'สมยศ'ยืนยันบุรีรัมย์พร้อมจัดศึก'คิงส์คัพ'ครั้งที่47

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 24 เมษายน 2562 00:00:26 น.

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ ยืนยัน จ.บุรีรัมย์มีความพร้อมจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 และยังหวังว่า "ช้างศึก" จะสามารถคว้าแชมป์มาครองให้ได้

โดยการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47  จะมีขึ้นในวันที่ 5 และ 8 มิถุนายนนี้ ที่สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมี 4 ชาติร่วมฟาดแข้ง ประกอบด้วย ทีมชาติไทย เจ้าภาพ (อันดับ 114), เวียดนาม (อันดับ 98), อินเดีย (อันดับ 101) และกือราเซา (อันดับ 82) ซึ่งครึ่งล่าสุด "ช้างศึก" ได้เพียงรองแชมป์ เมื่อพ่ายให้ สโลวาเกีย ไป 2-3

ทาง พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยความพร้อมล่าสุดก่อนการแข่งขันว่า "เรื่องความพร้อมของสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่ จ.บุรีรัมย์ ตอนนี้ถือว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก ทีมที่มาแข่งขันทั้งเวียดนาม อินเดีย และกือราเซาก็พร้อมครับ"

"สมาคมได้เรียกนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศกลับมาลงแข่งขันทั้งหมด ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ผมกำชับกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชว่าจะต้องเลือกผู้เล่นที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีและลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมาติดทีมชาติไทย"

"ในช่วงเวลาที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ ผมพยายามผลักดันให้การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน  คิงส์คัพ เป็นการแข่งขันระดับเอแมตช์ ซึ่งจะได้รับการรับรองจากฟีฟ่าและ เอเอฟซี ทำให้ผลการแข่งขันจะถูกนับคะแนนในฟีฟ่าแรงกิ้ง ดังนั้นทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องมีอันดับในฟีฟ่า แรงกิ้งสูงกว่าเรา ซึ่งทุกทีมที่มาแข่งขันไม่ธรรมดาแน่นอน"

"ผมคิดว่านักเตะจะได้ประสบการณ์จากทีมที่แข็งแกร่ง ส่วนแฟนบอลจะได้ชมเกมฟุตบอลที่มีคุณภาพสูง สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ส่วนความคาดหวังผมเชื่อว่า นักเตะและแฟนบอลอยากรักษาถ้วยพระราชทานไว้ที่เมืองไทย เพราะถ้วยพระราชทานคิงส์คัพถือเป็นถ้วยที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญต่อนักฟุตบอลและแฟนบอลไทย"

สำหรับ การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะจัดการแข่งขันที่สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ โดยในการแข่งขันรอบแรกจะแข่งขันวันที่ 5 มิถุนายน 2562

ส่วนรอบชิงชนะเลิศและชิงอันดับ 3 จะแข่งขันวันที่ 8 มิถุนายน 2562 ซึ่งการแข่งขันทุกนัดจะได้รับการรับรองจากฟีฟ่าและเอเอฟซีให้เป็นแมตช์ระดับ International 'A' Match ซึ่งมีการนำผลลัพธ์ไปคำนวณคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง และจะมีการถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง