คอลัมน์รายงานพิเศษ: เอสเอ็มอีมีมาตรฐานดันยอดขายพุ่ง

ข่าวเศรษฐกิจ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจการยกระดับมาตรฐานธุรกิจ ช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ได้จริง ทั้งขยายตลาด ยอดขายพุ่ง ลูกค้าเชื่อใจ และเปิดประตูถึงสินเชื่อ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลการสำรวจ "การยกระดับมาตรฐานธุรกิจ SMEsไทย" จาก 1,200 ตัวอย่าง ว่า ส่วนใหญ่มีทัศนะให้ความสำคัญของการมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่างๆ โดย 44.31% ธุรกิจ "มี" เครื่องหมายรับรองมาตรฐานแล้ว ซึ่ง 66.17% เป็นมาตรฐานพื้นฐานตามกฎหมายกำหนด และ 64.32% เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานระดับจังหวัด

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง 58.42% ระบุว่า เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ไม่มีความจำเป็นต่อธุรกิจเลย เนื่องจากตัวเองเป็นธุรกิจขนาดเล็ก และไม่ต้องการเพิ่มต้นทุน ส่วน 41.58% ให้เหตุผลว่ามีความจำเป็น โดยส่วนใหญ่ถึง 58.90% บอกว่าจำเป็นมาก และเมื่อถามว่า การมีเครื่องหมายรับรองมีประโยชน์ต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด โดยเจาะจงเฉพาะกลุ่มที่มีเครื่องหมายมาตรฐานแล้ว กลุ่มตัวอย่างถึง 99.66% บอกว่ามีประโยชน์ เช่น สามารถขยายตลาดเพิ่มขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น สินค้าและบริการ รวมถึงองค์กรมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาลูกค้า มีโอกาสเข้า ถึงสินเชื่อมากขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าหรือบริการ เป็น ต้น อีกทั้งช่วยให้ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น ราคาสินค้า/บริการเพิ่มขึ้น สภาพคล่องของธุรกิจดีขึ้น และจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ส่วนกรณีหากลูกค้าต้องการเครื่องหมายรับรองมาตรฐานที่ธุรกิจตนยังขาดอยู่ กลุ่มตัวอย่าง 23.20% บอกว่าจะดำเนินการทันทีเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ยังขาด เพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจให้เป็นที่เชื่อถือและยอมรับ ส่วน 50.38% ยังไม่แน่ใจ เนื่องจากต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ค่าใช้จ่าย และความพร้อม ขณะเดียวกัน 26.42% จะไม่ดำเนินการใดเลย เพราะไม่พร้อมและไม่อยากเพิ่มต้นทุน

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมถึงกรณีของกิจการที่ยังไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานใดๆ เลย กลุ่มตัวอย่างบอกสาเหตุว่า ขั้นตอนขอ/ต่ออายุยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายสูง กิจการขนาดเล็กไม่จำเป็น คิดว่าขอไปยังไงก็ไม่ได้ และไม่ทราบขั้นตอน เป็นต้น

นอกจากนั้น กลุ่มที่ยังไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานถึง 75.24% ยังระบุว่า ไม่มีความต้องการ โดยสาเหตุ 80.98% บอกว่ากิจการขนาดเล็กไม่มีความจำเป็น ส่วน 24.76% บอกว่าต้องการเครื่องหมายมาตรฐาน เช่น ISO อย. ฮาลาล และมาตรฐานโฮมสเตย์/โรงแรมไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ ความช่วยเหลือที่ต้องการ เพื่อให้ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 24.66% ต้องการเงินทุน 20.32% ต้องการองค์ความรู้ 18.10% ต้องการให้ลดค่าใช้จ่ายในการขอ/ต่ออายุ 15.42% ต้องการให้ลดขั้นตอนในการขอ/ต่ออายุ 11.70% ต้องการให้ลดระยะเวลาในการขอ/ต่ออายุ และ 9.8% ต้องการมีระบบแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด ด้านปัญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับการขอ/ต่ออายุเครื่องหมายมาตรฐานนั้น 3 อันดันแรก ได้แก่ 1.ขาดความรู้ความเข้าใจ 2.สถานที่ตั้งในการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และ 3.ขาด เงินทุน

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ 39% เชื่อว่ามีศักยภาพเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ ขณะที่ 31.85% ภายใน 1 ปีนี้ มีความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ เช่น พัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน พัฒนาเครื่องจักรให้ได้มาตรฐาน ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ก่อสร้างหรือต่อเติมร้านค้า/อาคาร และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น โดยวงเงินเฉลี่ยที่ต้องการ คือ 196,012.50 บาท

และหากได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบ กลุ่มตัวอย่าง บอกว่า ต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่ากับกำไรที่เพิ่มขึ้น 34.10% ต้นทุนเพิ่มขึ้นน้อยกว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น 34% และต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น 31.89% ส่วนความต้องการให้สถาบันการเงินปรับปรุงเกี่ยวกับสินเชื่อ ได้แก่ ปรับลดดอกเบี้ย 26.09% ขั้นตอนเงื่อนไขในการกู้ 22.82% หลักทรัพย์ค้ำประกัน 20.68% ระยะเวลาการอนุมัติ 17.84% และขณะนี้ไม่จำเป็นต้องปรับปรุง 12.57%

สำหรับสิ่งที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ สำ หรับการขอ/ต่ออายุเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เช่น ลดขั้นตอนดำเนินการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดหลักฐานหรือเอก สารต่างๆ

นายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าว บ่งบอกได้ดีว่า การมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน สร้างประโยชน์แก่เอสเอ็มอีมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วย ยกระดับธุรกิจให้ได้รับความเชื่อถือ ขยายตลาด เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการได้รับมาตรฐานต่างๆ แต่ยังไม่สามารถทำได้ โดยขาดปัจจัยสำคัญ คือ ความรู้และเงินทุน ดังนั้น ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา จะเข้าไปช่วยยกระดับพาเข้าสู่มาตรฐาน ผ่านกิจกรรมเติมทักษะต่างๆ เช่น อบรม สัมมนา เป็นต้น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ