รวมทีมหาทางออกค่าโง่โฮปเวลล์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 30 เมษายน 2562 00:00:27 น.

ไทยโพสต์ * ร่อนหนังสือเชิญผู้แทนร่วมทีมหาทางออกปมโฮป เวลล์ คาดต้นเดือน พ.ค.เริ่มเจรจากับบริษัท "รักษาการผู้ว่าฯ รฟท." ชี้ มีหลายวิธีจ่ายค่าชดเชย ทั้งเจรจาผ่อนชำระ-ให้สิทธิ์บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ จ่อควักลงทุนอีก 6.4 พันล้านย้ายโรงซ่อมรถไฟ

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2562 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภาย หลังการประชุมหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า รฟท.ได้รายงานมติการประ ชุมคณะกรรมการรถไฟ (รฟท.) กรณีค่าโง่โฮปเวลล์ เมื่อวันศุกร์ ที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจะมี การแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมี การรถไฟฯ กระทรวงคมนาคม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวง การคลัง สำนักงบประมาณ ในการดำเนินการตามคำพิพากษา โดยคำนวณรายละเอียดเรื่องมูลค่าโครงการ อัตราดอกเบี้ย รายละเอียดการชดใช้ และการ เบิกจ่ายที่คณะทำงานต้องพิจารณา โดยต้องรายงานให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม รับทราบก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป สำหรับคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น มูลค่าโครงการ การคำนวณดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล ตลอดจนแนวทางการจ่ายชดเชย และทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อตั้งคณะทำงานแล้ว โดยจะจัดตั้งให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และเริ่มการประชุมนัดแรกได้เลย พร้อมกัน นี้คาดว่าช่วงต้นเดือน พ.ค.62 จะเริ่มเจรจากับบริษัท โฮปเวลล์ คู่ขนานไปกับการประชุมของคณะทำงาน โดยต้องพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบเวลา 180 วันตามคำพิพากษาของศาล

"แนวทางการจ่ายค่าชด เชยมีหลายรูปแบบ เช่น การเจรจา ผ่อนชำระ การให้สิทธิ์เข้ามาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ รฟท. โดยแนวทางเหล่านี้ถือเป็นสมมติฐานที่มีความเป็นไปได้ แต่เป็นเพียงความคิด เห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติของคณะกรรมการ รฟท. หลังจากนี้คงต้องนำข้อมูลมาพิจารณาให้รอบด้านก่อน คาดว่าภายใน 1 เดือนจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไร" นายวรวุฒิระบุ

ขณะที่ นายศิริพงษ์ พฤทธิ พันธ์ ผู้ว่าการฝ่ายธุรกิจซ่อมบำรุงรถจักร และล้อเลื่อน รฟท. กล่าวถึงการพัฒนารถไฟทางคู่ นอกจากซื้อรถไฟใหม่รองรับแล้ว ยังต้องวางแผนแม่บทรื้อย้ายโรงซ่อมรถไฟให้ออกจากเขตตัวเมืองกรุงเทพฯ โดยใช้เงินลงทุนทั้ง หมด 6.4 พันล้านบาท แบ่งเป็น การย้ายโรงซ่อมรถโดยสารไป จ.สุพรรณบุรี วงเงิน 2.8 พันล้านบาท การย้ายโรงซ่อมรถไฟสินค้าไปคลองสิบเก้า จ.ฉะเชิงเทรา วง เงิน 2.5 ล้านบาท การย้ายโรงซ่อมหัวรถจักรไป อ.แก่งคอย จ.สระบุรี วงเงิน 900 ล้านบาท แล้วเสร็จภายในปี 2565 และการจ้างศึกษาแผนรื้อย้ายโรงซ่อมที่มักกะสัน วงเงิน 200 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาการศึกษา 18 เดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้งานซ่อมรถไฟเก่ามีจำนวนมาก จึงมีแผนจะนำงานซ่อมออกมาเปิดประมูลให้เอกชนช่วยรับหน้าที่ คาดว่าจะมีมูลค่าหลายพันล้านบาท.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง