'สุเทพ'เดือด!ฟ้องหมิ่นฯ'วัชระ'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 27 เมษายน 2562 00:00:25 น.
รัชดาฯ * "กำนัน" เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาท "วัชระ" หมิ่นประมาทกล่าวหาแทรกแซง ปชป. นัดไต่สวน 10 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.62 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายสุเทพ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีที่นายวัชระได้ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 19 เม.ย.62 กล่าวหานายสุเทพแทรกแซงการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเงิน ทั้งที่นายสุเทพได้ก่อตั้งพรรคใหม่แล้ว กลับหาว่าไปแทรกแซงพรรคเดิม ซึ่งผิดกฎหมาย ทำให้นายสุเทพเกิดความเสียหาย จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ  อ.1073/2562 นัดไต่สวนต่อไปในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00 น.

สำหรับคดีนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นโจทก์ฟ้องนายวัชระ เพชรทอง, บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด, นายธีร์ธวัช สังวรเวชภัณฑ์ และบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-4 ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 ถึงวันฟ้องคดีนี้ จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการแถลงข่าวหรือให้ข่าวและโฆษณาต่างกรรมต่างวาระ โดยจำเลยที่ 1 ได้ให้ข่าวต่อจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและเลือกหัวหน้าพรรค ปชป. จำเลยที่ 4 ได้เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ มีข้อความว่า "วัชระ เพชรทอง ยัน 'งูเห่า' ในพรรคประชาธิปัตย์มีอยู่จริง ชี้ 24 เม.ย.นี้ จะมีสัญญาณบ่งชี้ใครจะได้เป็นหัวหน้าพรรค"

โดยนายวัชระบอกว่า "พวกนี้รับงานมาจากพี่เทพ และพี่เทพก็รับเงินมาจากลุงป้อมอีกที หนึ่ง เพื่อจะเข้ามายึดพรรคประ ชาธิปัตย์" และ "คนที่รู้จักคน ใน ปชป.ดีที่สุดคือพี่เทพ เพราะ เขาเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน" ข้อความดังกล่าวนั้นหมายถึงโจทก์ เพราะมีโจทก์คนเดียวที่ชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเป็นเลขาธิการพรรค ปชป.มาก่อน จำเลยที่ 1 และบุคคลในพรรคส่วนใหญ่เรียกโจทก์ว่าพี่เทพ ต่อมาจำเลยที่ 2-3 ได้นำออกเผยแพร่ในรายงานพิเศษวันเดียวกัน และจำเลยที่ 4 ได้นำข่าวดังกล่าวเผยแพร่ทางเว็บไซต์

ข้อความที่จำเลยทั้งสี่เผยแพร่นั้นไม่เป็นความจริง เพราะโจทก์ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกหัวหน้าพรรค และโจทก์ไม่ได้รับเงินมาจากบุคคลใดๆ เพื่อจะเข้ามายึดพรรค ทั้งปัจจุบันโจทก์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและสมาชิก รปช. ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวในกิจการภายในพรรคอื่นเพราะเป็นการขัดต่อกฎหมาย เป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการโฆษณา มิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ประกอบมาตรา 83, 91.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง