คอลัมน์ผู้หญิงท่องโลก: ดวงจันทร์ในวันร้อน

ข่าวทั่วไป 21 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ถนอมจิต คงจิตต์งาม

thanomjitk9@gmail.com

ร้อนจนหัวจะแตก ร่างจะละลาย สรรพชีวิตต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเป็นแถว ผู้คนหาทางเลี่ยงอยู่ในห้องปรับอากาศ ถ้าจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ก็ต้องใช้วิธีคลุมหัว คลุมแขนขาเหลือตาไว้มองทางนิดหน่อย

โผล่หน้ามาดู เห็นนกวิ่งมาเกาะกะละมังใส่น้ำที่วางไว้ให้หมากินประทังชีวิต ตอนนี้เลยต้องใส่น้ำให้เต็มกระถางบัว เผื่อทั้งต้นไม้และนก

วันร้อนแบบนี้ ดิฉันมีโอกาสหนีไปทำงานในป่า แถวตำบลบ้านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีไปเยี่ยมเยียนบ้านลุงถวัลย์ จันทร์เพ็ญ

บ้านลุงถวัลย์ หรือพี่ถวัลย์ ตามคนเรียกจะอยู่วัยไหน อยู่ติดถนน แต่ด้านหลังเป็นป่า ป่าที่ว่าเป็นป่าคนสร้าง มีทั้งต้นไผ่ และไม้เศรษฐกิจอื่นๆ ขณะเดียวกันก็มีไม้กินได้สารพัดชนิดตั้งแต่มะม่วง กล้วย ชะอม ถั่วพู พริกขี้หนู ดอกแค มีปลา มีกบ และอื่นๆ อีกมากมาย

ถามหาบ้านลุงถวัลย์ จันทร์เพ็ญ ใครๆ ก็รู้จัก เพราะเป็นเกษตรกรที่เชี่ยวชาญด้านการทำสวนผสม เป็นเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดเมื่อปี 2551

และยังเป็นคนสืบสานแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการนำหญ้าแฝกมาปรับปรุงบำรุงดิน ใช้แฝกล้อมรอบโคนผลไม้ ต้นไม้ทุกชนิด จนได้รับรางวัลจากโครงการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี 2552

ไปถึงตอนแดดเปรี้ยง แต่พอไปนั่งที่แคร่ไม้ข้างบ้าน ความรุนแรงของแสงอาทิตย์กลับบรรเทาลง เพราะได้ร่มเงาจากต้นไม้นานาชนิด เป็นการพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ต้นไม้ช่วยดูดซับความร้อนและให้ความร่มรื่นกับเราได้จริง ลุงถวัลย์ยกข้าวโพดต้มมาเลี้ยง สีแดงเหมือนสีทับทิม น้องๆ ในทีมงานบอกไม่เคยเห็นนึกว่าลุงเอาข้าวโพดไปย้อมสีเพื่อความสวยงาม ถามไถ่จึงได้ความว่าเป็นข้าวโพดต้มพันธุ์ทับทิมสยาม รสชาตินุ่ม หวาน พวกเราเลยดับร้อนกันด้วยข้าวโพดต้มเสียเกือบหนึ่งหม้อ

พอไม่โดนอากาศแผดเผา จิตใจก็เริ่มคลายร้อนลงบ้าง มองไปทางไหน ในสวนของลุงถวัลย์มีแต่ของแปลก อย่างเช่น มีพริกขี้หนูที่ปลูกในถุงปุ๋ย สามารถยกย้ายที่ไปตรงไหนก็ได้ แต่ที่ดีที่สุดคือไม่เป็นโรคพืชต่างๆ

ลุงถวัลย์หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการปลูกผัก ปลูกพืชขาย โดยเน้นให้พืชผัก-ผลไม้เหล่านี้เป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมี มีการนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดชุมชนเป็นประจำ คนเมืองอย่างพวกเราไปมองแล้วแทบไม่เชื่อว่าลุงถวัลย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าพวกมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราเสียอีก เพราะลุงเป็นเจ้านายตัวเอง มีเวลาว่างได้อยู่กับครอบครัว ทำมากก็ได้มาก มีความมั่นคงทางอาหาร เวลาไม่มีเงิน ก็มีอาหารกิน และมีเงินส่งลูกเรียนจนจบมีการงานทำ

วันที่เราไป ได้เจอน้องเดียร์ ลูกสาวลุงถวัลย์ ปัจจุบันเป็นคุณครูสอนเด็กปฐมวัยอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลคุณากร ในพระราชูปถัมภ์พลเอกสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดนครนายก

ครูเดียร์ในวัยยี่สิบกว่า เล่าให้ฟังว่า ช่วยพ่อทำสวนมาตั้งแต่เล็กๆ โดยเฉพาะได้รู้จักหญ้าแฝก ได้ลงมือปลูก และมีโอกาสตามพ่อไปทำงานร่วมกับเครือข่ายคนรักษ์แฝกมาตลอด อีกทั้งเห็นประโยชน์ของหญ้าแฝกมากมาย ครั้นพอเรียนจบ

ต้องไปเป็นครู ได้สอนวิชาทักษะชีวิตให้กับเด็กๆ ก็ได้นำความรู้เรื่องหญ้าแฝกไปสอนเด็กๆ ด้วย

ถามครูเดียร์ว่า เด็กๆ จะรู้เรื่องเหรอ ครูเดียร์บอกว่า ก็ต้องสอน อย่างน้อยในฐานะที่เป็นครู เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ เราก็บอกเด็กของเรา เด็กๆ รู้เรื่องหญ้าแฝก ก็นำไปบอกพ่อแม่ หรืออย่างน้อยวันหนึ่งเขาก็จะได้มีโอกาสใช้ความรู้เหล่านี้ต่อไป

ครูเดียร์บอกว่า คิดว่าสิ่งที่ทำนี้เป็นการเดินตามรอยพ่อ หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ในรูปแบบและวิธีการที่เราสามารถทำได้ ทุกคนอาจจะไม่ต้องมาเป็นเกษตรกรหมด แต่เราก็นำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านไปปรับใช้ตามการงานที่เราทำอยู่

ทุกวันนี้ พอถึงวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุด ครูเดียร์ก็จะกลับบ้านมาช่วยพ่อเก็บผัก เก็บผลไม้ และไปช่วยกันขายอาหารปลอดภัยที่ปลูกกับมือให้คนอื่นๆ ได้กิน

ครูเดียร์ที่มีชื่อจริงว่า นางสาวทิตยา จันทร์เพ็ญ เป็นคนรุ่นใหม่ ดูภายนอกเป็นคนหน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เข้าขั้นสวยอีกต่างหาก แต่สิ่งที่น้องเดียร์พูดออกมา ทำให้เราเห็นว่า นอกจากหน้าตาแล้ว ครูเดียร์ยังมีใจที่งดงามอีกด้วย

ฟังครูเดียร์พูด บรรยากาศร้อนรอบตัวเย็นทันที

คนโบราณเปรียบเทียบว่า ผู้หญิงสวยๆ คือพระจันทร์สีเหลืองนวลที่โผล่ขึ้นมาประดับให้ท้องฟ้าที่มืดมิดดูสุกสกาว สำหรับพวกเรา ในยามที่เราถูกแสงอาทิตย์แผดเผากันเกือบไหม้มอด ในบ้านเกษตรกรหลังเล็กๆ ในพื้นที่ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีแห่งนี้ เราก็ได้พบครูเดียร์ พระจันทร์น้อยดวงนี้ที่ส่องแสงนวล ทำให้ใจที่รุ่มร้อนได้เยือกเย็นลงอย่างฉับพลัน

ยามร้อนแล้ง ฟังเรื่องดีๆ ก็ทำให้ชีวิตมีความหวังไม่น้อย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ