หวังเสียง ส.ส.สะท้อนถึงฝ่ายมั่นคง ได้ 'สำเหนียก' ข้อเท็จจริง ตอบโจทย์ดับไฟใต้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 00:00:19 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

ครึ่งทางของเดือนรอมฎอน ซึ่ง สำหรับภูมิภาคอื่นในประเทศไทย อาจจะเป็นเดือนแห่งความ ดีงาม ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่สำหรับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันคือเดือนแห่งการก่อการร้าย เป็นเดือนแห่ง ความตาย ความสูญเสีย เพราะยังมีความพยายามจาก โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็น ที่รอจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอ หรือเปิดช่องว่างเพื่อก่อเหตุความรุนแรง

จนการก่อเหตุความรุนแรงในเดือน รอมฎอน ถูกมองเป็นเรื่องปกติ ของทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นมาอย่างนี้มาถึง 15 ปีแล้ว จนกลายเป็นความ ชินชา ของทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ

ดังนั้น เมื่อ ไปป์บอมบ์ หรือระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกขว้างเข้าใส่สถานที่ต่างๆ ที่เป็นจุดตรวจ หรือหน่วยปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐหลายแห่งใน จ.ยะลา การวางเพลิง การวางระเบิดแสวงเครื่องเจ้าหน้าที่รัฐ การยิงครอบครัวผู้นำท้องที่ และการยิงใครต่อใคร ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัด จึงเป็นเรื่องไม่น่าตื่นเต้น เป็นเรื่องปกติทั้งฝ่ายรัฐและบีอาร์เอ็น

ในขณะที่ฝ่าย กอ.รมน.ภาค 4 นั้น ก็มี ของใหม่ อย่าง ชป.จรยุทธ์ ซึ่งเป็นหน่วยพิเศษ เพื่อตรวจค้น หาแหล่งที่ ซ่องสุม และที่หลบซ่อนของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม เพื่อการลดความรุนแรง และรักษาความสงบรักษาความปลอดภัยให้กับเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร เพราะสามารถสกัดกั้นการรบกวนการเคลื่อนไหวของโจรใต้ให้ก่อเหตุน้อยลง

ขณะเดียวกัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่ง ชูธง การแก้ปัญหายาเสพติดตามนโยบายของ ผบ.ทบ.ก็ไม่อยู่นิ่ง มีการนำผลงานการจับกุมยาเสพติดของหน่วยต่างๆ ทั้งของตำรวจ ปปส.มาเป็นผลงานเชิงประจักษ์ เพื่อให้เห็นว่ามีผลสำเร็จในนโยบายการปราบปรามยาเสพติด

ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถจับกุมยาเสพติดได้เป็นจำนวนมากนั้น แสดงให้เห็นว่าคนในพื้นที่มีอาชีพค้ายาเสพติดอย่างเป็นล่ำเป็นสัน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คือแหล่งที่พักยา เพื่อการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ที่เป็นประตูในการส่งออกยาเสพติด

นอกจากนั้นมาเลเซียยังเป็นแหล่งนำเข้ายาเสพติดจำพวก ใบกระท่อม ที่ใหญ่ที่สุด ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเจ้าหน้าที่ไทย เพราะจับอย่างไรก็ไม่หมด ยิ่งจับยิ่งโต เพราะหนึ่ง การค้าใบกระท่อมกลายเป็นการค้า ข้ามชาติ ที่มีทั้งคนไทย เจ้าหน้าที่ คนมาเลเซีย เจ้าหน้าที่มาเลเซีย ร่วมกันค้า จนวันนี้สินค้า โอท็อป ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจาก น้ำมันเถื่อน แล้ว อันดับต่อมาก็คือ ใบกระท่อม นั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยก็ไม่เคย จับเข่า คุยเรื่องนี้กับทางการมาเลเซียแต่อย่างใด

ช่างเหมือนกันเหลือเกินกับเรื่องขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่หัวขบวนการอยู่ในประเทศมาเลเซีย วางแผนสั่งการให้กำลังติดอาวุธที่อยู่ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติการต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่มานานหลายสิบปี และกลายเป็นความเจ็บปวด ความเดือดร้อนของคนไทยและประเทศไทยฝ่ายเดียว

แทนที่ฝ่ายเราจะไป พูดคุย กับรัฐบาลมาเลเซียตรงๆ ให้ร่วมมือกับเรา เพื่อให้เลิกสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดนทุก ขบวนการ ซึ่งเป็นการ ยุติ ปัญหาที่เป็น ทางตรง และถูกต้องที่สุด แต่เรากลับไปให้ประเทศมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้ฝ่ายเรา พูดคุย กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งสุดท้ายคือความ ล้มเหลว เพราะกลายเป็นว่า ทั้งมาเลเซีย ทั้งฝ่ายไทย ไป โอ้โลมปฏิโลม กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ด้วยการ อ่อนข้อ จนสุดท้ายที่เห็นชัดคือ มาเลเซียยืนอยู่ข้างขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่ได้ยืนอยู่กับ เพื่อนบ้าน อย่างประเทศไทย

สำหรับพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ นอกจากสถานการณ์ยังไม่สงบ และยังมองไม่เห็นว่าจะสงบอย่างไรแล้ว รัฐยังปล่อยให้องค์กรนอกประเทศพวก ฝรั่งอั้งม้อ เข้ามาตั้งสำนักปฏิบัติการ แทรกแซง กิจการภายในของทางการไทย ด้วยการดูแล จัดตั้งกลุ่ม ตั้งองค์กร ให้ความรู้กับฝ่าย แนวร่วม ขบวนการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อการเตรียมความรู้ เตรียมความพร้อม เพื่อรอรับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่

จะเห็นว่าในพื้นที่มีการเผยแพร่เอกสารการกำหนดใจเพื่อปกครองตนเองในจังหวัดปัตตานี โดยเอกสารนี้มีการนำเสนอต่อองค์กรนานาชาติให้รับรู้ถึงเจตนาของผู้ต้องการปกครองตนเอง และปฏิเสธไม่ได้ว่า องค์กร ฝรั่งอั้งม้อ ที่อยู่ในพื้นที่ เป็นผู้สนับสนุนอย่างเปิดเผย

ที่นี้เคยถามหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาลมาแล้วครั้งหนึ่งว่า ระหว่างการ พาโจรกลับบ้าน กับการส่ง ฝรั่งกลับเมือง อะไรที่สำคัญ และที่อาจจะทำให้สูญเสียดินแดนมากกว่า แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ และกลับพบว่า องค์กรต่างประเทศที่เข้ามา แทรกแซง เป็น ยาดำ ปัญหา ไฟใต้ ใหญ่โตขึ้น และเป็นภัยกับจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

ก็เพียงแต่คาดหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จะให้ความสำคัญกับปัญหาของ ไฟใต้ อย่างแท้จริง อย่าให้เหมือนกับ 5 ปีที่ผ่านมา ที่แม้ผู้นำจะมี ม.44  อยู่ในมือ แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของ ไฟใต้ ดีขึ้น อย่างน้อยเสียงของผู้แทนราษฎรก็น่าจะทำให้แม่ทัพนายกองได้ สำเหนียก ถึงข้อเท็จจริง และมีความ เหนียมอาย ในการใช้งบประมาณ แบบไม่ตอบโจทย์ของการสร้างความสันติสุขอย่างที่ผ่านมา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง