คอลัมน์กรองสถานการณ์: ศึกใน-ศึกนอก ชิง 'ประธานสภาฯ' 'พปชร.' เคลียร์จบ แต่ 'ปชป.' ไม่แน่

ข่าวทั่วไป 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ถือเป็นเก้าอี้สำคัญ ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อีกหนึ่ง "ดุลอำนาจ" ของประเทศ ผู้จะมาดำรงตำแหน่งในครั้งนี้จึงต้องพิถีพิถันไม่น้อยกว่านายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในยุคที่เสียง 2 ขั้วระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย มีปริมาณ "ปริ่มน้ำ" ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องเป็นคนที่มีบารมี เก๋าเกม และภาพลักษณ์ดีในสายตา "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอนเก้าอี้นี้ พรรคเพื่อไทยเองก็อยากได้เพื่อไว้พลิกเกมในสภาฯ ตามคิวที่มีชื่อของ "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" หัวหน้าพรรคประชาชาติ โผล่มาเป็นคู่ชิงแข่งกับอีกขั้ว ขณะที่ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ ต้องการเก็บเก้าอี้นี้ไว้กับตัว แม้จะเป็นที่หมายปองของบรรดาพรรคร่วมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่ปัญหาของพรรคพลังประชารัฐคือ ในบรรดา ส.ส. 115 คน เป็น ส.ส.ใหม่เอี่ยมถึง 60 คน ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ที่เหลือ ล้วนแต่หมายปองเก้าอี้รัฐมนตรีมากกว่า

เหตุนี้ภายในพรรคจึงเหลือตัวเลือกไม่มากเท่าไร ทำให้ปรากฏชื่อ 2 คน ที่มีความอาวุโส และไม่ได้เป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีแต่อย่างใด คือ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาโดยตลอด

แม้บางช่วงจะมีข่าวว่า อาจมี "ตาอยู่" คว้าพุงปลาไปกิน เนื่องจากภาพลักษณ์ของนายสุชาติ และนายวิรัช ในทางการเมืองไม่สู้ดีเท่าไรนัก

ทว่า เมื่อตัด 2 คนนี้ออกไป ก็ไม่มีบุคคลใดที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในยุคที่การฟาดฟันในสภาฯ จะเข้มข้น

สุดท้ายจึงเหลือแค่ "สุชาติ-วิรัช" ชิงดำเช่นเดิม ทำให้ช่วงที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างเดินเกมสารพัดวิธีเพื่อให้ตัวเองเข้าสู่เส้นชัย

"สุชาติ" เอง พละกำลังในพรรคตอนนี้ เมื่อสู้กับ "วิรัช" ถือว่าเป็นรองพอสมควร หากวัดเฉพาะปริมาณ ส.ส.ในมือจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

แต่ที่เหนือกว่าคือ "สุชาติ" มีประสบการณ์ในเกมสภาที่ต้องชิงไหวชิงพริบมาแล้ว หลังเคยเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของ "สุชาติ" ดูจะเหลื่อมๆ กว่า "วิรัช" ที่ก่อนมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ มีคดีความเรื่องทุจริตสร้างสนามฟุตซอลติดตัวอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ที่สำคัญ "บิ๊กตู่" ให้น้ำหนักเรื่องภาพลักษณ์มากที่สุด ชื่อของ "สุชาติ" ที่เคยแผ่ว จากการออกตัวแรง จึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วน "วิรัช" มีรายงานออกมาว่า พยายามเดินเกมทางลับ โดยเข้าทาง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่มักจะมองเรื่องผลงานเป็นหลักในการบริหารคน จนช่วงหนึ่ง "สุชาติ" แทบจะยอมยกธง

ในงานสัมมนาของพรรคพลังประชารัฐ ที่โรงแรมเดอะ ซายน์ พัทยา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ช่วงงานเลี้ยงตอนค่ำ จะเห็นได้ว่ายังคงมีการหาเสียงสนับสนุนกันทางอ้อม

"วิรัช" เดินทักทายแกนนำ ส.ส. และสื่อมวลชน แทบจะทุกโต๊ะ ในขณะที่ "สุชาติ" ยังคงนิ่งที่โต๊ะตัวเอง ก่อนที่ต่อมาจะเป็นฝ่ายเดินทักทายแกนนำ ส.ส. และสื่อมวลชนเหมือนกัน

กระทั่งมาถึงโต๊ะ "วิรัช" ที่ตั้งท่ารอรับ ก็โผเข้ากอดจับมือ โอบกันมายังโต๊ะสื่อ เพื่อต้องการสยบข่าวลือขบเหลี่ยมชิงเก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติ ก่อนจะพูดว่า "ได้อยู่แล้ว ยังไงก็พลังประชารัฐ"

"วิรัช" ก็รู้ตัวดีว่า มีชนักปักหลังเรื่องภาพลักษณ์ อันทำให้แต้มในมือด้อยกว่า "สุชาติ" แม้ภายในยังหวังลึกๆ ว่า หวยจะออกที่ตนเอง

ทว่า จับท่าทีหลายครั้ง "วิรัช" ก็เหมือนจะรับสภาพ กลายๆ เหมือนกันว่า อาจไปได้สุดแค่ "ประธานวิปรัฐบาล" ในขณะที่รายงานข่าวล่าสุด "บิ๊กป้อม" ได้เรียกอีกฝ่ายไปสอบถาม เสมือนตรวจทานแบ็กกราวด์ว่า เคยทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือไม่ เพื่อความชัวร์

กระนั้นแม้คลื่นลมในพรรคพลังประชารัฐเริ่มสงบและได้ข้อยุติบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ หากแต่ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ อาจทำให้เส้นทางยังยุ่งยากอยู่

เพราะว่ากันว่า หนึ่งในดีลที่พรรคประชาธิปัตย์อยากได้ก็คือ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเช่นกัน!

แต่บรรดาแกนนำในพรรคยังมั่นใจว่า จะไม่มีการมอบเก้าอี้นี้ให้ใครแน่นอน เพราะเป็นตำแหน่งสำคัญตั้งแต่การเลือกนายกรัฐมนตรี ไปถึงการคุมเกมในสภาฯ ที่ต้องใช้คนของพรรคพลังประชารัฐที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้เท่านั้น

ยิ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยิ่งไม่ไว้วางใจเด็ดขาดต้องจับตาดูเกมนี้ว่า พรรคพลังประชารัฐจะเอาตัวรอดจากการบริหารจัดการความพึงพอใจของพรรคร่วม เพื่อรักษาเก้าอี้ที่เป็นหัวใจสำคัญๆ ได้หรือไม่.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ