คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: ออนใต้ชุมชนในเชียงใหม่ เที่ยวได้ทุกฤดู

ข่าวเศรษฐกิจ 21 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เพิ่งผ่านเทศกาลปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์กันมาไม่นาน หลายคนก็กลับมาทำงานกันอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ในช่วงวันหยุดยาวนั้นคงมีไม่น้อยที่แพ็กกระเป๋าออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ไม่ว่าจะเป็นผลพลอยได้จากการกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัด หรือตั้งใจที่จะไปเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ เลย แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะนี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ได้พักผ่อนจากงานที่ทำมาตั้งแต่ต้นปี และได้ชาร์จแบตชีวิตเพื่อกลับมาลุยงานกันต่อ

และเมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวในประเทศนั้นก็มีหลายจังหวัดที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันเป็นอย่างดีของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เมื่อไปเยี่ยมเยือนทุกครั้งก็อาจจะพบเจอกับความวุ่นวาย หรือความชุลมุนของผู้คนที่แห่แหนกันไปเยี่ยมเยือน แต่ก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่แพ้ต่างชาติเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นทะเล น้ำตก ภูเขา ป่าไม้ หรือแม้กระทั่งแลนด์มาร์คของแต่ละจังหวัดที่มีให้นักผจญภัยไปสัมผัสกัน

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดแค่นั้น เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นใหม่ทุกๆ ปี ในทุกๆ จังหวัด เพราะคนเราเองต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ แสวงหาความตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา "อาทิตย์เอกเขนก" ฉบับนี้จึงได้หยิบยกมาหนึ่งสถานที่ในประเทศไทยที่คาดว่าอีกไม่นานจะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่เลยก็ว่าได้

เมื่อพูดถึงภาคเหนือ จังหวัดแรกๆ ที่คนพูดถึงและต้องการไปเยี่ยมเยือนมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "เชียงใหม่" เนื่องจากถือว่าเป็นหัวเมืองสำคัญในภาคเหนือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีธรรมชาติที่สวยงาม และรวมถึงเป็นแหล่งรวมการท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายบุญ สายช็อป สายธรรมชาติ หรือสายปาร์ตี้ ก็มีไว้ให้ไปเช็กอินได้ครบ

แต่เมื่อไม่นานมานี้จังหวัดเชียงใหม่ก็เกิดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งแห่ง ซึ่งอาจจะอยู่นอกเมืองไปสักหน่อย แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ นั่นคือ "ชุมชนออนใต้" ที่เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้เขียนขอการันตีเลยว่าใครที่ต้องการจะไปสัมผัสความเป็นธรรมชาติ เรียนรู้วิธีชีวิต และหนีจากความวุ่นวายในเมืองนั้น การมาเที่ยวที่นี่ถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างดี

การไปเยี่ยมเยือนครั้งนี้ นำทีมโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กอส.) กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้เป็นแม่งานที่นำร่องส่งเสริมและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ตั้งแต่ระยะแรกช่วงปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ให้กลายเป็นชุมชน 1 ใน 9 โมเดลต้นแบบการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือซีไอวี เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเศรษฐกิจรากฐาน ลดความเหลื่อมล้ำ ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมาในท้องถิ่น และเชื่อมโยงชุมชนให้รวมกลุ่มกันพัฒนา และระดับเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็ง และพร้อมพัฒนาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

ชุมชนออนใต้ นั้นเป็นชุมชนที่มีการนำเอาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ยังคงรักษามาจนถึงปัจจุบันมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยว ผสมผสานกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นจุดขาย โดยการนำแนวคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับยุคสมัยมาออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งในผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติ นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อและกระเป๋าต่างๆ รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้เทคนิคการผลิตดั้งเดิมมาผลิตเป็นภาชนะในรูปแบบต่างๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์เป็นศิลปะโบราณ

จนมีแบรนด์สินค้าชุมชนของตนเอง ภายใต้สโลแกน พันนาพูเลา ร้อยเรื่องเล่า เมืองเก่าออนใต้ และมีตราสัญลักษณ์เป็นรูป ปลา 3 ตัวว่ายน้ำวนรอบใบไม้ นำมาจากลวดลายบนภาชนะเครื่องถ้วยสันกำแพง ปลา 3 ตัวว่ายเวียนไปทางขวาหมายถึงชุมชนที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา ใบไม้หรือลายพรรณพฤกษาตรงกลางหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาพื้นที่เป็นที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบัน ออนใต้ สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลักในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงทำให้เกิดความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ปัจจุบันชุมชนมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น อาทิ งานทอผ้า งานเครื่องถ้วยเครื่องปั้นดินเผา งานจักสาน ลูกประคบ ตะกร้าเชือก ตุ๊กตาผ้า น้ำพริก และข้าวแต๋นน้ำแตงโม ชารางจืด เป็นต้น

          โดยผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน ออนใต้ นั้น ทางชุมชนจะมีการจัดเส้นทางแบ่งออกเป็น 3 แบบ  ได้แก่ One Day Trip หรือการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบภายใน 1 วัน แบบ 2 วัน 1 คืน และแบบ 1 วัน 1 คืน ที่เป็นเส้นทางส่องดูดาวล่าทางช้างเผือก โดยกิจกรรม     หลักๆ ได้แก่ การเข้าชมสาธิตการดีดฝ้าย ปั่นด้าย ทอผ้า บ้านปงห้วยลาน การเข้าชมสาธิตจักสานหวาย กลุ่มผู้สูงอายุหัตถกรรมจักสานหวาย และสาธิตการจักสานจากใบลาน รวมถึงการสาธิตทำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ยาหม่อง สบู่ แชมพู การนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ การทำขนมพื้นบ้าน กิจกรรมขันโตกชมฟ้อน รวมทั้งการทำบุญตานขันข้าวที่วัดป่าตึง

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสานศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์โคนมสันกำแพง เป็นกิจกรรมดื่มนม ชนแก้ว เล่นเกม รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน พร้อมจุดชมวิว 360 องศา ขณะที่กิจกรรมแบกเป้ส่องดูดาว จะเป็นการแคมปิ้งพักแรม ณ ลานพลับพลาสันอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน ซึ่งสามารถเข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ชุมชนจะปรับเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับฤดูกาลเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ กสอ.ก็ยังได้จัดทำแอปพลิเคชันชื่อว่า CIV Like โดยนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชนแผนที่แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงที่พักโฮมสเตย์ให้ผู้สนใจได้ดูข้อมูลก่อนเดินทาง ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางการตลาด สร้างระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย สามารถดึงดูดผู้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านและก่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างยั่งยืนในท้องถิ่น ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมา "ชุมชนออนใต้" ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 1.5 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 6,000 คน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ