พระมหาโป้ง วัดใหม่ศรีเพชร บอกเคล็ดลับ นำบุตรธิดามาบวชเณรและชีพราหมณ์ เป็นประโยชน์สูงสุดต่อกุลบุตรและกุลธิดา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 00:00:11 น.
สราวุฒิ ศรีธนานันท์

วัดใหม่ศรีเพชร ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เป็นวัดที่ชายแดนติด 4 ด้าน ด้านทิศเหนือติดกับ ตำบลดอนไผ่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ด้านทิศใต้ติดกับบ้านดอนสาม ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ทิศตะวันตกติดตำบลดอนมโนรา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ทิศตะวันออกติดตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ตรงบริเวณนั้นชาวบ้านจะเรียกว่า แยกสี่เส้า เส้าในที่นี้มิได้หมายความว่า เศร้า ทุกข์ โศก แต่ สี่เส้า เป็นภาษาจีน หมายถึง ที่สงบสุข เช่น วัดเส้าหลิน คือวัดพุทธในลัทธิมหายานที่เหลืออยู่ในประเทศจีน ประเทศศรีลังกาและอินเดียเท่านั้น

วัดใหม่ศรีเพชร เดิมอยู่กลางทุ่งนา หน้าแล้งก็จะต้องเดินไปตามคันนา กว่าจะถึงวัดได้หลายกิโลเมตร หมายถึงออกจากพื้นที่ใกล้สุดคือพื้นที่ตำบลนางตะเคียน เมืองสมุทรสงคราม มาตามถนนชลประทาน หรือถนนไทยวิถีที่จะไปบ้านแพ้ว สมุทรสาคร จากวัดใหม่บางปืนมาประมาณ 3 กิโลเมตร จะลงตรงปากคลองดอนสาม แล้วเดินเข้าไปวัดใหม่ศรีเพชรประมาณ 3-4 กิโลเมตร ถ้าจะมาทางหลักห้า ดำเนินสะดวก ประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้ามาทางโรงเข้ อยู่ในราว 7 กิโลเมตร ถ้าตัวอำเภอบ้านแพ้วจะห่างประมาณ 30 กิโลเมตร เดิมใช้ขนส่งทางน้ำ ใช้เรือเป็นพาหนะ แต่ในปัจจุบันใช้การขนส่งทางบก จึงมีถนนตัดเข้าวัดหลายทางด้วยกัน

เพราะการขนส่งทางน้ำลำบาก วัดใหม่ศรีเพชรจึงไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร มีพระภิกษุจำพรรษาน้อยมาก บางปีมีไม่ถึง 10 องค์ในเทศกาลเข้าพรรษา บางครั้งประกอบพิธีกรรมที่ต้องใช้พระมาก ต้องนิมนต์พระวัดอื่นๆ ที่ใกล้เคียง เช่น วัดปัจจันตาราม วัดโรงเข้ วัดใหม่บางปืน และวัดลาดเป้ง วัดน้อยแสงจันทร์ที่เป็นเครือเดียวกัน แม้ว่าจะคนละตำบล อำเภอ และจังหวัดก็ตาม แต่วัดที่เอ่ยนามมานี้ผูกพันกันมาอย่างแน่นหนา มีกิจนิมนต์ถึงกันตลอดเวลา

พระมหาโป้ง หรือเจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีเพชร กล่าวว่า อาตมาเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 ของวัดใหม่ศรีเพชร เป็นเจ้าอาวาสที่อายุน้อยกว่าวัดที่กล่าวมา เหมือนน้องคนสุดท้อง ล่าสุด เข้ามาจำพรรษาใหม่ๆ ย้ายมาจากวัดปัจจันตาราม ตำบลนาโคก เรามาอยู่ตำบลโรงเข้ คนละอำเภออีกด้วย เขาอำเภอเมือง เราอำเภอบ้านแพ้ว แต่จังหวัดสมุทรสาครเหมือนกัน

อาตมาเข้ามาจำพรรษา รักษาการแทนเจ้าอาวาสองค์เดิมที่มรณภาพด้วยโรคชรา ท่านละสังขารไป อาตมาก็รักษาการจนมีหนังสือแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสแบบถาวร จึงเริ่มพัฒนาวัด ตัดถนนเข้ามาถึงวัดหลายสายด้วยกัน ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้น วัดใหม่ศรีเพชรเดิมชื่อวัดศรีเพชรเฉยๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าอาวาสรูปใดที่เปลี่ยนเป็นวัดใหม่ศรีเพชร พออาตมามาเป็นเจ้าอาวาส เลยต่อไปอีกว่า วัดใหม่ศรีเพชรพัฒนา เพราะเริ่มพัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งทางโลกและทางธรรม

เมื่อกล่าวถึงการพัฒนาทางธรรมแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่วัดใหม่ศรีเพชรพัฒนาจัดพิธีบวชเณรและชีพราหมณ์จำนวนหลายรูป มีญาติโยมมาถามว่า หลวงพ่อนึกอย่างไรจึงได้จัดพิธีบวชสามเณรและบวชชีพราหมณ์ภาคฤดูร้อนขึ้น หรือเห็นวัดอื่นๆ ที่บ้านใกล้เรือนเคียงจัดทุกปี จึงจัดบ้าง โยมถาม หรือกล่าวเหมือนกับว่าอาตมาไม่มีเหตุผล นึกอยากจะจัดก็จัด หรือเหมือนการจัดพิธีเพื่อหาเงินทำนองนั้น

อาตมาเลยต้องอธิบายในเชิงบรรยายธรรมว่า ที่โยมกล่าวมานั้นจริงครึ่งไม่จริงครึ่งหนึ่ง ที่ว่าจัดตามวัดอื่นๆ นั้นมีส่วนจริงอยู่ แต่ถ้าโยมคิดในทางลบว่าอาตมาจัดเพื่อต้องการเงินนั้นไม่จริง เพราะการจัดงานบุญแต่ละครั้งไม่ใช่จัดแล้วได้กำไรเสมอไป และเหมือนกันทุกวัด บางวัดจัดงานปิดทองลูกนิมิต 9 วัน 9 คืน แต่ขาดทุนย่อยยับ เพราะคนไม่มาแสวงบุญ บางวัดจัดงานปิดทองลูกนิมิตเหมือนกัน วัดอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่ได้กำไรหลายสิบล้าน นี่คือธรรมะข้ออนิจจังไม่เที่ยง อนัตตาไม่แน่นอน สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม

อาตมาตอบญาติโยมที่สงสัยได้แล้วประโยคหนึ่ง เหลืออีก 1 ประโยค คือ จัดขึ้นมาหากไม่หวังเอาเงินทองเข้าวัดแล้วจัดเพื่ออะไร? อาตมาตอบไปว่า จัดเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนา เพื่อเผย แผ่พระพุทธศาสนา ให้เด็กรุ่นใหม่นำไปต่อยอดแทนพระแทนโยมได้ อีกประเด็นหนึ่ง ต้องการช่วยเหลือญาติโยมในเรื่องของวิกฤติสังคม ในครอบครัวกำลังจะพบกับความหายนะ

โยมฟังแล้วตกใจ หลวงพ่อกล่าวอะไรไม่เข้าใจ วิกฤติสังคม ครอบครัวจะหายนะ อาตมาจึงอธิบายไปว่า คำว่า วิกฤติ หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงและกะทันหัน ปัจจุบันทันด่วน ไม่ใช่

เงินด่วนนะ วิกฤติ สังคม หมายถึงสังคมวิกฤติ สังคมเกิดเรื่องใหญ่ไม่ธรรมดา และยังลามไปที่ครอบครัวด้วย มันอะไรกัน ที่หลวงพ่อเอ่ยอ้างออกมากล่าวให้ญาติโยมฟัง

อาตมาจึงบรรยายธรรมต่อไปว่า วิกฤติสังคม หรือสังคมวิกฤตินั้นที่มามันเป็นอย่างไร อาตมากล่าวว่า ที่มาของคำประโยคนี้ เพราะมีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 40 ต้นๆ มาหาอาตมาแล้วก็ร่ำไห้ อาตมาก็ตกใจ ถามว่าใครเป็นอะไร มีอะไรเกิดขึ้นหรือโยม ค่อยพูดค่อยเล่าให้ฟัง อะไรพอช่วยเหลือได้ก็จะช่วยให้เท่าที่ช่วยได้นะ

โยมผู้หญิงจึงเล่าว่าลูกสาวอายุไม่ถึง 15 ปี เรียนหนังสือยังไม่จบมัธยมต้นเลย มันจะหนีไปมีผัว ห้ามมันก็ไม่ฟัง วันๆ หนึ่งมันเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ กดเฟซ กดไลน์อะไรของมันทั้งวัน กลับจากโรงเรียนก็ไม่ช่วยทำงานบ้าน การบ้านก็ไม่ทำส่งครู คุยเล่นแต่โทรศัพท์มือถือทั้งวันทั้งคืน ดิฉันกลุ้มใจ อยากฆ่าตัวตายจริงๆ พ่อมันก็โทษว่า ดิฉันเลี้ยงลูกตามใจจนเสียคน

พอฟังโยมผู้หญิงคนนี้เล่าอาตมารู้เลยว่า เด็กผู้หญิงลูกของโยมคนนี้เป็นโรคทันสมัยที่เด็กๆ เป็นกันทั่วเมือง คือโรคติดมือถือ ว่างไม่ได้ ว่างก็เปิดมือถือส่องของมันทั้งวันทั้งคืน บางครั้งก็หัวเราะ บางครั้งก็ร้องไห้ บางครั้งดีใจ บางครั้งเสียใจ ปะปนกันไป เหมือนคนใกล้บ้า นี่คือวิกฤติของสังคมที่มีผลถึงครอบครัว อาจพบกับความหายนะได้

อาตมาเทศนาโปรดโยมผู้หญิงคนนี้ว่า โยมต้องดูแลให้ใกล้ชิด และพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบไว้ อย่าไปใช้ไม้แข็ง ให้ใช้ไม้นวม บอกกับลูกตนเอง หรือถามว่า รักแม่กับพ่อไหม? มันเป็นคำถามที่ยิ่งใหญ่นะ สำหรับลูกที่ฟังแล้วมันสะเทือนถึงก้นบึ้งของหัวใจ หากเด็กยังเป็นเด็กที่ไม่แก่แดดจนเกินไปมันจะมีจิตสำนึกว่า ทำไมแม่ถามอย่างนั้น ทำไมพ่อถามอย่างนี้ มีอะไรหรือ นี่คือคำสงสัยของลูกว่าพ่อแม่ต้องการอะไร มีเป้าหมายอะไร

คนเราหากมีจิตใต้สำนึก ไม่เป็นบัวเหล่าที่ 4 ที่จมอยู่ใต้บาดาลไม่ได้ผุดออกมาดูแสงเดือนแสงตะวัน มันจะต้องฉุกคิดว่าพ่อแม่ต้องการให้เราทำอย่างไร เมื่อลูกเย็นแล้วก็ค่อยๆ พูดกับลูกว่า เอาอย่างนี้ไหมลูก ช่วงที่ปิดเทอมใหญ่คราวนี้ ลูกไปปฏิบัติธรรม ถือศีลกินเจได้ไหมลูก มันมีประโยชน์กว่านะลูก เพราะสิ่งที่ลูกหลงอยู่นี่มันไม่ช่วยให้ชีวิตลูกดีขึ้นในภายหน้า มันกลับจะทำลายลูก วันที่หนูไม่มีพ่อไม่มีแม่แล้วลูกจะลำบากนะลูก

ถ้าพูดแค่นี้มันไม่รับ ไม่สงบ ไม่นิ่ง แล้วเราต้องหาวิธีแก้กันใหม่ แต่ยังใช้ไม้นวมเหมือนเดิมไม่ใช้ไม้แข็ง ให้พาลูกมาหาอาตมา วันไหนก็ได้ แต่ไม่ต้องเป็นวันธรรมดา ที่ลูกต้องไปเรียน ไม่อยากให้เด็กขาดเรียน เพราะไปพบพระ อาตมาจะหยั่งเชิงดูว่าเด็กคนนี้ คือลูกสาวของโยมมีท่าทีอย่างไร อาตมาจะเกลี้ยกล่อมให้เขาถึงกับน้ำตาตก ปิดเทอมใหญ่แล้วพาเขามาบวชชีพราหมณ์ที่วัดอาตมานี้ บวชฟรี ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว นอกจากโยมจะร่วมบุญด้วยเท่านั้น

โยมผู้หญิงกลับไป หัวบันไดวัดยังไม่แห้ง โยมผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับโยมผู้หญิงคนที่กลับไปแล้ว แต่คนละครอบครัวกัน โยมผู้ชายมากราบอาตมาพร้อมกลิ่นเหล้า เหม็นหึ่งมาเลย อาตมาก็ถามว่ายังเช้าอยู่ โยมกินเหล้าแต่เช้าเลยหรือ?

โยมผู้ชายตอบว่า มันกลุ้มครับหลวงพ่อ มันกลุ้มอะไรมากนักหนาหรือโยม มันกลุ้มเพราะลูกมันไม่รักดี ลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย โยมตอบว่าลูกผู้ชาย แล้วมันทำผิดอะไร หรือมันทำอะไรไม่ดี มันติดยาหรือมันติดหญิง หรือติดการพนัน หรือติดเหล้าแบบพ่อมัน อาตมาถามโยมผู้ชายคนนั้นแบบเสี่ยงไม้หน้า 3 ที่โยมผู้ชายถือมาด้วย 1 ดุ้น

มันติดเกมมือถือ ห้ามมันไม่ให้เล่นเกมในมือถือเพราะมันเปลืองตังค์ มันก็ไปเปิดเล่นคอมพิวเตอร์ของผม พอผมปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เก็บเข้าห้องนอน มันก็ไปเอาโน้ตบุ๊กของแม่มันมาเปิดเล่นเกมต่อ มันขโมยโทรศัพท์ผมไปเล่นจนหมดเงินที่เติมไว้ ยังไม่พอ มันไปเอาของแม่มันเล่นต่อ การเรียนมันก็แย่ลง จนครูมีหนังสือมาตามผู้ปกครองให้เข้มงวดกับลูกบ้าง เอ็ดมัน ด่ามัน มันไม่ฟังเหมือนกับเราด่าตัวเองดีๆ นี่เอง

ฟังโยมผู้ชายเล่าเหมือนกับโยมผู้หญิงที่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ เหมือนหนังม้วนเดียวกันแต่คนละตอน อาตมาก็กล่าวเหมือนกับที่กล่าวกับโยมผู้หญิง บอกว่าให้ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ อย่าไปใช้น้ำร้อนมันจะร้อนกันไปใหญ่ พอมันเย็นลงเราก็หาวิธีปลอบประโลมว่า ไอ้หนูเอ๊ย ลูกไม่กลัวลำบากภายภาคหน้าหรือ ช่วงนี้เป็นช่วงวัยเด็กอย่างลูก ต้องเรียนหนังสือ ค้นคว้าวิชาที่ลูกชอบ ถ้าลูกชอบคอมพิวเตอร์ ลูกก็เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ หาความรู้ในคอมพิวเตอร์ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์ ต้องเล่นเกม หรือต้องคุยกับเพื่อนเท่านั้น คอมพิวเตอร์มันเหมือนครูคนหนึ่งของเรานะ ลูกเชื่อพ่อกับแม่เถอะลูก จะได้ไม่ลำบากในภายภาคหน้าถ้าไม่มีพ่อกับแม่แล้ว

ถ้าเขายอมรับ พามาหาอาตมา อาตมาจะชวนให้มาปฏิบัติธรรมในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ถ้าเขายอมบวช อาจทำให้เขามีอาการดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่อาตมาจัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชเนกขัมเด็กผู้หญิง เพื่อเป็นหนทางหนึ่งช่วยญาติโยมไม่ให้เกิดวิกฤติในสังคม และหายนะสู่ครอบครัว เพราะไม่มีสิ่งใดจะสงบสุขเท่ากับการปฏิบัติธรรม ไม่มีแล้วในโลกนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง