ข่าวอินโฟเควสท์
22:42 นายกฯอังกฤษเตรียมพบ"ปูติน"ในเวที G20 หวังฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี   หนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์สรายงานว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังพิจ…
22:26 รมว.พลังงานรัสเซีย-อิหร่านหารือวันนี้ หวังได้ข้อสรุปกำหนดวันประชุมโอเปก   นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รมว.พลังงานรัสเซีย จะพบปะกับนายบิจาน ซานกาเนห์…
21:55 เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาวะธุรกิจดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 2 ปีครึ่งในเดือนมิ.ย.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Em…
21:19 สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวลงในเดือนมิ.ย.   สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้า…
21:01 ดาวโจนส์นิ่ง ก่อนรู้ผลประชุมเฟดสัปดาห์นี้   ดัชนีดาวโจนส์แทบไม่ขยับในวันนี้ ก่อนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี…

คอลัมน์: กระจกไร้เงา: ค่าโง่ซ้ำซาก

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562 00:00:01 น.
กัลยา ยืนยง

หลังจากศาลปกครองสูงสุดที่มีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายค่าชดเชยแก่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับรวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับตั้งแต่คดีสิ้นสุด รวมทั้งนำเสนอแนวทางในการดำเนินการตามคำพิพากษา

เรื่องนี้ต้องยอมรับว่ากระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ฝ่ายบริหารไม่เป็นอันหลับอันนอน ต่างก็หาวิธีมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งล่าสุด รฟท.ได้มีการส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทีม เพื่อที่จะร่วมกันทำงานให้รัฐเสียหายน้อยที่สุด

สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นมาราว 30 ปีแล้ว รวม 9 รัฐบาล ริเริ่มขึ้นในปี 2532 เป็นโครงการถนนและรถไฟยกระดับที่ต้องการนำมาแก้ ปัญหาการจราจรใน กทม. โดย ครม.ได้อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2532 มูลค่าการลงทุน รวม 7 หมื่นล้านบาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้างไว้ 8 ปี อายุสัมปทาน 30 ปี โดย รฟท. และกระทรวงคมนาคมได้มีการลงนามในสัญญาร่วมกับโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2533

ส่วนขั้นตอนการดำเนินต่อจากนี้นั้น รฟท. และกระทรวง คมนาคม ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะดำเนินการ 5 ข้อ  1.ให้มีการ คำนวณวงเงินชดใช้ค่าเสียหายให้ชัดเจน โดยขอให้ศาลปกครอง สูงสุดช่วยชี้ตัวเลขดังกล่าวให้ ซึ่งขณะนี้ รฟท.ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคดีปกครองเพื่อตรวจสอบวงเงินชดเชยดังกล่าวด้วย 2.ให้เปิดเจรจากับโฮปเวลล์ เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล และลดผลกระทบต่อภาครัฐโดยเฉพาะ เรื่องวงเงิน ดอกเบี้ย และระยะเวลา การชดใช้คืนเงิน 3.ให้กำหนดแนวทางและแหล่งเงินที่เหมาะสม

4.ให้แต่งตั้งคณะทำงานจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม, รฟท., กรมบัญชีกลาง, สำนักอัยการสูงสุด, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาตามข้อ 1, 2, 3 รวมถึงดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และเป็นประโยชน์ต่อรัฐ

และ 5.ให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบความรับผิดทางละเมิด เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไปพิจารณาว่าโครงการมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครเกี่ยวข้องบ้างที่ต้องมีส่วนในการรับผิดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสัญญาจนถึงบอกเลิกสัญญา โดยจะต้องพิจารณาย้อนหลังไปจนถึงขั้นตอนการเริ่มเสนอโครงการ ว่าเป็นหน่วยงานไหน

กรณีค่าโง่ ยังไม่จบแค่เรื่องโฮปเวลล์ ล่าสุดได้รับรายงานข่าวจากบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ว่า ตามที่บริษัทได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโต ตุลาการเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2551 เพื่อเรียกร้องให้การทางพิเศษแห่ง ประเทศไทย (กทพ.) ชำระเงินส่วนต่างรายได้ค่าผ่านทางตามประ กาศกระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 ส.ค.2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญานั้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้รับทราบคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 22 เม.ย.52 โดยคณะอนุญาโตตุลาการได้มีมติเอกฉันท์ ชี้ขาดให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท ประกอบด้วย

1.ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 1,48.23 ล้านบาท และดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ศรีรัช ส่วนดี) ข้อ 25.6 ของเงินต้นค่าเสียหายจำนวน 914.35 ล้านบาท คิดเป็นรายวันตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2551 เป็นต้นไป จนกว่า กทพ.จะชำระเสร็จสิ้น 2.ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินผล ต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางตามประกาศกระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 ส.ค.2546 กับส่วนแบ่งที่บริษัทมีสิทธิจะได้รับตามสัญญา โดยคำนวณตามจำนวนรถยนต์แต่ละประเภทที่ใช้ทางตามจริง เป็นรายวัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.51 เป็นต้นไป จนกว่า กทพ.จะชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทเสร็จสิ้น โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีขอบเขตอำนาจภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาชี้ขาด

ปัญหาที่รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยการทำผิดสัญญากับเอกชน หลังจากฟ้องร้องกันเกิดขึ้น หน่วยงานรัฐเป็นอันแพ้คดีไปตามๆ กัน ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาเรื้อรัง ทำให้เกิดความผิดพลาดจนนำมาสู่การฟ้องร้อง หลังจากนี้ก็ได้แต่หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีความรอบคอบมากขึ้น ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำซาก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง