รู้เท่าทันแม่ตั้งครรภ์ป่วยเบาหวานลดภาวะลูกป่วยโรคเดียวกัน 2 เท่า

ข่าวบันเทิง 29 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จากการศึกษาพบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวานนั้น จะส่งผลให้ทารกน้อยที่คลอดออกมาร้อยละ 77 มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 ก่อนอายุ 22 ปี

ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ชัดเจน แต่นักวิจัยระบุว่า การค้นพบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยอายุน้อยได้รับการวินิจฉัยก่อนที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงจากโรคเบาหวานที่เป็นตอนโต

สำหรับการวิจัยดังกล่าวนั้นดำเนินการโดย ดร.แอนเดีย โบว์สกี แพทย์อายุรศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยแมคกิลล์ ในเมืองมอนทรีออล

ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2557 โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อประชาชน 422 ล้านคนทั่วโลก และผู้ป่วยผู้ใหญ่ร้อยละ 90 ต้องทนทุกข์ทรมานจากประเภทที่ 2

ทั้งนี้ ข้อมูลจากนักวิจัยที่เขียนลงในวารสารการแพทย์แคนาดาระบุว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานเด็กที่พบในประเทศแคนาดานั้น จะป่วยเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าวประเภทที่ 1

สำหรับโรคเบาหวานประเภทที่ 1 นั้น เกิดจากการที่ร่างกายแพ้ภูมิตัวเอง นั่นจึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดพลาด ด้วยการทำร้ายตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ทำให้อินซูลินทำงานผิดปกติตามไปด้วย (รักษาด้วยการฉีดอินซูลิน) ขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 นั้นผู้ป่วยจะดื้ออินซูลิน ทั้งนี้โรคเบาหวานประเภทที่ 2 นั้นมีแนวโน้มมาจากการที่น้ำหนักตัวของคุณมากเกินไป

การตรวจหาโรคเบาหวานในเด็กเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 4 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน อย่าง "อาการเลือดเป็นกรด" อันเนื่องจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ นั่นจะทำให้ไขมันแตกตัวและไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรด "คีโตน" ซึ่งถ้าในเลือดมีกรดดังกล่าวอยู่จำนวนมากก็จะทำให้เลือดเป็นกรดหรือเป็นพิษ

ดังนั้น การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 นั้น ล้วนเชื่อมโยงไปยังพัฒนาการของลูกน้อยได้จากภาวะโรคเรื้อรังทั้ง 2 ประเภท

สำหรับโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของผู้หญิงไม่สามารถที่จะผลิตอินซูลินได้เพียงพอ เพราะขณะที่มีบุตรนั้นร่างกายจะต้องการฮอร์โมนอินซูลินมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นฮอร์โมนที่รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และภาวะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะหายไปก็ต่อเมื่อหลังจากที่คลอดบุตรแล้ว ทั้งนี้ข้อมูลยังระบุไว้อีกว่า คุณแม่หลังคลอด 1 ใน 5 คนจะพัฒนาเป็นโรคเบาหวานจริงในขณะที่ตั้งครรภ์และมีภาวะของโรคเบาหวานร่วมด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้ข้างต้นนั้นมาจากการที่นักวิจัยนำข้อมูลของระบบประกันสุขภาพมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ในระยะยาวของทารกที่เกิดระหว่าง ปี 2533-2550 กับคุณแม่ 73,180 ในเมือง ควิเบก ประเทศแคนาดา โดยผู้หญิงตั้งครรภ์กว่าครึ่งนั้นเป็นเบาหวานขณะที่กำลังท้อง และอีกครึ่งที่เหลือไม่ได้เป็น ส่วนเด็กๆ ที่หลังคลอดนั้นจะมีการติดตามผลของโรคเรื้อรังดังกล่าว จนถึงเดือนมีนาคม 2012 เพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจว่าพวกเขาเป็นเบาหวานจากการที่คุณแม่ป่วยเป็นโรคเบาหวานขณะที่กำลังท้องหรือไม่ หรือถ้าเด็กคนไหนที่เป็นเบาหวาน จะมีอาการแรกเริ่มอย่างไรบ้าง

ผลวิจัยยังระบุอีกว่า เด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่า 77% ทั้งนี้เด็กสามารถเป็นเบาหวานได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 22 ปี นอกจากนี้ยังมีอีก 43 เปอร์เซ็นต์ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานเมื่ออายุ 12-22 ปี ภาวะดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นได้จริง แม้จะมีการตัดประเด็นอื่นที่อาจเป็นปัจจัย อย่างน้ำหนักตัวแรกเกิดของทารก และการที่แม่อาจจะมีภาวะภูมิต้านทานในร่างกายผิดปกติออกไป

ขณะที่ "ดร.คาเบอร์ริ ดาสกรูบตา" ผู้วิจัยแผนกอายุรศาสตร์ระบาดวิทยาทางคลินิก และต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม กล่าวว่า "การที่หยิบยกข้อมูลของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานก็เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นว่า อันที่จริงแล้วคุณแม่มือใหม่อาจจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อยู่ก็เป็นได้ ที่ผ่านมาเราพบเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่นที่ป่วยเป็นเบาหวานจากการที่แม่ตั้งครรภ์และเป็นเบาหวาน โดยเกือบ 2 เท่าตัวนั้น เด็กจะเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 22 ปี"

การสะท้อนข้อมูลวิจัยข้างต้นก็เพื่อต้องการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเบาหวานให้ความสำคัญกับโรคเบาหวานในเด็ก และเมื่อมีอาการผิดปกติอะไรก็แล้วแต่เด็กควรรีบบอกผู้ปกครอง ที่สำคัญเพื่อให้ข้อมูลกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานว่าพวกเขาจะต้องทุกข์ทรมานจากภาวะอุ้มท้องดังกล่าวอย่างไร หรือแม้แต่การควบคุมน้ำหนักตัวให้ลดลงจากภาวะเบาหวาน ก็อาจทำให้เรารู้สึกเมื่อยล้า รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังดังกล่าวอาจจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย และกระหายน้ำมากเกินไป

ทั้งนี้ในอนาคตควรมีการศึกษาและตรวจสอบว่า เหตุใดคุณแม่อุ้มท้องป่วยเป็นโรคเบาหวานจึงทำให้เด็กป่วยเป็นโรคเดียวกันนี้ และส่วนหนึ่งก็เพื่อศึกษาวิจัยต่อว่าเด็กที่เป็นเบาหวานเอง กับเด็กที่คลอดโดยแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์นั้น รูปแบบใดที่มีความรุนแรงมากกว่ากัน

ด้าน "ดร.แจน ฮัก" ประธานและซีอีโอเกี่ยวกับโรคเบาหวานในประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับโรคเรื้อรังนี้ กล่าวว่า "การศึกษาครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเราพยายามทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 1 (การรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน) อีกทั้งการวิจัยข้างต้นยังกระตุ้นให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ตรวจเช็กเด็กที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานทั่วไป และเด็กป่วยเบาหวานจากคุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยโรคเบาหวานได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ก็เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อนจากภาวะเบาหวานอย่าง "เลือดเป็นกรด" และช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังกลุ่มนี้เป็นไปในแนวทางที่ดียิ่งขึ้น".


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ