คอลัมน์แวดวงฅนการเมือง

ข่าวทั่วไป 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พีแอล คึกคักทั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐสภา เมื่อ กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 แล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา บรรดา ส.ส.ผู้ได้รับเลือกตั้งต่างทยอยเดินทางมารับใบรับรองการเป็น ส.ส. ที่สำนักงาน กกต.อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะครบทุกคน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อนำใบรับรองไปรายงานตัวต่อที่รัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ซึ่งเริ่มเปิดใช้ทำการได้แล้วในบางส่วน รอวันเปิดใช้งานได้เต็ม 100% ต่อไป โดย ส.ส.ชุดนี้คงจะเป็นชุดแรกที่ได้ใช้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก็เป็นได้ ...* บรรยายใต้ภาพ อุตตม สาวนายน เพชรชมพู กิจบูรณะ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สงคราม กิจเลิศไพโรจน์

เมื่อการรับรองผล ส.ส.ผ่านไปแล้ว กระแสข่าวเรื่องการรวมเสียง ส.ส. เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ไหลบ่าโหมมาราวกับคลื่นสึนามิ ยิ่งในยุคนี้ที่เสียงของแต่ละฝ่ายสูสีกัน จนไม่ว่าใครตั้งรัฐบาลได้ก็ถูกเรียกว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่มีใครชนะกันได้เด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎร แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. แถมเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ที่คงชนะด้วยเสียง ส.ว. 250 ชงเองโหวตเองได้เป็นนายกฯ ต่อไปแน่ๆ แต่อยู่ยากถ้าแพ้ในสภาล่าง ขั้วหนุน พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องอาศัยพลังรวมเสียงเพิ่มหวังให้ชนะทั้ง 2 สภา ดังที่เห็น ...*

ในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ กระแสข่าวก็ยาวไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐบาลขั้วที่ 3 ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา อาจจะตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญให้ หรือเพื่อออกจากความขัดแย้งอะไรก็ตาม มันก็ยังเป็นแค่กระแสที่คนพูดไม่เผยตัวตน ส่วนคนที่เผยตัวตนก็ได้แต่ปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หลายคนในพรรคท่องเป็นเสียงเดียวกันรอมติกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนแกนนำอีกสองพรรคก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ...*

นอกจากกระแสข่าวรัฐบาลขั้ว 3 ยังแทรกมาด้วยกระแสข่าวยี้ ป้อม-ป๊อก ขอรัฐบาลใหม่ไม่ควรมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หวั่นจะเป็นภาพลบ อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คนกันเองคอนเฟิร์มเองเสร็จว่า "ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้มีการพูดคุยกันเรื่องการมาร่วมกันเดินหน้าประเทศ ยังไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น" ฮ่าๆ เวลาเขายี้ 2 ป. อาจจะไม่มีใครมาพูดต่อหน้าท่าน แต่ถ้าถามคนทั้งประเทศยี้หรือไม่ คำตอบมีอยู่ทั่วโซเชียลฯ เห็นๆ ...*

หลบนักการเมืองเก่ามาสำรวจ ส.ส.หน้าใหม่ โดดเด่นคนหนึ่งคงจะเป็น เพชรชมพู กิจบูรณะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊กหลังได้เป็น ส.ส. ตอนหนึ่งว่า "อายุ 25 ปี กับหน้าที่ ส.ส. ฟังดูแล้วไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลย แต่เพชรพร้อมศึกษา พร้อมเรียนรู้เสมอ เพชรเชื่อว่าพื้นฐานของเพชรจากการเรียนสายปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ รวมไปถึงกฎหมาย จะเป็นฐานสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่นี้" ถือว่าเธอเป็น ส.ส.อายุน้อยที่สุดครั้งนี้ก็ว่าได้ ขณะที่หน้าใหม่ชื่อดังอีกคน รังสิมันต์ โรมส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นักข่าวถามแล้วอายุ 26 ปี เท่ากับยังไม่น้อยที่สุด ...*

โอ้โฮเฮะ!!! เรื่องของอีกคนที่ต้องบอกว่าเข็มขัดสั้น คาดไม่ถึง เมื่อ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ความเห็นเสนอการยกเลิกใส่ชุดนักเรียน เพื่อปลดภาระหนี้สินของพ่อแม่ผู้ปกครองในการซื้อชุดนักเรียน หมดสมัยที่เยาวชนต้องใส่ชุดนักเรียนขาดไปให้เพื่อนล้อ หรือคุณภาพเครื่องแต่งกายไม่เท่าเทียมกัน ล้วนปลูกฝังค่านิยมที่ผิด สร้างความกดดัน หมดความมั่นใจตั้งแต่เล็ก เมื่อ มัลลิกา กล้าสนับสนุนความคิดก้าวหน้าแบบนี้ จะทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกโอเคกับทั้งเธอและพรรคมากขึ้น ว่าไม่ใช่พวกหัวโบราณคร่ำครึอย่างที่คิด ...*

หลังใครๆ ชอบถามถึง พรรคเพื่อชาติ เรื่องก่อนหน้านี้ที่มีข่าวผู้สมัคร ส.ส.พรรค แห่ไปทวงเงินค่าหาเสียงกับที่ทำการพรรคอยู่ช่วงหนึ่งหลังเลือกตั้ง ล่าสุด สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ตอบนักข่าวเรื่องนี้หลังเดินทางมารับใบรับรองการเป็น ส.ส. ว่ามีความเข้าใจผิดในเรื่องเงินสนับสนุน เขาเข้าใจไปว่า กกต. กำหนดค่าใช้จ่ายคนละ 1.5 ล้านบาท แล้วพรรคต้องจ่ายให้ตามนั้น ซึ่งพรรคทำเช่นนั้นไม่ได้ หากจ่ายสนับสนุนให้กับผู้สมัครทั้ง 349 เขต ก็เกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดให้พรรคจ่ายได้ไม่เกิน 35 ล้านบาท และได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือแล้ว ...*


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ