คอลัมน์: ปักธงธรรม: สายธารธรรมแห่งชีวิต!!!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2562 00:00:19 น.
โดย.. พระ อ.อารยวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา การไปประกอบศาสนกิจบนแผ่นดินจีนที่ผ่านมา นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อได้มีโอกาสถวายธรรมปฏิบัติของพุทธเถรวาทแด่คณะสงฆ์และศาสนิกชนชาวจีน ทั้งเมืองไคฟง เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน และที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน โดยการนิมนต์ของกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน โดยความเห็นชอบของเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณประชาชนจีน ที่เป็นบุคลากรคุณภาพของกระทรวงการต่างประเทศที่น่ายินดียิ่ง

เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็ได้พักรออยู่ ๒-๓ วัน เพื่อไปแสดงธรรมปฏิบัติที่ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานจัดงาน มีข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งเข้ามาร่วมรับฟัง เพื่ออบรมจิตไปตามหลักธรรมปฏิบัติที่แสดง ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องในการบรรยายธรรม ที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะ อดีตนักการทูตจากชมรมสราญรมย์ พร้อมศาสนิกชนตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเสริมสร้างคุณธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทุกคนมีความอิ่มใจในบุญกิริยาที่ก่อเกิดจากการได้ปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้องตรงธรรม

หลังจากเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจตามนิมนต์ จึงได้เดินทางลงภาคใต้ เพื่อไปเจริญภาวนาบนป่าต้นน้ำ ที่ภูหว้ารัตนคีรี เกาะภูเก็ต ระหว่างการเดินทางได้พิจารณาธรรมอันควร ระหว่างนั่งรถขึ้นภูเขา เห็นเป็นประโยชน์ จึงขอนำมาแบ่งปันให้สาธุชนได้พิจารณาทำปัญญาและอนุโมทนาธรรมดังนี้....

"..ทุกเรื่องราวในชีวิต..อุปมาเหมือนสายน้ำฮวงโห ที่ไหลผ่านแผ่นดินจงหยวน..ออกสู่ทะเล..มหาสมุทร..นับเนื่องจากอดีตสืบมา เปรียบประดุจสายธารแห่งชีวิต..ที่ไม่รู้ต้น ปลาย แห่งการก่อเกิด เป็นไป และสิ้นสุด ดุจวงเวียนที่หมุนวนสืบเนื่องไม่ขาดสาย..

..หากแต่ปรากฏสภาพปัจจุบัน..ที่กระแสชีวิตไหลสืบเนื่อง อันเต็มไปด้วยสภาวธรรม มี..รัก ชัง สมหวัง ผิดหวัง ดี ชั่ว เกิดปรากฏหมุนเวียนสืบส่งเป็นเกลียวคลื่น สืบสานส่งต่อก่อรูปสืบกันไป ดุจดังสายน้ำที่ไหลส่งสืบต่อไปไม่ขาดสาย..ตราบเท่าที่เหตุปัจจัยยังมีอยู่..สายน้ำจึงยังเป็นสายน้ำ..นับเนื่องถึงวันนี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงดำรงอยู่..ไม่สิ้นสุด อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งในธรรมชาติ

..เฉกเช่นทุกชีวิตในโลกนี้ ที่ดำเนินไปอย่างเป็นปัจเจก แต่เกี่ยวข้องกันเป็นพหุละ..จนยากจะแยกออกจากกันในปฏิสัมพันธ์แห่งกรรมที่ให้ผล..อันเจ้าของการกระทำต้องรับผลกรรมนั้น

จึงควรเข้าใจด้วยการสืบสาวให้ถึงเหตุ สอบสวนให้ถึงรากเหง้าแห่งปัญหา..ที่จุดประกายการก่อเกิดกระแสชีวิต..ที่คละเคล้าไปด้วยสุข ทุกข์ บาป บุญ สมหวัง และผิดหวัง...

ในบางครั้งจึงต้องรู้จักการพิจารณาโดยใช้หลักแตกกระจายองคาพยพแห่งชีวิตออก ให้เห็นถึงจุดแยกย่อย มวลอณูของชีวิต เพื่อเข้าให้ถึงหลักธรรมแห่งชีวิต..จะได้แจ่มแจ้งชัดเจน..ในปัจจยการแห่งความสืบเนื่องว่า ชีวิตเกิดมาแต่ใด..อะไรเป็นมูลเหตุหลักอะไรเป็นปัจจัยสนับสนุน

บางกาลต้องเข้าไปพิจารณาอย่างแยบคาย ให้เห็นถึงความเป็นธรรมดาแห่งความจริงของชีวิต..ที่แสดงธาตุแท้คือ อนัตตาธรรม อันเป็นสัจจอนุตรธรรมของสรรพธรรมทั้งหลาย..เพื่อศึกษาให้เห็นแจ้งในอริยสัจ..แห่งชีวิต..ที่ดำรงอยู่ในกระแส..ว่ามีแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้นและทุกข์ที่ดับไป..เท่านั้น อย่างอื่นแท้จริงมิมีอะไรเลย..

บางคราวต้องรู้จักฝึกมองย้อนกลับเข้าสู่ภายในแห่งองค์ประกอบของชีวิต..เพื่อค้นหาความเป็นเหตุ ความเป็นผล..จะได้รู้แจ้งในหลักการและจุดมุ่งหมายอันแท้จริง..ของหนึ่งชีวิต..ที่ดำเนินไปภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ..อันต้องเป็นไปตามธรรมในธรรมชาตินั้น!

และในบางสถานการณ์ต้องรู้จักการพลิกกลับมาดูว่า แท้จริงชีวิตนี้ไม่ได้ดีหรือเลว..เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง หากแต่มี 2 ส่วนประกอบกัน ซึ่งเป็นส่วนต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อสร้างสมดุลในการเคลื่อนไหวชีวิตไปตามวิถี..ดุจดังโลกที่มี 2 ด้านที่ขัดแย้งกัน เพื่อถ่วงดุลกันในการหมุนวนไปของโลกที่ต้องขับเคลื่อนหมุนรอบตนเองและรอบดวงอาทิตย์..จึงเห็นโลกไม่ใช่มีความสว่างเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงย่อมมีความมืดควบคู่กับความสว่างอยู่อีกด้านหนึ่งเสมอ..จึงพึงควรรู้จักมองมุมกระทบ มุมตรงข้ามของชีวิต จากมุมที่เห็น..

..แน่นอน..ชีวิต จึงต้องมีทั้งคุณและโทษ ที่ผสมผสานกันไปในสายธารแห่งชีวิตเป็นเกลียวคลื่นที่มีรูปร่างและจิตวิญญาณในการรับรู้สุข ทุกข์ ที่เกิดนั้น อย่างยากจะจำแนก..หากขาดการเพ่งพินิจพิจารณาโดยแยบคาย..จึงควรศึกษาให้เห็น..รู้แจ้งจริง เพื่อหาหนทางออกมาจากคุณและโทษในชีวิตนั้น..ได้อย่างมีความเป็นเอกภาพ

จึงควรรู้จักการปลุกเร้า..ให้รู้จักมองด้านกุศลของชีวิต..เพื่อมุ่งดำเนินชีวิตต่อไป..ในวิถีกุศลธรรม อย่างองอาจกล้าหาญ..ด้วยการละสิ้นอกุศลในสายธารแห่งชีวิต..นั่นเป็นสิ่งที่ควร..

การมองดูรู้เห็นอยู่ในความเป็นปัจจุบัน เพื่อการเผชิญกับความจริงที่เป็นธรรม..อันจะนำไปสู่การก่อการสานประโยชน์ที่เป็นจริง นั่นคือสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง..เป็นวิสัยของสัตบุรุษผู้เกิดมา เพื่อพัฒนาชีวิตไปในทิศทางที่เป็นธรรม..ตรงธรรม..ไม่คลาดเคลื่อนจากธรรม..เพื่อการถึงคุณธรรมอันยิ่งจาก..หนึ่งชีวิตที่เกิดมา..ที่ไม่ธรรมดาในความเป็นธรรมดา

..การละความผูกพัน..ในอดีตแห่งชีวิตที่ผ่านไปแล้ว เพื่อตื่นขึ้นมายอมรับความจริง..
การเลิกใฝ่ฝันตามหา..ในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง..เพื่อหยุดยับยั้งชีวิตอยู่อย่างมีสติปัญญา ด้วยการเพ่งรู้อยู่ในปัจจุบัน

เพื่อกำหนดรู้ให้เห็นทุกมิติแห่งชีวิต..ที่ควรจำแนกแจกแจงลงไปจนหมดสิ้นข้อสงสัย..นั่นเป็นหนทางแห่งการเข้าสู่ความจริงอันประเสริฐ..ของอริยบุคคล..ที่ควรเพิ่มพูนในการรู้แจ้งเห็นจริงในปัจจุบันธรรมนั้นไว้..

จึงควรอย่างยิ่ง..ต่อการใช้ชีวิตให้เกิดประโยชน์ ด้วยการศึกษาให้เห็นความจริงในสายธารแห่งชีวิตที่กำลังไหลสืบส่งไปอย่างไม่หยุดยั้ง..อย่างยากที่จะเห็นต้นและปลาย..ในวัฏฏะ..วังวน..ของสังสารทุกข์..ที่ปรากฏอยู่ในรูปการดำเนินไปของชีวิต..อย่างไม่รู้จักความเป็นธรรมดาของชีวิต..ที่เป็นธรรมดา..จึงส่งให้จิตดำเนินไปอย่างวิปลาสในการรับรู้แลเห็น

ปัญหาในสายธารของชีวิต..จึงไม่เคยหมดสิ้น..ตราบที่ยังคงรากเหง้าของเหตุปัจจัยแห่งปัญหานั้นไว้ไม่ขาดสูญ..ชีวิตของทุกสัตว์จึงไหลต่อไป..เป็นกระแส..ก่อเกิดการสืบต่อปัญหาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติ

..ทุกข์ ความทุกข์..จึงปรากฏเป็นเครื่องหมายในสายธารแห่งชีวิต..ตราบเท่าถึงวันนี้..เพราะ..การไม่เรียนให้รู้แจ้งในความเป็นจริง..ของชีวิต ที่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ..ตกอยู่ภายใต้อำนาจของธรรมชาติที่ใช้กฎแห่งกรรมเข้าควบคุมบังคับ เพื่อให้เห็นความเป็นธรรมดาของชีวิตที่ว่า เหนือชีวิตคือกรรม..แต่เหนือกรรมคือความรู้แจ้งในธรรม อันเกิดขึ้นจากการรู้ถึงซึ่งความจริงแห่งหนึ่งชีวิตนั้นด้วย..ปัญญาธรรม ที่สามารถสร้างขึ้นได้จากการรู้จักการคิดพิจารณาโดยแยบคายด้วยการคิดอย่างถูกวิธี คิดอย่างเป็นระเบียบ คิดอย่างเป็นเหตุผล และคิดอย่างเร้ากุศล ที่เป็นหัวใจการศึกษาชีวิตในพระพุทธศาสนา..

จึงควรกลับมาเริ่มต้นฝึกฝนการคิดให้เป็นปัญญากันใหม่..เพื่อไม่ดำเนินไปอย่างเป็นคนสิ้นคิด คิดไม่เป็น..จนจิตใจใหลหลงสืบส่งไปในกระแสธารแห่งความทุกข์..ให้ไม่รู้จักจบสิ้น!!!".

เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง