คอลัมน์: สาระสุขภาพแพทย์แผนไทย: ปลูกต้นยอ...ได้ต้นยา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 00:00:51 น.
วัชรีพร คงวิลาด
panthaibook@hotmail.com

ต้นยอกับคนไทยเป็นที่รู้จักกันมานาน โดยเฉพาะในการปลูกไม้มงคลตามทิศ ยอได้รับการยกย่องเป็นไม้มงคลนาม ปลูกประจำทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน เชื่อว่าปลูกแล้วจะมีคนมายกย่องสรรเสริญในสิ่งที่ดีงาม

นอกจากนี้ ยังจัดเข้าทำเนียบผักพื้นบ้านที่รู้จักการใช้ประโยชน์นำมาปรุงอาหารคือห่อหมกใบยอ รสชาติอร่อยกลมกล่อม ยอเป็นผักพื้นบ้านที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่มีในผักชนิดอื่น

ที่สำคัญต้นยอยังเป็นยาสมุนไพรระดับชาวบ้านที่ใช้กันแพร่หลาย ในเรื่องแก้อาการอาเจียน คลื่นไส้ และถูกบรรจุอยู่ในยาสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน

ยอมีอยู่ 2 ชนิด คือ ยอบ้านและยอป่า ที่เราพบเห็นและนำมาใช้ประโยชน์ทั่วไปคือยอบ้าน เป็นพืชในวงศ์ RUBIACEAE  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia  ที่รู้ตามท้องถิ่นในชื่อ มะตาเสือ ตาเสือหรือ แยใหญ่

การใช้ประโยชน์จากลูกยอตามตำราแพทย์แผนไทย ผลยอสดจะมีรสฝาดขม มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยให้ระบบโลหิตหมุนเวียนดีขึ้น บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

สำหรับการใช้ยอรักษาและยับยั้งอาการอาเจียนที่ไม่รุนแรงตามตำราไทยโบราณนั้น ทำได้โดยนำผลยอดิบหรือห่ามสด ฝานเป็นชิ้นบางๆ ย่างหรือคั่วไฟอ่อนๆ จนเหลือง โดยใช้ยอฝาน 1 ลูกต่อน้ำ 1 แก้ว หรือใช้ครั้งละ 1 กำมือ (10-15 กรัม) ต้มหรือชงกับน้ำ เอาน้ำที่ได้จิบทีละนิดและบ่อยๆ ครั้ง จะได้ผลดีกว่าดื่มครั้งเดียว

ลูกยอ มีสารสำคัญคือแอสปรูโลไซต์ (Asperuloside) ซึ่งสารนี้จะออกฤทธิ์แก้คลื่นไส้อาเจียนได้เป็นอย่างดี ส่วนสารโปรซีโรนีน (Proxeronine) ที่มีอยู่มากในผลยอนั้น เมื่อรวมตัวกับเอ็นไซม์โปรซีโรเนสจะได้เป็นสารซีโรนีนที่ลำไส้ใหญ่ และเมื่อดูดซึมกลับสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย จะช่วยปรับสภาพเซลล์ให้มีความสมดุลแข็งแรง และมีภูมิต้านทานที่ดี

อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ และกระตุ้นให้เซลล์ใหม่เติบโตและทำหน้าที่ได้เป็นปกติอีกด้วย ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอกได้

ในผลยอยังประกอบด้วยสารสำคัญอีกมากมาย เช่น สารแอนทราควิโนน (Antraquinones) มีฤทธิ์กระตุ้นทำให้ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายดีขึ้น สารสโคโปเลติน (Scopoletin) มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัวทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ และสารเซโรโทนินที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีและสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้ลำไส้ดูดซึมได้ง่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูกจุกเสียด ช่วยระบายท้อง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และยังช่วยขับพยาธิตัวกลม โดยเฉพาะพยาธิเส้นด้ายและพยาธิไส้เดือนได้เป็นอย่างดี

ลูกยอมีรสเผ็ดร้อนช่วยขับลมในลำไส้ แก้คลื่นเหียนอาเจียน ช่วยย่อยอาหาร บำรุงธาตุไฟได้ดีนัก จึงนิยมใช้ทำยารักษาโรคท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ทั้งผลดิบผลแก่จะนำมาฝานเป็นแว่นๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงให้ละเอียดละลายน้ำร้อน กินครั้งละ 2 ช้อนชา หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานครั้ง 1-2 เม็ด การใช้ผลลูกยอจะมีสรรพคุณที่แรงกว่าใช้ใบกินแล้วจะผายลมสบายท้อง

ลูกยอสุกเป็นยาชั้นยอดในการขับลมและช่วยย่อย แต่ข้อควรระวังในการรับประทานผลยอก็คือห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์เพราะจะมีผลโดยตรงต่อระบบการหมุนเวียนโลหิตในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้แท้งได้

ใบยอ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งแคลเซียมจากผัก และมีมากกว่าในนมสามเท่า นอกจากนั้นยังมีวิตามินเอ เหล็กและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง ใบยอจึงเป็นผักที่ควรส่งเสริมให้มีการบริโภคอย่างยิ่ง เพื่อเป็นแหล่งแคลเซียมในสตรีวัยหมดประจำเดือน เป็นแหล่งวิตามินซีที่เพิ่มภูมิคุ้มกันเพื่อการต้านมะเร็ง เป็นแหล่งวิตามินเอป้องกันการตาบอดในเด็ก และยังเป็นแหล่งฟอสฟอรัสและเหล็กที่ดีได้อีกด้วย

โดยทั่วไปไม่นิยมกินใบยอสดๆ นอกจากจะใช้นึ่งโดยรองก้นห่อหมกรับประทาน ส่วนใบอ่อนๆ นิยมลวกให้สุกรับประทานเป็นผักจิ้ม หรือจะหั่นเป็นฝอยๆ แกงเผ็ด แกงอ่อม จะมีรสขมอ่อนๆ

ในแง่ประโยชน์ทางยาการรับประทานใช้บำรุงธาตุ  แก้ไข้ ฆ่าเหา ปวดข้อ คั้นน้ำทาแก้โรคเกาต์ แก้ท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกบวม คั้นน้ำทาแก้แผลเรื้อรัง แก้กษัย หรือผสมยาอื่นแก้วัณโรค จะช่วยในการย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย โดยนำใบยอที่ไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไป หั่นตากแดดบดเป็นผงละลายน้ำร้อน ดื่มครั้งละสองช้อนกาแฟ หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินครั้งละสองเม็ด

- ใบยอ คั้นสดทาแก้ปวดข้อนิ้วมือนิ้วเท้าเนื่องจากโรคเกาต์
- นำใบสดย่างไฟหรือปรุงเป็นลูกประคบ แก้ปวดบวม อักเสบ ปวดข้อ
- น้ำคั้นใบยอสดเอามาล้างศีรษะ เป็นยาฆ่าเหาได้ แต่ต้องทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จึงจะหมดไข่เห่า

- ลูกประคบยอ นำใบยอฉีกประมาณ 3 กำมือ ใบหญ้าตุบโต๋ (ตีนตุ๊กแก) 2 กำมือ ลูกพิษพญาไฟแก่ (ดอกดีปลี) 2 กำมือ นำมาตำผสมกัน ใส่เกลือเล็กน้อย ห่อด้วยผ้าพรมด้วยสุรา นึ่งประคบแก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย อักเสบต่างๆ

รากและเปลือก ของยอนั้นใช้เป็นยาระบายและแก้ไข้ได้ รากยังใช้เป็นสีย้อมผ้า ให้สีแดงชมพูหรือน้ำตาลอ่อน และเนื้อในเปลือกมักนำมาใช้ย้อมผ้าไหมและไหมพรม แต่ทั้งสองส่วนนี้ควรใช้รากต้นยอบ้านที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป จะให้สีคงทนนานกว่า

ยอจึงนับได้ว่าเป็นไม้มงคลในด้านการใช้ประโยชน์และอาหารอย่างน่ายกย่องแท้จริง ถ้ามองในแง่กุศโลบายที่ให้ปลูกยอไว้ในบ้านแล้ว อาจไม่ได้หมายถึงต้องการให้ใครมายกยอหรือยกย่อง แต่อาจกินนัยหมายถึงคุณค่าและประโยชน์ที่นำไปใช้ที่มีค่าแก่การยกย่องมากกว่า.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง