คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: ชาววานรไม่ยอมไกล่เกลี่ยบริษัทเหมือง สู้คดีถึงที่สุด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 00:00:52 น.
กลุ่มอนุรักษ์อำเภอวานรนิวาส

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เครือข่ายชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์อำเภอวานรนิวาส ซึ่งเป็น กลุ่มคัดค้านการสำรวจแร่โปแตชในพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ประมาณ 100 คน ได้เดินทางมาตามหมายนัดของศาลจังหวัดสว่าง แดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร คดีดำเลขที่ 1133/2561 โดยบริษัท ไซน่า หมิงต๋า โปแตชคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบหมายให้ทนายความฟ้องคดีแพ่งข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย นายกิจตกรณ์ น้อยตาแสง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 9 คน เป็นจำนวนเงิน 3,611,609.99 บาท (สามล้านหกแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหกร้อยเก้าบาทเก้าสิบเก้าสตางค์)

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 9-14 พ.ค.61 ซึ่งบริษัท ไซน่า หมิงต๋าฯ ได้ขนถ่ายอุปกรณ์ขุดเจาะสำรวจโปแตชเข้าไปในบริเวณลำห้วยสีดอกกาว อยู่ในท้องที่บ้านน้อยหลักเมืองต.วานรนิวาส เพื่อทำการสำรวจแร่โปแตช หลุมที่ 4 ในแปลงอาชญาบัตรพิเศษ เนื้อที่รวมทั้งหมด 120,000 ไร่ กลุ่มชาวบ้านและประชาชนทั่วไปในอำเภอวานรนิวาส ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการทำเหมืองแร่ จึงได้ออกมารวมตัวกันคัดค้านการสำรวจแร่ของบริษัท และเรียกร้องให้นายอำเภอวานรนิวาสมีคำสั่งให้ยุติการสำรวจออกไปก่อน จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายดังกล่าว รวมทั้งคดีอาญา ซึ่งเจ้าพนักงานอัยการได้พิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยศาลได้นัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อมาไกล่เกลี่ยยอมความกันก่อน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เพราะศาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะไกล่เกลี่ยหรือมีข้อยุติในทางที่ดี แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

นายสักกพล ไชยแสงราช ทนายความฝ่ายจำเลยทั้ง 9 คน ระบุว่า เงื่อนไขการเจรจาไกล่เกลี่ยใน 2 วันนี้คือ หนึ่ง ให้ถอนฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทางบริษัทไม่รับเงื่อนไขนี้ เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อถอนไปแล้วกลุ่มชาวบ้านและ 9 คนนี้จะมาขัดขวางการขุดเจาะสำรวจของเขาอีกหรือไม่ กรณีที่สองคือ บริษัทจะยอมถอนฟ้องแบบมีเงื่อนไข โดยกำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามไม่ให้ทั้ง 9 คน และชาวบ้านคนอื่นๆ เข้าไปขัดขวางการขุดเจาะสำรวจ พร้อมทั้งวางเงินมัดจำเพื่อเป็นหลักประกัน จำนวน 1,500,000 บาทไว้ด้วย นอกจากนี้ก็ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายทั้ง 2 ฝ่าย คือให้ฝ่ายบริษัทขุดเจาะสำรวจไปโดยที่ไม่กระทำการขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อม ก่อความรำคาญเสียงดัง หรือถ้าหากทำอะไรก่อความเสียหายต่อชาวบ้านๆ ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์หรือมีหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการกันไป ซึ่งฝ่ายเราก็ไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้เช่นกัน

"เมื่อตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายเราและบริษัทไม่ยอมรับเงื่อนไข ขั้นตอนต่อไปก็คือการสืบพยาน ซึ่งในประเด็นที่จะสู้คดีนี้ ทางผมไม่มีข้อกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าคดีละเมิดเราก็รู้อยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของชาวบ้าน 9 คนนี้ ไม่เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อบริษัท" ทนายสักกพลกล่าว

ด้าน นางมะลิ แสนบุญศิริ แกนนำชาวบ้านกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส และเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกฟ้อง 9 คน กล่าวว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราต่อสู้เพื่อบ้านของเราและสิทธิของเรา ซึ่งไม่ยอมให้เหมืองแร่เกิดขึ้นในชุมชนของเรา วันนี้จึงเป็นการพิสูจน์ความเข้มแข็ง ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่ม หากว่าเรายอมเขาแล้วเราจะไปบอกกับชาวบ้านที่ต่อสู้ด้วยกันมาว่าอย่างไร

"เราไม่ยอมรับเงื่อนไขที่จะมาบอกว่าให้เราเลิกต่อสู้เพื่อแลกกับคดีความ ซึ่งพวกเราทั้ง 9 คน พร้อมทั้งชาวบ้านในกลุ่ม ก็เตรียมพร้อมที่จะสู้คดีอยู่แล้ว และจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไร เราปกป้องบ้านของเราจากการรุกรานของนายทุนเหมือง" นางมะลิกล่าว

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ศาลเห็นว่าคดีนี้เป็นที่คดีที่สาธารณชนให้ความสนใจมาก เพราะมีการเรียกค่าเสียหายในการฟ้องสูง และศาลเห็นว่าอาจไม่เป็นผลดีแก่บริษัทหากฟ้องชาวบ้าน จึงอยากให้บริษัทซึ่งเป็นโจทย์ที่ยื่นฟ้องและจำเลยชาวบ้านวานรนิวาสทั้ง 9 คน ไกล่เกลี่ยกันก่อนที่จะสืบพยาน โดยบริษัทยื่นข้อเสนอว่า หากถอนฟ้องจะมีเงื่อนไข

ห้ามจำเลยทั้ง 9 คน และชาวบ้านอื่นออกมาขัดขวางการสำรวจ แต่การเจรจาไกล่เกลี่ยก็ไม่มีข้อยุติ ชาวบ้านยังยืนยันจะต่อสู้คดีตามกระบวนการ จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 11 เมษายน 2562 ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้เริ่มสืบพยานฝ่ายโจทย์ไป 2 คน และนัดสืบพยานโจทย์อีกครั้ง ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ส่วนพยานจำเลย ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน นัดสืบในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 และวันที่ 4 มิถุนายน 2562.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง