จัตุรัสทั่วไทย: ททท.เฮรับปี'63มาเลย์เที่ยวไทยเฉียด5ล้านคน จัดThanks4Millionลุ้นเพิ่มรายได้1.3แสนล้าน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 00:00:48 น.
เรื่องและภาพ...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
บล็อกเกอร์-gurutourza

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฉลองความสำเร็จในตลาดมาเลเซีย ปี 2562 แนวโน้มจะทะลุ 4.4 ล้านคน โกยรายได้กว่า 1.27 แสนล้านบาท ปี 2563 ตั้งเป้าจะเติบโตอีก 10% รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 4.8 ล้านคน ทะยานเข้าใกล้ 5 ล้านคน พร้อมกับลุ้นรับการทำรายได้เพิ่มกว่า 1.3 แสนล้านบาท

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้นำทีมผู้บริหารทั้งนายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ นายอะหมาน หมัดอาดัม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ พร้อมทีมงาน ททท.อาเซียน จัดทำโครงการ Thanks 4 Million-Let's Celebrate Songkran Festival ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 เพื่อแสดงความขอบคุณโดยมอบประกาศเกียรติคุณ รวมทั้งการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีทำให้เกิดภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเชิงบวกในตลาดมาเลเซีย ตลอดงานกลุ่มพันธมิตรตอบรับคึกคักมากมีทั้งตัวแทนสายการบิน บริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยว คลับรถยนต์ซูเปอร์คาร์ บิ๊กไบค์ คอร์ปอเรต สื่อท่องเที่ยว และองค์กรเกี่ยวข้องเข้าร่วมงานมากถึง 350 ราย

ตลอดปี 2562 ททท.จะเร่งปูพรมเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวมาเลเซียเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2563 อีก 10% โดยจะใช้ 2 หมวดหลัก ประกอบด้วย หมวดแรก "อาหาร" ซึ่งมีส่วนแบ่งการทำรายได้เข้าประเทศมากถึง 20% ของรายได้ทั้งหมด และไทยเองก็มีความโดดเด่นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (gastronomy) สามารถขยายผลการกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างกว้างขวางในทุกท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบภาคการเกษตรครบวงจร พืช ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารสามารถซื้อกลับบ้านได้ รวมทั้งยังได้เผยแพร่อาหารถิ่นแต่ละภาคของประเทศให้เป็นรู้จักมากขึ้นด้วย

ผนวกกับโครงการมิชลินตามนโยบายรัฐบาลไทย ซึ่งประกาศให้มีคู่มือร้านอาหารติดดาวทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ไปเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปลุกกระแสอาหารไทยทั้งในตลาดมาเลเซีย อาเซียน และทั่วโลก คึกคักตามไปด้วย

หมวดที่ 2 "ช็อปปิ้งสินค้าชุมชน" ซึ่งสามารถดีไซน์กิจกรรมระหว่างทริปให้นักท่องเที่ยวเข้าไปร่วมทำ D.I.Y. ร่วมทำผลิตภัณฑ์แฟชั่นผ้าไทย ของใช้ ของกินมากมาย เสร็จแล้วมอบเป็นของที่ระลึกหรือซื้อเพิ่มกลับบ้าน จะได้ทั้งการเรียนรู้ประสบการณ์วิถีชีวิตท้องถิ่นตามคอนเซ็ปต์ Local Exprerience และความประทับใจ ได้เห็นถึงคุณค่าการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่สไตล์ Open to the New Shade

นายฉัททันต์กล่าวว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเห็นไทยเป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (weekend destination) เป็นกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ 59% กับกลุ่มเดินทางครั้งแรก 41% โดยเดินทางท่องเที่ยวอิสระโดยลำพัง (F.I.T.) 65% อายุเฉลี่ย 20-39 ปี เดินทางซ้ำๆ คนละ 3-5 ครั้ง/ปี และใช้บริการทัวร์ (G.I.T.) อีก 35% โดยภาพรวมตลาดมาเลเซียจะเป็นนักท่องเที่ยวผู้หญิง 55% ผู้ชาย 45% ส่วนการพักเฉลี่ยในไทยปัจจุบันช่วงสั้นๆ ครั้งละ 4.94 วัน ใช้จ่ายเงินคนละ 28,000 บาท/ทริป เฉลี่ยวันละ 5,500 บาท/คน ดังนั้น ททท.จึงต้องหาวิธีกระตุ้นให้ใช้เงินอย่างรวดเร็วในหมวดอาหารกับช็อปปิ้ง และอื่นๆ ก็มีเพิ่มกิจกรรม ความสนุกบันเทิง การวิ่งมาราธอน

ขณะเดียวกัน ททท.วางกลยุทธ์รุกขายท่องเที่ยวตลาดมาเลเซียพ่วงเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรองเข้าด้วยกันในแบบ HUB & HOOK โหมนำเสนอปฏิทินการจัดกิจกรรม อีเวนต์ ใส่ไว้ในแต่ละเดือน แนะนำแหล่งใหม่ ทั้งร้านอาหาร โรงแรม ส่งผ่านข้อมูลถึงนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ออนไลน์ ดิจิทัล เข้าถึงอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกันก็ได้จัดทำข้อมูลให้กับทางฝั่งเจ้าบ้านตามแหล่งท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทย (supply) เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูง พร้อมจะเข้ามาเพิ่มรายได้ในช่วงนอกฤดูเดินทางหรือช่วงหน้าฝนได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดภาคธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้

นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า วางแผนโหมจุดขายในตลาดมาเลเซียมาไทยปี 2562 ชูท่องเที่ยว 4 เมืองรอง ได้แก่ 1.แม่ฮ่องสอน นิยมนำคาราวานรถยนต์ขับท่องเที่ยวในความท้าทายกว่าพันโค้งช่วงพฤศจิกายนมกราคมของทุกปี แล้วต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ 2.เชียงราย เพื่อสัมผัสวิถีวัฒนธรรมล้านนา แล้วเดินทางต่อไปยังเชียงใหม่ 3.เบตง ยะลา ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับทางรัฐเประ 4.สตูล เมืองมรดกโลกทางด้านจีโอปาร์ก รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเกาะหลีเป๊ะ และมีพื้นที่เชื่อมต่อบริเวณเกาะลังกาวี

อีกทั้งยังมีอีกหลายด่านเชื่อมต่อการเดินทางท่องเที่ยวทางบกเข้า-ออกอย่างสะดวกบริเวณชายแดนภาคใต้ จากเมืองปะลิส และปีนัง ลัดเลาะเข้ามาถึง พัทลุง นครศรีธรรมราช พื้นที่แถบนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำเข้มมาเป็นจำนวนมาก และมีรถตู้บริการจากปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ มีรถไฟท้องถิ่น รถไฟฟ้ามาถึงปาดังเบซาร์ วิ่งด้วยความเร็ว 130 กม./ชั่วโมง และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ซึ่งตลาดคอร์ปอเรตมาเลเซียนิยมใช้บริการ

สำหรับการเร่งเพิ่มรายได้จากหมวดอาหาร ช็อปปิ้ง และกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ นั้น เตรียมขยายผลเต็มรูปแบบปี 2563 โดยจะเปิดช่องทางเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโซเชียล มีเดีย ทำเป็นเรื่องราวเสน่ห์แต่ละด้านใส่เพิ่มเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ นำเสนอ 1.พื้นที่เมืองรอง 2.บรรยากาศความสนใจของร้านอาหารสไตล์ รูฟท็อป ฟู้ดสตรีท และอื่นๆ ล่าสุดทาง ททท.กัวลาลัมเปอร์นำสื่อบล็อกเกอร์มาร่วมงานเทศกาลอาหารภูเก็ตมิชลินแล้ว กลับไปเผยแพร่มีผลตอบรับที่ดี อีกทั้งปัจจุบันมีร้านอาหารไทยเปิดบริการในกัวลาลัมเปอร์มากถึง 55 ร้าน

ส่วนการเพิ่มรายได้หมวดช็อปปิ้ง ตอนนี้มีความตื่นตัวเรื่องดีไซน์แฟชั่นผ้าไทยทั้ง 5 ภาค เครื่องสำอางไทย และการมาใช้บริการความงามเช่นทำเลเซอร์ รวมทั้งยังได้จัดทำโปรแกรมท่องเที่ยวกระตุ้นการเดินทางเป็นระยะ เช่น กลุ่มตลาดผู้หญิงจัดทำ Fly High Beauty หรือกลุ่มตลาดครอบครัวมีแพ็กเกจชวนขับรถมาท่องเที่ยวภาคใต้

นายอะหมาน หมัดอาดัม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเข้า-ออกทางด่านชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่มีให้เลือกถึง 8 ด่าน จำนวนปีละ 1.8-2 ล้านคน อาทิ ด่านเบตง สุไหงโก-ลก ตากใบ สะเดา บางปะจัน และการเจาะตลาดใหม่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยได้ทำโครงการ Roadshow University ไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ตั้งเป้าภายในกันยายนนี้รวม 4 มหาวิทยาลัย

ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวที่ครองใจมาเลเซียที่สามารถเข้ามาทางบกและมีเที่ยวบินตรง 5 จังหวัดแรก ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ กระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และกำลังขยายมายังเมืองรองโดยมีเที่ยวบิน ได้แก่ ปี 2561 หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) ปี 2562 เชียงราย ซึ่งมีช่วงตารางเวลาบินเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันมีเที่ยวบินประจำบริการไป-กลับประเทศไทยกับมาเลเซีย รวม 351 เที่ยว รวม 9 สายการบิน ได้แก่ 1.การบินไทย 2.ไทยสไมล์ 3.มาเลเซียแอร์ไลน์ส 4.บางกอกแอร์เวย์ส 5.ฟลายเออร์ฟลาย 6.มาลินโด แอร์เวย์ส 7.รอยัล โจดาเนียน 8.แอร์เอเชียมาเลเซีย มีเที่ยวบินเข้าไทยมากสุด 9 จังหวัด 154 เที่ยว/สัปดาห์ และ 9.ไทยแอร์เอเชีย มีมากถึง 56 เที่ยว/สัปดาห์

ททท.ผนึกทีมกันปูพรมเฮรับทั้งจำนวนและรายได้ตลาดมาเลเซียต่อเนื่องปี 2562 และ 2563 ที่จะมีนักท่องเที่ยวเฉียด 5 ล้านคน นำรายได้กว่าแสนล้านบาทกระจายทั่วในเมืองหลักและเมืองรองของไทยอย่างยั่งยืน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง