คอลัมน์หนึ่งวันกับหนึ่งคน: เวียดนาม

ข่าวบันเทิง 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ดาวเต็มฟ้า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ชื่อบอกชัดๆ ว่าเป็น "สังคมนิยม" ไม่ใช่และไม่ใช้ คำว่า "ประชาธิปไตย" มาป้องปากบอกชาวโลก ตัวเลขทางเศรษฐกิจเติบโต นักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปลงทุน ทำมาหากิน ไม่เห็นจะติดขัดอะไรมากนัก ต่างจากนักการเมืองของบางประเทศที่ใส่ร้ายประเทศตัวเอง ขุดไส้ให้อีกากิน เป็นแบบนี้บางประเทศเขากุดหัวไปแล้วนะ..อุ๊ย....กลับมาเรื่องของแขกของเรากันดีกว่า..นะ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มีประวัติศาสตร์ของตัวเองยาวนานของเส้นขนานที่กลายเป็นเส้นแบ่งชาวเวียดนามออกเป็น 2 ประเทศ คือ เวียดนามเหนือเวียดนามใต้

หลังสิ้นสุดยุคสงคราม การรวมประเทศจึงเกิดขึ้น กลายเป็นเวียดนามเดียว แม้จะมีภูมิภาค พรมแดนของประเทศที่ยาวจากเหนือจรดใต้กว่า 3,000 กิโลเมตรก็ไม่เป็นอุปสรรค เมื่อพวกเขารวมชนชาติ และมีผู้นำที่ปกครองอย่างเข้มงวด ประชาชนมีความหวังเรื่องปากท้อง "สังคมนิยม" มิได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ บางมิติถูกหยิบมาเป็นข้อดี ด้านการบังคับใช้กฎหมายแบบเฉียบขาด เด็ดขาด จริงจัง หลายคนจึงชอบ

การเริ่มเปิดประเทศ และความกล้าหาญของนักลงทุนที่หิ้วกระเป๋าเดินเข้าไปลงทุนในเวียดนาม เริ่มปรากฏให้เห็นบ้าง หลังจบสงครามรบพุ่งที่ยาวนาน ผู้คนล้มตายนับล้าน มุมของนักธุรกิจมองช่องของการพัฒนาฟื้นฟูประเทศ พวกเขาจึงกล้าพอที่จะกำเงินเข้าไปลงทุน

กลุ่มนักลงทุนกลุ่มแรกที่กล้าหาญ นับว่ามองทะลุ แต่ในวันนั้นคงน้อยคนจะคิดเช่นนี้ แต่มาถึงวันนี้คงพูดเสียงเดียวกันแหละว่า ผู้บริหารช่างมีวิสัยทัศน์จริงๆ

คุณนิด-สมหะทัย พานิชชีวะ ผู้บริหารของ "กลุ่มอมตะ" เล่าเรื่องเมืองเวียดนามได้สนุกจริงๆ เธอน่าจะเป็นนักธุรกิจคนไทยกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปมองหาลู่ทางในการทำธุรกิจในเวียดนาม คือปี 1995 ก่อนต้มยำกุ้งในเมืองไทยซะด้วย จึงทำให้กลุ่มนี้สร้างสมดุลของการทำธุรกิจได้แบบไม่กังวลใจนัก

เล่าว่า รัฐบาลของเขาวางนโยบายรองรับนักลงทุนต่างชาติได้ดี เพราะพวกเขารู้ดีว่าลำพังเงินในประเทศไม่เพียงพอต่อการทำโครงการขนาดใหญ่ ไม่นับรวมถึงเทคโนโลยี ความชำนาญที่อยากได้จากชาวต่างชาติที่จะถ่ายทอดมาให้ชาวเวียดนาม

กลุ่มอมตะทำธุรกิจการจัดหา บริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม เล่าเข้าใจกันง่ายๆ คือ การจัดหาที่ดินสำหรับสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีบริการตามมาอีกหลายอย่าง อาทิ ระบบน้ำ ไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบขนส่ง และอื่นๆ กลุ่มนี้เขามืออาชีพในไทยเองอยู่แล้ว การขยับหมากไปที่เวียดนามจึงเป็นการขยายตัวที่ไม่ไกลบ้านนัก และเมืองไทยมีแบรนดิ้งที่ชาวเวียดนามให้การยอมรับอยู่แล้ว จะพบได้จากสินค้าหลายยี่ห้อจากเมืองไทยขายดีมาก จนมีคนเลียนแบบ แต่จับได้ในที่สุด

นายหญิงที่จะต้องบริหารลูกน้องผู้ชายหาเป็นอุปสรรคสำหรับเธอไม่ และใช้การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ พวกเขาเข้าใจและคล่องแคล่วกับภาษาต่างประเทศมากกว่าบ้านเรานะ

เรื่องเล่าขำ ขำ ที่อาจไม่ใช่เรื่องงานหรอกนะ เพราะยามนี้กลุ่มอมตะเขาอยู่ตัวแล้ว เล่าให้นักลงทุนเป็นข่าวอยู่แล้วบ่อยๆ ไอ้ที่สนุกเป็นเรื่องอันโทนสตอรี เห็นจะเป็นเรื่อง ทัศนคติของสาวชาวเวียดนาม

จากที่เขาทำโพลออกมานะ รู้ไหมว่าชายในฝันของพวกนาง-ที่มีอ๋าวใหญ่เป็นชุดประจำชาติคือ "ชายไทย" เข้าวินมาเป็นที่หนึ่งของสาวๆ ชาวเวียด ที่อยากใช้ชีวิตด้วย ด้วยเหตุผลว่า ถูกสเปก ของความใจดี ดูแล ไม่รังแกลูกเมีย และมักจะให้ผู้หญิงเป็นคนเก็บตังค์ของบ้าน...ช้อบชอบ และเมื่อเทียบกับหนุ่มชาติอื่นๆ ดูว่าจะกดขี่ผู้หญิงอยู่ไม่น้อย หนุ่มไทยนี่แหละเวิร์กสุด...

เมื่อผลโพลออกมาแบบนี้ หวยจึงมาออกที่หนุ่มไทยล่ะสิ....เมื่อพวกเขาต้องออกไปทำงานที่เวียดนาม ความเหงา ความขาว จึงทำให้หนุ่มไทยหลายคนเสร็จสาวเวียดนามกันไปหลายคนแล้วนะ (รวมทั้งคนดังที่เป็นข่าวในไลน์-นักการเงินคนนั้นแหละ อิอิอิ) อาการหนักถึงกับต้องหย่าร้าง ครอบครัวแตก ก็หลายบ้าน....เฮ้อ...ชักกลุ้ม....

เวียดนาม วันนี้จึงไม่เหมือนวันก่อนเก่า....แค่เรื่องหญิงๆ ยังไม่เหมือนเดิมเลยอ่ะ...เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง......อิอิอิ....


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ