ข่าวอินโฟเควสท์
17:24 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจ่อยื่นเอาผิด "ชวน" ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ หลังไม่บรรจุญัตติตรวจสอบที่มาส.ว.   นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก…
17:22 ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 78,679 ล้านบาท   มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 78,679 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที…
17:22 สื่อตีข่าว"สี จิ้นผิง"เตรียมยื่นเงื่อนไขโหดต่อ"ทรัมป์"เสาร์นี้ ก่อนยุติสงครามการค้า   หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่จ…
17:18 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,833.37 ลบ.(SET+MAI)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ (…
17:17 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,780.07 ลบ.(SET)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ % มูล…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: ต่างชาติยังวิตกสงครามการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 00:00:22 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

ประเด็นเรื่องสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ดูจะเป็นเรื่องที่จะยืดเยื้อไปได้อีกนาน เพราะดูทีท่าของประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว คงจะพยายามใช้กลยุทธ์การต่อรองไปอีกหลายระยะ กลยุทธ์แข็งกร้าวแล้วผ่อนปรนถูกนำมาใช้เป็นระยะๆ ในขณะที่การเจรจาต่อรองยังคงดำเนินต่อไป เท่ากับยังจะหาข้อยุติที่แน่นอนไม่ได้ทันที และจากการที่คู่กรณีต่างก็ไม่ยอมลดวาต่อกัน จึงทำให้เกิดภาพการโต้ ตอบไปมาอยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่นักเก็งกำไรหวั่นไหวได้มาก ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพลอยหวั่นไหวตามไปด้วย

เริ่มจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ออกอาการผันผวนแรงขึ้น สอดรับกับข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การ ที่ดาวโจนส์ดิ่งลงแรงย่อมมีผลทางจิตวิทยากดตลาดหุ้นต่างๆ พลอยดิ่งลงแรงตามไปด้วย แต่เมื่อมีการไตร่ตรองพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างละเอียด กลับได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นว่า การกระทำของทรัมป์แฝงด้วยเจตนาที่อิงอยู่กับการเมืองไปด้วย จนมีการมองว่าทรัมป์มีเจตนาที่จะใช้เกมสงครามทางการค้ากับจีน มาเพิ่มเครดิตและความนิยมให้กับตัวเอง เพราะดูเผินๆ แล้วจะเป็นประธานาธิบดีที่กล้าต่อกรอย่างรุนแรงกับจีน จึงอาจทำให้ได้รับความเชื่อถือมากขึ้น

แต่เมื่อไปพิจารณาผลที่เกิดจากกรณีนี้แล้ว กลับพบว่า ผลกระทบจากการทำสงครามการค้าต่อกัน ทั้ง 2 ประเทศจะต้องได้รับผลเสียหายเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อมองตัวเลขที่อ้างถึงกันดูเหมือนสหรัฐจะสร้างผลเสียหายกับธุรกิจของจีนได้มากกว่า แต่เมื่อมองลึกลงไปความเสียหายที่ทางธุรกิจจีนได้รับ ก็คือความเสียหายที่คนสหรัฐจะได้รับเช่นกันเพราะเมื่อจีนส่งสินค้าไปสหรัฐลดลง หลังจากถูกเก็บ ภาษีนำเข้า 25% เท่ากับคนสหรัฐจะมีสินค้าบริโภคลดลงจากเดิมไปมาก เท่ากับกดดันความต้องการของ คนในสหรัฐ ผลกระทบจะเป็นอย่างไรคงต้องไปดูผลทางการเมืองในระยะต่อไป น่าจะเกิดผลในทางลบมากกว่า

ขณะเดียวกันตลาดหุ้นต่างๆ เริ่มให้น้ำหนักกับประเด็นนี้ลดลง จึงพบว่าตลาดหุ้นหลายประเทศเริ่มขยับตัวสูงขึ้น สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดจากการขายของนักลงทุนต่างชาติที่วิตกกับประเด็นนี้ แต่นักลงทุนไทยเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น ตลาดจึงดูคึกคักมากขึ้น ทำให้ยังมีบรรยากาศการลุ้นและการลงทุนต่อไป

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามองในกลุ่มธนาคาร ยังคงน่ามองที่ BBL, KTB และ SCB เพราะเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่อง กลุ่มรับเหมาก่อสร้างยังมีงานล้นมือ ธุรกิจจะมีผลประกอบการดีขึ้น น่ามองที่ CK, UNIQ และ SQ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจยังคงโตต่อเนื่อง จึงยังน่ามองที่ MBK, ORI และ SPALI กลุ่มพลังงานยังได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูง น่ามองทั้ง BANPU, ESSO และ TOP หุ้นรายตัวที่เตะตามีทั้ง GLOBAL, CBG และ IVL เป็นต้น ดูจากผลประกอบการแล้วธุรกิจยังดีมีกำไร แต่ราคาหุ้นกลับตกต่ำมาก จึงมองเป็นโอกาสดีที่จะเข้าเลือกลงทุนได้ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง