พิษเทรดวอร์ป่วนฉุดหุ้นผันผวน

ข่าวเศรษฐกิจ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กูรูแนะธุรกิจการแพทย์น่าลงทุน

นักวิเคราะห์ฟันธงครึ่งปีหลังฟื้น

ไทยโพสต์ * นักวิเคราะห์ชี้ 1-2 เดือน ตลาดหุ้นยังผันผวน หลังสงครามการค้าปั่นป่วน ฟันธงครึ่งปีหลังเงินต่างชาติไหลกลับแน่ เชื่อตลาดหุ้นไทยยังมีมุมมองเป็นบวก ด้านธุรกิจการแพทย์น่าลงทุน ชี้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางประชากร หนุนผลกำไรสุทธิของธุรกิจที่เติบโตเฉลี่ย 8.5% ต่อปี

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสาย งานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยภายในงานลงทุนอย่างไรในช่วงการเมืองคืบหน้า สงครามการค้าโลกคืบหลัง ว่า ภาพรวม การลงทุนช่วง 1-2 เดือนนี้ ตลาด หุ้นไทยยังมีความผันผวน เนื่อง จากได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสงคราม การค้าที่ยังไม่มีข้อสรุป รวมถึง ปัจจัยภายในประเทศเกี่ยวกับ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยระยะ สั้นคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อน ไหวอยู่ที่ 1,600-1,680 จุด ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามสถาน การณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ได้ทำการวิเคราะห์หากสงครามการค้ายืดเยื้อและใช้เวลานาน อาจส่งผลกระทบการ ส่งออกไทยมากขึ้น เพราะปริมาณ การส่งออกของไทยจะลดลง หากคำนวณจะพบว่าเมื่อการส่งออกลดลงทุก 0.5% จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลดลง 0.04% โดยประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากปีที่ผ่านมา คาดว่าเติบโต 3.4% ส่วนการส่งออกขยายตัวเพียง 0.5% ส่วนกำไรสุทธิของตลาดหุ้นอยู่ที่ 106.58 บาท คิดเป็นการเติบโต 7.4% ด้านเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,705 จุด ระดับราคาต่อกำไรสุทธิที่ 16 เท่า

ด้าน นายไพบูลย์ นลินทราง กูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุน ไทย (เฟสโก) กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังมีมุมมองเป็นบวก และเชื่อว่าจะฟื้นตัวได้ช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐและจีนจะเจรจาต่อรองร่วมกันในการประชุมจี 20 เดือน มิ.ย.นี้ ส่วนการเมืองในประเทศ เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่น่าจะลงตัวแล้ว และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและต่างประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ ตามในปีนี้ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยจะอยู่ที่ 1,750-1,800 จุด"

รายงานข่าวฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ้นกลุ่มบริการทางการแพทย์สามารถให้ผลตอบแทนจากการ ลงทุนสูงกว่ามาตรฐานอ้างอิงราคาหุ้นบริษัทชั้นนำของโลก (เอ็มเอสซีไอ) และการเปลี่ยน แปลงเชิงโครงสร้างทางประชา กรไทยและชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 57-61 พบว่าผู้ใช้บริการชาวไทยเติบโตเฉลี่ย 5.3% ต่อปี และชาวต่างชาติเติบโตเฉลี่ย 5.1% ต่อปี สะท้อนถึงผลกำไรสุทธิ ของธุรกิจที่เติบโตเฉลี่ย 8.5% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางประชากรไทยดังกล่าว และชาว ต่างชาติที่มาใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ต่างตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพมากขึ้น และการยกระดับบริการของโรงพยาบาลรัฐในรูปแบบที่ทัดเทียมโรงพยาบาลเอกชนอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายฐานจำนวนผู้ใช้บริการ ดังนั้นการลงทุนของธุรกิจการแพทย์ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม และรูปแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี.

บรรยายใต้ภาพ

ไพบูลย์ นลินทรางกูร


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ