ไวลด์เอดยืมมือ'กังฟู แพนด้า' รณรงค์หยุดคุกคามสัตว์ป่า

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562 00:00:22 น.

องค์กรไวลด์เอด (WildAid)ร่วมกับองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยแพร่โฆษณารณรงค์ชุดใหม่เพื่อให้เยาวชนและผู้เข้าชมสวนสัตว์ทั่วประเทศรับรู้ถึงภัยคุกคามสัตว์ป่าอย่าง ช้างและเสือโคร่ง และชวนเป็น     กระบอกเสียงโน้มน้าวคนในครอบครัว และคนรู้จักให้เลิกซื้อเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากสัตว์ป่า ผ่านโฆษณารณรงค์ 3 ชิ้น ที่องค์กรไวลด์    เอดร่วมผลิตกับบริษัท ดรีมเวิร์กส ผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่น กังฟู แพนด้า โดยมี 'โป' ตัวละครเอกของเรื่อง และทูตองค์กรไวลด์เอด ชวนทุกคนเลิกซื้อเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง ซากเสือโคร่ง และสัตว์ป่าอื่นๆ

สวนสัตว์ 6 แห่งทั่วประเทศภายใต้องค์การสวนสัตว์ฯ จะเผยแพร่โฆษณาดังกล่าวภายในบริเวณสวนสัตว์ตลอดระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดีย

'โป' แพนด้าหนุ่มที่ฝึกฝนกระบวนท่ากังฟูจนได้เป็นจอมยุทธ์ บอกว่า สัตว์ป่าหลายชนิดไม่ได้มีทักษะป้องกันตัวแบบเขาและกำลังโดนล่าเพียงเพื่อนำชิ้นส่วนต่างๆ เช่น งาช้าง นอแรด กระดูก หนังและเขี้ยวเสือโคร่ง เกล็ดและเนื้อตัวลิ่น ไปใช้ เพราะความต้องการที่ไม่จำเป็นของมนุษย์ พร้อมย้ำว่า เพื่อนๆ ของเขาต้องการความช่วยเหลือจากเราและทุกคนสามารถช่วยสัตว์ป่าได้ง่ายๆ ด้วยการไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพราะหยุดซื้อ คือ หยุดฆ่า"เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับองค์การสวนสัตว์ฯ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิกฤติการล่าสัตว์ป่าที่เป็นปัญหาระดับโลกแก่เยาวชน ครอบครัวและผู้เข้าชมสวนสัตว์หลายแสนคน เราเชื่อว่าความร่วมมือดังกล่าวจะสร้างนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ที่จะช่วยปกป้องสัตว์ป่า ผลักดันให้การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายหมดไปได้" นายปีเตอร์ ไนทส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์กรไวลด์เอด กล่าว

อาญชากรรมต่อสัตว์ป่าและพืชป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก มีมูลค่ารวมหลายพันล้านเหรียญฯ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มาจากชิ้นส่วนสัตว์ป่า ผลการวิจัยผู้บริโภคและใช้งาช้างและผลิตภัณฑ์จากเสือโคร่งในประเทศไทย ปี พ.ศ.2561 โดยโครงการยูเอสเอดไวลด์ไลฟ์ เอเชีย ระบุว่า คนไทยจำนวน 2 เปอร์เซ็นต์ครอบครองหรือใช้ผลิตภัณฑ์งาช้าง และมีคนไทยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่ครอบครองหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากเสือโคร่ง แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจจะไม่มาก แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีนัยสำคัญที่ผลักดันตลาดในประเทศ ผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เครื่องประดับและอัญมณี ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากเสือที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด คือสินค้าประเภทเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลและพระเครื่อง

ทุกปีมีช้างมากถึง 33,000 ตัวถูกฆ่าเพื่อเอางา แม้แนวโน้มการฆ่าช้างแอฟ ริกันจะลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อปี พ.ศ.2554 แต่จำนวนช้างที่ถูกฆ่ายังอยู่ในระดับสูง เมื่อดูภาพรวมทั้งทวีป และประชากรช้างแอฟริกา ยังคงมีแนวโน้มลดลงเมื่อดูจากจำนวนในปี พ.ศ.2559 ขณะที่ประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติลดลงจาก 100,000 ตัว เหลือราว 3,800 ตัว ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาจากการล่าและถิ่นที่อยู่อาศัยถูกทำลาย ขณะนี้ชนิดพันธุ์ย่อยของเสือสูญพันธุ์ไปแล้ว 3 ชนิด จากที่เคยมีทั้งหมด 9 ชนิด แม้ว่าจะมีกฎหมายคุ้มครองเสือในระดับนานาชาติ แต่ทุกปีมีเสือโคร่งในป่าถูกล่าราว 150 ตัว เพื่อตอบสนองความต้องการชิ้นส่วนของมัน

"สวนสัตว์ทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานสวนสัตว์สู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ความสำคัญของการดำรงอยู่ของสัตว์ป่าต่อธรรมชาติ เราหวังว่าความร่วมมือกับองค์กรไวลด์เอดและกังฟู แพนด้า จะกระตุ้นความสนใจ และเสริมสร้างความรู้ในเรื่องผลกระทบจากการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าแก่เยาวชน และผู้เข้าชมสวน สัตว์หลายแสนคนตลอดเดือนนี้ พร้อมกับสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนคนรุ่นใหม่จากการเป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในอนาคต" นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ กล่าว

พบกับโฆษณารณรงค์ชุดใหม่ โดย 'โป' กังฟู แพนด้า ได้ที่สวนสัตว์ 1.สวนสัตว์เชียงใหม่ 2.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว 3.สวนสัตว์ขอนแก่น 4.สวนสัตว์นครราชสีมา 5.สวนสัตว์สงขลา 6.สวน สัตว์อุบลราชธานี.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง