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนริมคลอง จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ และวางผังเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่ โดยดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่นเดียวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าว พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น มีระบบการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน การจัดการขยะ มีศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์การเรียนรู้ ลานกีฬา ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนมีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้พื้นที่ที่ดำเนินการในคลองเปรมประชากร จากคลองผดุงกรุงเกษม (กรุงเทพฯ) ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (จ.พระนครศรีอยุธยา) ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ความยาว 22.8 กิโลเมตร ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ความยาว 20 กิโลเมตร และพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ความยาว 8 กิโลเมตร ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ. 2562-2570)

อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ดังกล่าวแล้ว กรุงเทพมหานครยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2562-2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตจตุจักร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 109 ตารางกิโลเมตร เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ นนทบุรี และปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย

พอช.พร้อมสนับสนุนสร้างบ้านมั่นคง 6,386 ครัวเรือน

นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ 'พอช.' กล่าวว่า การพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองสายหลักที่ช่วยระบายน้ำทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันมีการก่อสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางเดินน้ำจำนวนมาก ทำให้น้ำในคลองไหลไม่สะดวก ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสีย รัฐบาลจึงมีแผนงานแก้ไขปัญหา โดยการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ขุดลอกคลองให้น้ำไหลได้สะดวก และพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองให้มีความมั่นคง บ้านเรือนมีความสวยงาม ลำคลองมีความสะอาด ลูกหลานจะได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เหมือนกับโครงการพัฒนาในคลองลาดพร้าวที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง พอช. กล่าวว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พอช.และหน่วยงานต่างๆ เช่น กทม. สำนักงานเขต กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทหารและตำรวจ ฯลฯ ได้จัดเวทีในพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งจากการลงพื้นที่ชี้แจงโครงการพบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเข้าใจและต้องการเข้าร่วมโครงการ เพราะชาวบ้านยังสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้ แต่จะต้องรื้อบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่ ทำให้ไม่เกิดผลกระทบเรื่องการเดินทางไปทำงานหรือไปโรงเรียนของลูกหลาน

          ส่วนแผนงานการรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลองเปรมฯ นั้น นายธนัชกล่าวว่า  มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน 33 ชุมชน อยู่ในเขตจตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง และอีก 6 หมู่บ้านอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถ     อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด เพื่อให้   ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดยได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากันทุกครัวเรือน เบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น ขนาด 4x7 และ 5x6 สายไหมตารางเมตร ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน

"ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท 2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท ผ่อนชำระ 15 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%" นายธนัชแจงรายละเอียดการสนับสนุนของ พอช.

          ทั้งนี้ภายในเดือนเมษายนนี้ พอช.และกรมส่งเสริมสหกรณ์จะสนับสนุนให้ชุมชนที่ยังไม่มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน  และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน  เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อบริหารโครงการ  รวมทั้งเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ เปลี่ยนสถานะจากชุมชนบุกรุกที่ดินริมคลองเป็นเช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ในอัตราผ่อนปรน 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี) และคาดว่าชุมชนที่มีความพร้อมจะสามารถ        เริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ภายในเดือนกันยายนตุลาคมนี้

ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ รวมทั้งหมด 50 ชุมชน จำนวน 7,069 ครัวเรือน ขณะนี้ พอช.สนับสนุนการก่อสร้างแล้ว 32 ชุมชน สร้างบ้านเสร็จแล้ว จำนวน 2,068 ครัวเรือน ดำเนินการใน 8 เขตริมคลองฯ คือ วังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และสายไหม

สช.ร่วมสานพลังพัฒนาคลองเปรมฯ

นอกจากกรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะเป็นหน่วยงานหลักในการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบแล้ว สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมฯ โดยจะใช้ 'ธรรมนูญสุขภาพชุมชน' เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของปัญหา การกำหนดใจตนเอง และร่วมเป็นผู้แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

          นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สช. จะนำธรรมนูญสุขภาพชุมชนมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล โครงการ  'ธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรม : คลองสะอาด ชุมชนน่าอยู่' จึงเกิดขึ้นมา โดยมีเป้าหมาย 3 ประการ คือ 1.สานพลังประชาคมคนคลองเปรมฯ ร่วมกันฟื้นฟู-พัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล     แด่ในหลวงรัชกาลที่ 10

          "และ 3. เนื่องจากการขุดคลองเปรมฯ     ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการปักหมุดหมายริมคลองเปรมฯ จากคลองผดุงกรุงเกษมถึงพระนคร ศรีอยุธยา เพื่อบอกระยะทางทุกๆ 100 เส้น หรือ 4 กิโลเมตร รวม 13 หลัก แต่ปัจจุบันหลักหมุดทั้งหมดได้หายไป เหลือเพียงแต่ชื่อ เช่น หลักสี่ หลักหก ดังนั้น สช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันค้นหาจุดที่ตั้งดั้งเดิม และสร้างสรรค์หลักหมุดหมายขึ้นมาใหม่ จนครบทั้ง 13 หลัก เพื่อฟื้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สร้างจุดท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์และภูมินิเวศต่อไป" นพ.พลเดชกล่าวนี่คือการรวมพลังของหลายหน่วยงานและชาวชุมชนคนริมคลองเปรมประชากรตลอดทั้งสายคลอง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูคลองสายประวัติศาสตร์ให้กลับมาสะอาด สวยสดใส ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น รวมทั้งสร้างโครงข่ายคมนาคม รถ-ราง-เรือ  เพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อและเป็นทางเลือกในการเดินทาง-ท่องเที่ยว

สมดังกับพระราชหฤทัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ที่มีบันทึกว่า"จะให้ราษฎรได้ความเย็นใจ ราษฎรชายหญิง ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต ลูกค้าวานิชและต่างภาษา ค้าขายขึ้นล่องคลองนี้โดยสะดวกทุกท่าน"


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ