คอลัมน์คุยนอกรอบ: 'พัชริดา บุญญะภาภัทร' ลุยปั้น B Gift บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์

ข่าวเศรษฐกิจ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

แม้ว่าอัตราการเกิดของเด็กในเมืองไทยจะน้อยลง และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปี แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ทำตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่และเด็กก็ไม่ได้น้อยลงไปแต่อย่างใด ยังมีโอกาสทางธุรกิจในสินค้าบางกลุ่ม ซึ่งหากแบรนด์ใดตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าวได้ ก็ย่อมมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และคงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน

พัชริดา บุญญะภาภัทร ผู้บริหารแบรนด์ B Gift เป็นนักธุรกิจสาวที่เล็งเห็นความต้องการของคนใกล้ตัว มาผนวกกับเรื่องทางการแพทย์ เพื่อปั้นแบรนด์ B Gift ออกสู่ตลาดสินค้าสำหรับแม่และเด็ก ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาเรื่องของน้ำนมน้อย โดยเธอเริ่มเล่าเกี่ยวกับที่มาของการเข้ามาลุยตลาดในครั้งนี้ว่า "ครอบครัวเป็นคนไทยยุคก่อน ซึ่งจะมีสูตรสมุนไพรตกทอดกันมา ขณะเดียวกันทางครอบครัวหรือพี่สาวเป็นหมอ จึงมองว่าน่าจะเอาความเป็นไทยดั้ง เดิมกับแพทย์มาผสมกัน ถามว่าทำไมต้องเป็นสินค้าในตลาดแม่และเด็ก ก็กลับมามองดูหลายคนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่กำลังมีลูก เขามีกำลังซื้อ แต่มีปัญหาเรื่องน้ำนม จึงพัฒนาสูตรเป็นจากแพทย์ปัจจุบันและโบราณมารวมกันอย่างลงตัว

หลังจากสินค้าได้วางจำหน่ายเพียงแค่ 1 ปี ก็มีผลตอบรับดีมาก เนื่องจากแต่ก่อนจะมีผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เป็นชนิดน้ำและชงดื่ม แต่สำหรับ B Gift เป็นแคปซูลทำให้ทานง่าย ซึ่งได้มีการนำสินค้าไปออกบูธตามโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ผู้บริโภค เพราะที่ผ่านมาคนไข้มาปรึกษาหมอ ก็ไม่มียา ยกเว้นจ่ายยาบางอย่างที่ผลิตน้ำนมเพิ่ม กลุ่มลูกค้าของแบรนด์นี้เป็นคุณแม่ที่ทันสมัย

สำหรับช่องทางการวางจำหน่ายได้เริ่มจากออนไลน์ก่อนในปีแรก และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะลงร้านขายยาเชนใหญ่ในเมืองไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้านี้มีความเซนซิทีฟ ไม่ใช่กระแส แต่ต้องปลอดภัย เพราะคนที่ทานต้องศึกษามาอย่างดี เนื่องจากทุก อย่างเป็นการให้นมลูก บริษัทจึงต้องให้ความ รู้ในเชิงลึกแก่ผู้บริโภค มีทั้งในแฟนเพจและไลน์ และกำลังขยายการสื่อสารช่อง ทางอื่น เพื่อประชา สัมพันธ์ให้เข้าใจว่าสูตรของบริษัทมาจากคุณหมอและเภสัชคิดค้นขึ้นมา ขณะที่พฤติกรรมคนไทยเป็นคนใจร้อน อยากให้เห็นผลเร็ว แต่เราต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยก่อน ต้องคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ เพื่อทันใจคนไทยสมัยนี้ ทำให้สินค้าของบริษัทจึงต้องมองเรื่องการเห็นผลและความปลอดภัย

"เรามองเรื่องการให้ความรู้แก่คุณแม่เรื่องของการบริโภคสินค้าประเภทนี้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง และการตลาดจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากการรับประทานอะไรลงไปก็แล้วแต่ จะมีผลต่อการให้นมบุตรและความปลอดภัย ที่ผ่านมาอาจจะมีหลายแบรนด์ที่ขายสินค้าลักษณะเดียวกับเรา บอกว่าทานได้ตั้งแต่ตอนท้อง แต่เรามีทีมหมอและเภสัชที่ให้ความรู้ได้ ซึ่งต้องบอกว่าคนท้องจะทานอะไรได้น้อยมาก น้ำนมจะถูกกระตุ้นให้มีมากตอนหลังคลอด สินค้าของเราไม่ได้ใช้อารมณ์ซื้อ แต่ผู้บริโภคหรือคุณแม่จะศึกษาข้อมูลเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาแนวโน้มที่คุณแม่ให้นมลูกมากขึ้น จึงเชื่อว่าตลาดยังไปได้"

พัชริดายังให้ความสนใจขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ประเภทวิตามินบำรุงระหว่างตั้งครรภ์ หลัง คลอด ซึ่งยังคงอยู่ในตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กเป็นหลัก คาดว่าไม่เกินปีนี้จะมีสินค้าใหม่ดังกล่าวออกสู่ตลาด ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับสินค้าตัวแรก แต่เน้นบำรุงระหว่างตั้งครรภ์ เรื่องสุขภาพและบำรุงครรภ์มากกว่า

เธอยังเล่าถึงการทำงานให้ฟังอีกว่า การที่จะทำสินค้าออกมา เราต้องคิดถึงว่าสักวันตัวเองจะใช้สินค้านั้น แล้วมีความสุขที่ได้เลือกใช้หรือซื้อ ดังนั้นเรื่องความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก ยอมรับว่าการทำงานตอนนี้น่าจะยากสุด เพราะอยู่ในช่วงสร้างแบรนด์และให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ว่าทำไมเขาต้องเชื่อในแบรนด์ของบริษัทและทานเข้าไป.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ