'สรรพากร'ฮึ่มรีดภาษีดอกเบี้ย บีบลูกค้าธนาคารแจงบัญชีฝาก

ข่าวเศรษฐกิจ 20 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พระราม 6 * "ขุนคลัง" ยัน "สรรพากร" ทำถูกรีดภาษีดอก เบี้ยเงินฝาก หลังเจอปัญหาแบงก์ชงลูกค้าปิดบัญชีก่อนถึงเกณฑ์ ถือเป็นการเลี่ยงภาษี ยันประชาชน 99% ไม่ได้รับผลกระทบ วอนอย่าตื่น ตระหนก พร้อมแนะลงทะเบียน ยินยอมส่งข้อมูลให้ตรวจสอบ

นายอภิศักดิ์ ตันติวร วงศ์ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมสรรพากรออกประกาศการเก็บภาษีเงินฝากจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ สำหรับผู้ที่ได้รับดอกเบี้ยฝาก 2 หมื่นบาทต่อปี ว่า กฎหมายนี้เป็นเรื่องปกติที่มีมานานแล้ว และมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีของผู้ที่มีเงินฝากจำนวนมาก

"เรื่องนี้ไม่เคยคุยกับธนา คารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องไปคุย แม้ว่าปัจจุบันมีสถาบันการ เงินขนาดใหญ่หลายแห่งที่เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้ารายใหญ่ในการหลบเลี่ยงภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ที่เกิดจากรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก โดยตามกฎหมายคนที่มีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์รวมกันตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป จะมีรายได้จากดอกเบี้ย 2 หมื่นบาทต่อปี โดยสถาบันการเงินจะบอกลูกค้าให้มีการปิดบัญชีเมื่อมีรายได้จากดอกเบี้ยใกล้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี โดยให้ไปเปิดบัญชีใหม่ หรือกระจายบัญชีออกจากกัน ซึ่งกลายเป็น ปัญหาในปัจจุบัน" นายอภิศักดิ์กล่าว

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า หลังจากนี้สถาบันเงินจะต้องส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากของลูกค้าให้กรมปีละ 2 ครั้ง คือ เดือน พ.ค.และเดือน พ.ย.ทุกปี เพื่อนำมาตรวจสอบรายได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีเงินฝาก

"ระหว่างนี้กรมขอให้ประชาชนที่มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ มาให้ความยินยอมกับสถาบันการเงินที่มีบัญชีเงินฝากอยู่ทุกแห่ง ให้ส่งข้อมูลทาง บัญชีให้กรมสรรพากร แม้ว่าประชาชนกว่า 99% จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะมีเงินฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท แต่ควรมาแสดงความยินยอมไว้ เพราะหากไม่มายินยอม ผู้ฝากทุกรายจะต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย จากรายได้จากดอกเบี้ยทัน ทีโดยอัตโนมัติ แม้รายได้ดังกล่าวไม่เกิน 2 หมื่นบาทก็ตาม แล้วค่อยไปขอคืนภาษีดังกล่าวในช่วงปลายปีได้" นายปิ่นสายกล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ