9 ขั้นตอนสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง สร้างอนาคตใหม่ให้ลูกหลาน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 00:00:53 น.

โครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ 'พอช.' เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ รวม 328 เมือง 72 จังหวัด ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงจำนวน  106,901 ครัวเรือน

ส่วนโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่กำลังดำเนินการในคลองลาดพร้าวและกำลังจะเริ่มในคลองเปรมประชากร มีกระบวนการและขั้นตอนเหมือนกัน โดยมีแนวทางการทำงานที่สำคัญ คือ ให้ประชาชนที่เดือดร้อนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา โดยการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาบริหารโครงการ ส่วน พอช.และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวจะมีบทบาทในการเป็นฝ่ายสนับสนุน มีกระบวนการและขั้นตอนดังนี้

1.สร้างความเข้าใจโครงการ โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน           มีกรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่เขต  กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมธนารักษ์ ฯลฯ ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล รับรองข้อมูล  พิจารณาสิทธิ เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน       ผู้อยู่อาศัย ขนาดพื้นที่ของชุมชน และความต้องการที่อยู่อาศัย เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิและรับรองสิทธิ  เพื่อให้ชาวชุมชนได้ช่วยกันยืนยันว่า เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์

3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์-จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ เคหสถาน เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันออมเงินเพื่อเป็นกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน บางชุมชนอาจมากกว่า เช่น 500 บาท แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน หากครัวเรือนใดมีเงินออมมาก ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง (พอช.กำหนดให้ครัวเรือนและชุมชนที่จะขอใช้สินเชื่อต้องมียอดเงินออมรวมไม่ต่ำกว่า 5% ของยอดเงินกู้) หลังจากนั้นจึงจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล  และบริหารโครงการ

4.จัดการเรื่องที่ดิน โดยการรังวัดที่ดิน ร่วมกันออกแบบผังชุมชน ออกแบบบ้าน โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชุมชน และทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่ (ปลูกสร้างในที่ดินราชพัสดุ) จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้ โดยแบ่งแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน และ 1 ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์ หรือตามข้อตกลงของชุมชน เช่น ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์

5.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช.เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนและงบสินเชื่อ

6.วางแผน ขออนุญาตก่อสร้าง และรื้อย้ายชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. สถาปนิก และวิศวกร วางแผนการก่อสร้าง แผนการรื้อย้าย  และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างบ้านจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต

7.ทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว  ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้แล้ว      มาทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่

8.กระบวนการก่อสร้างบ้าน เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว ชุมชน  จะมีการคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างบ้าน และแบ่งหน้าที่กันทำงาน เช่น จัดทำบัญชี ตรวจสอบการเงิน ตรวจสอบวัสดุ และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง รวมทั้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ

9.พัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เรื่องอาชีพ มีการวางแผนการจัดตลาดนัด ตลาดน้ำชุมชน เรือโดยสารในคลอง ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ, พัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ปลูกต้นไม้  ปลูกผักสวนครัว การคัดแยกขยะ การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง "เป็นบ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน" เพราะชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันบริหารโครงการและพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน ทำให้ชาวชุมชนริมคลองและลูกหลานมีบ้านใหม่ที่มั่นคง  สวยงาม มีสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอนาคตที่สดใส...!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง