ยสท.ระส่ำค้าปลีกขู่เลิกขาย

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ครม.สั่งเบรกจ่าย'ภาษี'

ภาคียาสูบจี้คลังทบทวน

ระอุ! ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านค้าปลีกเล็งยกเลิกขายบุหรี่ให้ ยสท. หลัง ครม.ไฟเขียวให้เลิกจ่ายภาษีเงินได้ออกแทนร้านค้าปลีก 10-12.5% ตกปีละ 600-700 ล้านบาท เริ่ม 1 ก.ค.นี้ โอดยอดขายบุหรี่ลดแล้ว ต้องแบกภาระภาษีเพิ่ม ด้านตัวแทนภาคียาสูบจ่อบุกคลังร้องทบทวนใหม่ "สรรพากร" ชี้สร้างความเป็นธรรม

ไทยโพสต์ * ระอุ! ยี่ปั๊วซาปั๊ว ร้านค้าปลีก เล็งยกเลิกขายบุหรี่ให้ ยสท. หลัง ครม.ไฟเขียวให้เลิกจ่ายภาษีเงินได้ออกแทนร้านค้าปลีก 10-12.5% ตกปีละ 600-700 ล้านบาท เริ่ม 1 ก.ค.นี้ โอดยอดขายบุหรี่ลดแล้ว ต้องแบกภาระภาษีเพิ่ม ด้านตัวแทนภาคียาสูบจ่อบุกคลังร้องทบทวนใหม่ "สรรพากร" ชี้สร้างความเป็นธรรม

รายงานข่าวจากภาคียาสูบแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ขายส่ง ยี่ปั๊วซาปั๊ว รวมถึงร้านขายปลีก กำลังพิจารณายกเลิกขายบุหรี่ให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) หลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบให้ร้านค้าส่งและค้าปลีกบุหรี่ของการยาสูบฯ จะต้องรับผิดชอบการจ่ายภาษีเงินได้เอง แทนจากเดิมที่การยาสูบฯ จะเป็นผู้ออกให้ เนื่องจากเห็นว่ามีความไม่เป็นธรรม และเป็นการผลักภาระของการยาสูบฯ มาให้ร้านค้าต้องรับผิดชอบ มีกำไรลดลงไปอีก อีกทั้งร้านค้าก็ไม่สามารถขึ้นราคาขายบุหรี่กับชาวบ้านได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันการขายบุหรี่มียอดลดลงอยู่แล้ว หลังจากรัฐบาลมีการขึ้นภาษีบุหรี่ขึ้นมาเมื่อ 16 ก.ย.2560 ทำให้คนไทยหันไปสูบบุหรี่หนีภาษี หรือยาเส้นที่มีราคาถูกกว่าแทน ทำให้ตัวแทนยี่ปั๊วซา ปั๊วบุหรี่ของ ยสท.แทบไม่มีกำไร เหลือเพียงซองละไม่ถึง 1 บาท และเมื่อกระทรวงการคลังมาพิจารณาผลักภาระภาษีจากปัจจุบันที่ ยสท.ต้องช่วยเหลือเสียให้กับตัว แทนปีละ 600-700 ล้านบาท มาให้ ร้านค้าต้องจ่ายแทนอีก ก็จะเป็น การซ้ำเติมให้ร้านค้าแย่ลง และอาจต้องเลิกขายบุหรี่ไปในที่สุด

"มาตรการนี้ในระยะสั้นแม้จะเป็นการช่วยให้ ยสท.มีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวจะไม่เป็นผลดีต่อ ยสท.เอง เพราะร้านค้าคงหันไปขายบุหรี่นอกประเทศที่ราคาไม่แตกต่างกันแทน" รายงานข่าวระบุ

ด้าน นายสุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ.ลำปาง และตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ตัวแทนภาคียาสูบจะมีการหารือเพื่อยื่นขอเสนอถึงรัฐบาลใหม่ใน 2 เรื่อง คือ ให้มีการทบทวนการขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไป หรือให้ทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันไดปีละ 5% เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว ส่วนอีกเรื่องให้ทบทวนการผลักภาระการจ่ายภาษีเงินได้จาก ยสท.ไปให้ตัวแทนจำหน่าย เพราะจะทำให้ร้านค้าบุหรี่ได้รับผลกระทบ มีกำไรจากการขายบุหรี่ของ ยสท.ลดลงไปอีก ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบไปถึงชาวไร่ใบยาสูบด้วย เพราะเมื่อ ยสท.ขายบุหรี่ได้น้อย ก็จะรับซื้อใบยาจากชาวไร่ลดลงไปตาม.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ