ข่าวอินโฟเควสท์
09:47 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าลบ 59.68 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ ตามทิศทางตลาดสห…
09:45 FPT จะขายสินทรัพย์ให้กองทรัสต์ FTREIT มูลค่า 637 ลบ. ,ขายหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 182.62 ล้านหุ้นให้ PP ที่ 17.90 บ./หุ้น   บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์…
09:42 บริษัทที่คาดว่าจะขายหุ้น IPO ใน SET และ mai   รายละเอียดข้อมูลของบริษัทที่จะมีการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชนทั่วไป (IPO) และเข้าจดทะเบี…
09:41 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน ยักษ์สื่อสารไทย เทศ รุมเจรจาเข้าซื้อกิจการ JAS ขณะที่วงการสื่อสารแย้ม "โคเรีย เทเลคอมมิวนิเคชั่น" ยักษ์ใหญ่สื่…
09:39 สหรัฐยันยังคงรักษาความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นหลังพรรครัฐบาลของ"อาเบะ"รั้งเสียงข้างมากในวุฒิสภา   รัฐบาลสหรัฐเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความสั…

ศุลกากรทุ่มซื้อเครื่องเอกซเรย์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 00:00:34 น.
ตรวจยิบสินค้าต่างแดน อีคอมเมิร์ซ-รับหิ้วหนาว

ไทยโพสต์ * อีคอมเมิร์ซหนาว! "ศุลกากร" ลุยสั่งซื้อเครื่องเอกซเรย์ตรวจยิบพัสดุต่างแดนแบบ 100% สางปัญหามั่วนิ่มสำแดงต่ำกว่า 1.5 พันบาทเลี่ยงภาษี มั่นใจปีงบ 62 รีดภาษีทะลุเป้า1.06 แสนล้านบาท

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมได้ประชุมกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบ customs to home ที่จะใช้ในกระบวนงานศุลกากรไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ร่วมกับธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดเก็บ และป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) และจัดส่งมาทางไปรษณีย์ จากต่างประเทศ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีให้กับผู้สั่งสินค้าอีคอมเมิร์ซให้สะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในการหารือกับไปรษณีย์ กรมจะมีการสั่งซื้อเครื่องตรวจเอกซเรย์สินค้าอีคอมเมิร์ซ เพื่อไปติดตั้งที่ศูนย์ไปรษณีย์ หลักสี่เพิ่มเติม เพื่อให้รองรับการตรวจสินค้าอีคอมเมิร์ซที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันเครื่องเอกซเรย์มีไม่เพียงพอ ทำให้ตรวจของที่ส่งมาทางไปรษณีย์ จากต่างประเทศทำได้เพียง 40% แต่อนาคตเมื่อกรมซื้อเครื่องเอกซเรย์มาติดตั้งเสร็จ จะทำให้ตรวจสินค้าอีคอมเมิร์ซที่ส่งมาเป็นพัสดุตามกล่องได้ 100%

"ทุกวันนี้คนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศเข้ามามาก วันหนึ่งเพิ่มขึ้นมาเป็นแสนชิ้น และพบว่ามีความพยายามหลบเลี่ยงภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแจ้งสำแดงราคาหน้ากล่องไม่ถึง 1.5 พันบาท เพื่อเลี่ยงเสียภาษี เพราะตามกฎหมายมีการยกเว้นเก็บภาษีขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เมื่อตรวจแล้วพบว่าสินค้าที่ส่งมาส่วนใหญ่มีราคาเกินด้วยกันทั้งนั้น บางครั้งพบสินค้า แบรนด์เนม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้าซึ่งมีราคาสูงกว่าหลายเท่า" นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎากล่าวอีกว่า ต่อไปเมื่อกรมศุลฯ ซื้อเครื่องเอกซเรย์มาติดตั้งเพิ่ม มั่นใจว่า จะช่วยแก้ปัญหาการหลบเลี่ยง เพราะเครื่องนี้จะสามารถสแกนเห็นรายละเอียดสินค้าที่อยู่ในกล่องพัสดุ ทำให้รู้ทันทีว่าสินค้าเป็นไปตามที่แจ้งสำแดงไว้หรือไม่ และหากพบผิดสังเกตก็จะมีการแจ้งให้มาตรวจค้นเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถติดตั้งและสแกนพัสดุอีคอมเมิร์ซได้ครบทั้ง 100% ภายใน 3 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ กรมศุลฯ ยังได้หารือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำระบบให้สามารถชำระภาษีสินค้าอีคอม เมิร์ซได้ล่วงหน้า โดยต่อไปหากใครสั่งซื้อสินค้าเข้ามาและรู้ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไรก็สามารถมาติดต่อชำระภาษีล่วงหน้าได้เลย

"การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีปี 2562 คาดว่าจะเก็บภาษีได้ 1.06 แสนล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป็นเป้าหมายที่แจ้งไว้ถึง 6 พันล้านบาท และยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการจัดเก็บภาษีปีก่อนด้วย" นายกฤษฎากล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า กรมศุลกากรอยู่ระหว่างทำโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ค่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋ามาใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด 23 สายพาน เพื่อทำการตรวจสแกนสิ่งของในกระเป๋าโหลดทุกใบที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบิน เพื่อป้องกันหลบเลี่ยงภาษี เพราะเครื่องจะสแกนเห็นของทั้งหมดภายในกระเป๋า โดยหากพบเป็น กระเป๋าน่าสงสัยเครื่องจะติดสัญลักษณ์ทันที เมื่อถูกนำลำเลียงผ่านสายพานถึงมือเจ้าของและเดินผ่านจุดตรวจ หากเลี่ยงไม่ผ่านช่องสีแดงก็จะถูกจับตรวจเพื่อเสียภาษีโดยทันที.

บรรยายใต้ภาพ
กฤษฎา จีนะวิจารณะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง