คอลัมน์คุยนอกรอบ: ปรีชา นภาพฤกษ์ชาติ ยุทธศาสตร์ 5 ปีของไวไวกับเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท

ข่าวเศรษฐกิจ 27 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ในยุคที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเข้าหาผู้บริโภค ทำให้หลายธุรกิจต้องขยายไลน์หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารที่การแข่งขันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากทางเลือกมีมากขึ้น โดย "ปรีชา นภาพฤกษ์ชาติ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า "ไวไว ควิกแสบ และซือดะ" ก็กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจุบันแนวโน้มธุรกิจอาหารมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้ สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ภายในปี 2568 ตลอดจนเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่เป็นทางเลือก ใหม่ๆ มากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ลอยัลตี้ที่มีต่อสินค้าลดน้อยลง ทำให้ บริษัทต้องนำจุดแข็งของฐานธุรกิจเดิมมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าผ่านการแตกโมเดลทางธุรกิจใหม่ขึ้นมาอีก 3 กลุ่มนั่นเอง

สำหรับธุรกิจกลุ่มแรก ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร "ควิกเทอ เรส" ร้านอาหารที่นำจุดเด่นของบริษัท คือเส้นบะหมี่ทำเป็นอาหารจานหลักและอาหารทานเล่นในราคาที่ย่อมเยา โดยมีสาขาแรกอยู่บริเวณด้านหน้าโรงงานไวไว ที่อ้อมใหญ่เมื่อ 2 ปีก่อน และมีแผนขยายสาขาที่ 2 ในเดือน พ.ค.นี้ ในจังหวัดชลบุรี รวมถึงสาขาใหม่อีก 3-5 สาขา ทั้งรูปแบบลงทุนเองและแฟรนไชส์ ผลักดันให้เพิ่มเป็น 100 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงการไปต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นต้น

ปรีชาเล่าต่อว่า ธุรกิจที่ 2 จะให้ความสำคัญกับการแปรรูปผล ผลิตทางการเกษตร โดยจะร่วมมือกับบริษัทที่มีชื่อเสียงใน การผลิตผลิตผลทาง การเกษตร พัฒนาแปร รูปเป็นผงปรุงรส และเครื่องเทศที่มีคุณภาพสูงสามารถจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ และธุรกิจกลุ่มที่ 3 จะมุ่งเน้นพัฒนาอาหารอนาคต รองรับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการอาหารที่กินได้สะดวก รวดเร็ว เช่น อาหารเสริมสุขภาพ และอาหารเกษตรอินทรีย์

ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาอาหารเสริมสุขภาพ บริษัทได้ร่วมมือ กับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) รวมถึงสนับสนุนทุนวิจัย ให้กับอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์อาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนาสินค้าให้เป็นอาหารที่เพิ่มคุณค่า ทางโภชนาการ ในการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มีอาการแพ้สาร อาหารบางกลุ่ม รวมถึงทำการเจรจาความร่วมมือกับเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์อาหารเชิงสุขภาพ และกระบวนการผลิตโดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมกับขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยและนักวิจัยในเครือข่ายของเมืองนวัตกรรมอาหารอีกไม่น้อยกว่า 16 แห่ง

ส่วนการพัฒนาอาหารเกษตรอินทรีย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในรูปแบบของอาหารพร้อมทาน และเครื่องปรุงรส ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความต้องการอาหารที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ และไม่ก่อมลพิษในกระบวนการผลิต จากข้อมูลของสถาบันอาหารกล่าวว่า 50% ผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่ามาจากธรรมชาติ และผู้บริโภคมากถึง 30% ยอมจ่ายเงินให้แก่อาหารเกษตรอินทรีย์ ประกอบกับแนวโน้มการบริโภคอาหารเกษตรอินทรีย์ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10% ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกา จีน และญี่ปุ่น

"ผมคาดการณ์ว่าธุรกิจใหม่ทั้ง 3 กลุ่ม จะสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ด้วยแผนการตลาดดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะผลักดันยอดขายทั้งกลุ่มอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ในอีก 5-10 ปี และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกจาก 15% เป็น 30%" ปรีชากล่าวปิดท้าย.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ