'จตุพร'สอนก๊วนปชต.เป็น'ฝ่ายค้าน'ยิ่งใหญ่

ข่าวทั่วไป 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ลาดพร้าว * "จตุพร" แนะเป็นฝ่ายค้านรอเอาคืน "บิ๊กตู่" ในสภา กระทุ้งเลิกดันทุรังตั้งรัฐบาลแข่ง เหตุไม่มี ส.ว.ในมือสู้ลำบาก

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการ ลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ โดยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมแกนนำ นปช.และมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากร่วมงาน เนื่องจากตรงกับวันที่ 19 พ.ค.ซึ่งครบรอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือน เม.ย.-พ.ค.53

โดยนายจตุพรกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ที่ได้พยายามต่อสู้และอธิบายความว่า พวกตนไม่ใช่พวกเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่พวกล้มล้างสถาบัน ไม่ใช่พวกก่อการร้าย ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมนั้น เพียงแค่ใช้สิทธิพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือการเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะเห็นว่าที่มาของรัฐบาลมาโดยมิชอบ วันนี้เป็นโอกาสดีที่ตนขอส่งสัญญาณไปยังหมู่มิตรทั้งหลาย ในซีกของการเป็นนักการเมือง ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนี้นั้น ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยเราไม่รู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ท้ายที่สุดแล้วปีหน้าในงานรำลึก 10 ปี เม.ย.พ.ค.53 เราก็ไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องอะไรกันอีกแล้ว ประวัติศาสตร์จะถูกทำลายอย่างย่อยยับที่สุด

"วันนี้ถามว่าฝ่ายประชา ธิปไตยเราจำเป็นจะต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ ผมเห็นว่าไม่จำเป็น เป็นฝ่ายค้านก็เป็นได้ แล้วรอมาเป็นรัฐบาลในวันที่เราชนะอย่างเต็มรูปแบบ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะยิ่งใหญ่มากกว่าการคบคนไม่เลือกหน้าในทางการเมือง"

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ตนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเสมอ พรรคการเมืองที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเขาจะมาร่วมด้วยเขามาตั้งแต่แรกแล้ว เราไม่ควรรอให้เราอายตัวเอง เราควรยืนหยัดอย่างมีเกียรติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น เสียงระหว่าง 245-253 ในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเล่นเป็น เพราะในจำนวน 253 คนนี้ 3 คนต้องเป็นประธาน รองประธานสภา เราควรรอโอกาส บ้านเมืองเราที่ไม่รู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ทำให้เราเสียโอกาส เหตุการณ์ที่เรามาชุมนุมเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราอยู่จนกระทั่งครบ 9 ปี คนในกระบวนการของเราต้องไปยกมือให้กับคนที่เราต่อสู้กันมาเพื่อเราจะได้เป็นรัฐบาล ตนขอให้คิดดีๆ เพราะครั้งนี้นอกจากคิดเห็นแก่ได้แล้ว มันจะไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ตามไม่มีทางจะเดินไปถึง 376 เสียง เพราะมันถูกล็อกด้วยตัวเลขอย่างชัดเจน

ประธาน นปช.กล่าวด้วยว่า ยกแรกเขาชนะอยู่แล้ว การต่อสู้ทางการเมืองต้องไม่หลอกตัวเอง ถ้าหลอกตัวเองเมื่อไรก็แพ้ทันที แม้กระทั่งการคิดแบบเพ้อฝัน เอาอีกฝ่ายหนึ่งมารวมกันก็ไม่ถึง 376 อยู่ดี แต่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายคือ ความรู้สึกของเราที่ต่อสู้กันมาครบรอบ 10 ปีเดือน เม.ย.-พ.ค. เราต้องมากระทืบพวกเดียวกันเองในปีหน้า อย่างไรก็ตามหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ตัดสินใจยุติบทบาททางการเมือง ประชาชนจะไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่า 5 ปีที่ผ่านมาทำอะไรเอาไว้บ้าง แต่ทันทีที่เป็นนายกฯ อีกรอบ เป็นรัฐบาลเรียบร้อย ไม่มีมาตรา 44 อีกต่อไป การตรวจสอบในสภา การอภิปรายในสภาสามารถตรวจสอบได้หมด ท้ายที่สุดมันจะเป็นผลลัพธ์ให้การเลือกตั้งครั้งต่อไป

"ถ้าอยากจะกินหวานในขณะที่มันเปรี้ยว อย่างไรก็ไม่ได้กินหวาน แต่เราจะสิ้นโอกาสที่จะ กินความหวาน วันนี้สิ่งที่คนไทยอยากได้คือรัฐบาลมาแก้ไขปัญหา แต่เมื่อเราเห็นว่าอย่างไรก็ไปไม่ได้ ทำไมเราไม่ใช้สภาผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบสิ่งที่ผ่านมาแทน วัน นี้ถ้าเราอยู่แบบหลอกตัวเอง เรา คิดว่าเราจะเป็นรัฐบาล แต่ ส.ว. พูดชัดว่าตั้งเอง ดังนั้นถ้าคิดว่าจะมี ส.ว.ที่เป็นกลางมาโหวตให้กับฝ่ายเรา ผมว่าเราไม่ควรกินข้าวกันอีกต่อไป" นายจตุพรกล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ