คอลัมน์กากี กะ สีเขียว

ข่าวทั่วไป 21 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ตีตราประทับแต่งตั้งกันไปเรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ผบช.สตม. แทน บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม.ที่โอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร.แต่งตั้งให้ บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) มาเป็น ผบช.สตม.คนใหม่ป้ายแดง และขยับ พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) ทำหน้าที่นายตำรวจประจำ สมช. มาเป็น ผบช.ตชด.แทน *

แม้โฟกัสการแต่งตั้งครั้งนี้สปอตไลต์จะถูกสาดไปที่เก้าอี้ ผบช.สตม.เป็นส่วนใหญ่ว่าสุดท้ายใครจะมาต่อคิวแทน บิ๊กโจ๊ก แต่สำหรับเก้าอี้ ผบช.ตชด. ที่มีการโยก พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. หลายคนในแวดวง สีกากี ก็บอกเป็นการแต่งตั้งที่ "ถูกฝาถูกตัว" หลังจากการแต่งตั้ง นายพล ตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2561 เหล่าตำรวจป่าจะปากกาหัก เพราะคาดกันว่า พล.ต.ท.วิชิต นรต.37 ซึ่งถือเป็น ลูกหม้อ ตชด. ผ่านเก้าอี้ ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.ตชด.ภาค 4, รอง ผบช.ตชด. จะได้ขึ้นเป็น "ผบช.ตชด." สุดท้ายมี บิ๊กอู๊ด มาเสียบแทน ปล่อยให้ พล.ต.ท.วิชิต ไปขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.นายตำรวจประจำ สมช.) พอเกิดรายการฟ้าผ่า! บิ๊กโจ๊ก ก็เลยทำให้ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ได้แก้ตัวทำทุกอย่างให้ ถูกฝาถูกตัว ไม่ต้องให้ ผู้ใหญ่ ถามบ่อยๆ *

แต่ที่ทำให้ทั่วทุกมุม กรมปทุมวัน เมาธ์และตั้งคำถามอีกเรื่อง แบบที่ ผบ.แป๊ะ น่าจะมีคำตอบ คือเก้าอี้ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.นายตำรวจประจำ สมช.) ของ พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ที่ขยับไปเป็น ผบช.ตชด. ว่างเว้นไว้ทำไม เหตุใดไม่แต่งตั้งใครขึ้นมาแทนที่เลย ทั้งๆ ที่ตามกฎ ก.ตร.ยึดตามระเบียบ 33% ก็ขยับ รอง ผบช.ที่อาวุโสสูงสุดขึ้นไปแทนที่ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ รอง ผบช.ที่อยู่ในเกณฑ์การแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษา ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกำหนดให้คัดเลือกรายชื่อจากตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีเวลาราชการเหลือไม่เกิน 6 เดือน ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ในวาระแต่งตั้งเดือนเมษายน ลำดับที่ 1 ได้ขึ้นไปเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.นายตำรวจประจำ สมช.) เพื่อไปเกษียณราชการวันที่ 30 ก.ย.62 ก็ไม่เสียหายอะไร ตรงกันข้ามยังทำให้ รอง ผบช.ที่อยู่ในเกณฑ์เป็น "ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ยศ พล.ต.ท. ซึ่งปีนี้มีเก้าอี้ไว้ 20 ตำแหน่ง ไล่ลำดับตามอาวุโส 20 ราย ก็จะทำให้ รอง ผบช.อาวุโสลำดับที่ 21 ได้ติดยศ พล.ต.ท.ก่อนเกษียณ แทนที่จะเกษียณด้วยยศ พล.ต.ต.อีก 1 ราย ไม่ดีกว่าหรือ ท่าน ผบ.ตร. *

เด็ดขาด ชัดเจน และถูกต้อง ผู้การปิ่นพล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงเหตุการณ์ตำรวจยศร้อยตำรวจโทรีดไถเงินโชเฟอร์ขับรถทัวร์ ระบุว่า "ตำรวจจราจรเรียกผลประโยชน์ ผมไม่ปล่อยไว้แน่ กรณีปรากฏคลิปในสื่อโซเชียลฯ การแพร่หลายในวันนี้เป็นภาพตำรวจจราจรเรียกเก็บเงินค่าจอดรถกับโชเฟอร์รถประจำทางจำนวน 100 บาท อ้างว่าเป็นประเพณีต้องจ่ายนั้น พบว่าเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 เมษายน 2562 ช่วงบริเวณหน้าขนส่งหมอชิต บุคคลที่ถูกบันทึกภาพเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจรจริง ผมได้สั่งการให้ต้นสังกัดรายงานชี้แจงขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ยังไม่ปรากฏภาพการรับผลประโยชน์สำเร็จ แต่จากพฤติกรรมที่ปรากฏผมเองก็ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตซึ่งจะต้องดำเนินการตามระเบียบให้ถึงที่สุด ผลเป็นประการใดจะรายงานให้ทราบ ผมจะไม่ปกป้องคนไม่รักศักดิ์ศรีตำรวจจราจร" ...ยกนิ้วชื่นชม ตรงใจชาวบ้าน เมื่อมีการตรวจสอบการกระทำผิดของตำรวจได้ผลเป็นประการใด ก็ต้องมาชี้แจงให้ชาวบ้านรับรู้ รับทราบ เพราะเชื่อว่าหลายคนก็ยังคิดว่าตำรวจก็ต้องช่วยเหลือกันเองอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าสอบสวนแล้วเป็นประการใดต้องนำมารายงาน ต้องนำมาเปิดเผย ชาวบ้านน่าจะรอฟังรายงานของ ผู้การปิ่น ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว...ขอเพียงไม่ลืมคำสัญญาให้ไว้ ชาวบ้านปรบมือให้แน่ๆ *

นอกจากชื่อ บิ๊กอู๊ดพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ขึ้นเป็น ผบช.สตม.แล้ว คนที่น่าจะเข้ามารับงานสำคัญๆ ที่ "บิ๊กโจ๊ก" ปูทางไว้ ในการสนับสนุนนโยบายของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แว่วว่ามีชื่อของ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่อาจต้องไปสานงาน หนี้นอกระบบ ซึ่งต้องใช้กลไกของตำรวจภูธรภาคขับเคลื่อนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในอีสานและเหนือที่ยังมีผู้เดือดร้อนอีกมาก อีกทั้งมีการมองว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ คืองาน "ชิ้นโบแดง" ของ "บิ๊กป้อม" การจะหยุดเรื่องนี้กลางคันคงเสียแรงที่ได้ทำมา สู้เดินหน้าลุยมาตรการให้เกิดความต่อเนื่องก่อนรัฐบาลใหม่จะมารับไปน่าจะดีกว่า *

รับหน้าที่เป็นโฆษกกองทัพเรืออย่างเต็มตัวสำหรับ พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ แทน บิ๊กเหมียว-พล.ร.ท.เดชดล ภู่สาระ ที่ไปเป็นรองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ โดยงานแรก "บิ๊กกาญจน์" ใช้ชื่อในฐานะโฆษกแจงกรณีที่ นายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี้ (CHAD ANDREW ELWARTOWSKY) สัญชาติอเมริกัน และภรรยาชาวไทย ตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต (Seasteading) ในนามของ Ocean Builders โดยมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า Seasteading ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ของบริษัท Phuket Premier Boatyard Co,Ltd. ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ที่ 7 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และถูกนำไปติดตั้งสำเร็จ เพราะประเด็นดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และสังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่ใช่การ "คุกคาม-ไล่ล่า" ที่สองสามีภริยาประกาศ *

ลือกันไปอีก เรื่องตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่อยู่เป็นการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ เพราะด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่มีทรงผม "ข้างขาว" ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งที่จริง "บิ๊กตู่" ดำรงตำแหน่งอยู่ตั้งแต่รับราชการทหาร และในวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ราชองครักษ์ทั้งหมดกว่า 1,200 นายได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน บิ๊กตู่ เป็นผู้กล่าวนำ "ปวงข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นราชองครักษ์ที่ดี จะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งราชวงศ์จักรี พร้อมถวายชีวิตเป็นราชพลีเพื่อธำรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจแห่งพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย จักจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จักเชิดชูและรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศเกียรติศักดิ์ของราชองครักษ์ ตลอดจนประพฤติตนในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ทั้งจักซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ปฏิบัติการทุกอย่างโดยเต็มสติปัญญาความสามารถ และเสียสละ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขและความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป"

กรมอู่ทหารเรือกองทัพเรือ จัดพิธีส่งมอบเรือวิทยาคมให้แก่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำไปจัดตั้งประกอบพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลเขาพลายดำเฉลิมพระเกียรติ ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี พล.ร.ท.กิตติพงศ์ รุมาคม เจ้ากรมอู่ทหารเรือ และ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันลงนามบันทึกการส่งมอบโอนเรือวิทยาคม ทั้งนี้ เรือหลวงวิทยาคมเป็นเรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถี ความยาว 49.80 เมตร ความกว้าง 7.50 เมตร กินน้ำลึก 1.70 เมตร ต่อที่ประเทศอิตาลี ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2522 และปลดประจำการเมื่อตุลาคม 2559...เป็นสมบัติของชาติที่ชาวนครศรีธรรมราชพร้อมเก็บรักษาและเป็นสถานที่สักการะของผู้เข้าไปท่องเที่ยวด้วย.

บรรยายใต้ภาพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล

พล.ต.ท.วิชิต ปักษา

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ