เอกชนแห่ใช้สิทธิ'FTA-GSP'โตทะลุ2%

ข่าวเศรษฐกิจ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * กรมการค้าต่าง ประเทศเผยการใช้สิทธิประ โยชน์ทางการค้าไตรมาสแรกมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.38% อาเซียนใช้สิทธิสูงสุด คาดยอดมีแนวโน้มโตอีก นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภาย ใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษี ศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ใน ช่วง 3 เดือนของปี 2562 (ม.ค.- มี.ค.) มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ รวมอยู่ที่ 18,039.03 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการ ใช้สิทธิประโยชน์ฯ อยู่ที่ 76.89% เพิ่มขึ้น 2.38% โดย แบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประ โยชน์ภายใต้ความตกลงการ ค้าเสรี (FTA) 16,745.54 ล้าน เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.08% และมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) มูลค่า 1,293.49 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.92%

ทั้งนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ ภายใต้ FTA ปัจจุบันมี 12 ฉบับ และกำลังจะมีฉบับที่ 13 คืออาเซียน-ฮ่องกง จะบังคับใช้ 11 มิ.ย.2562 โดยคู่ค้าที่ไทยใช้สิทธิ ประโยชน์ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.อาเซียน มูลค่า 6,228.20 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.จีน มูลค่า 4,319.55 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ญี่ปุ่น มูลค่า 2,051.10 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.ออสเตรเลีย มูลค่า 2,024.17 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.อินเดีย มูลค่า 1,168.25 ล้านเหรียญสหรัฐ

"ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2562 เป็นต้นไป กรมจะเริ่มให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Form D อย่างเต็มรูปแบบกับบรูไน ซึ่ง เป็นประเทศที่ 5 เพิ่มเติมจากสิงค โปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกให้กับผู้ประ กอบการไทยในการส่งออกไปบรูไน ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันสิน ค้าไทยที่ส่งออกไปบรูไนยังมีการใช้สิทธิ FTA น้อย แต่การมี e-Form D จะช่วยให้ไทยส่งออกไปบรูไนได้เพิ่มมากขึ้น" นายอดุลย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 กรมคาดว่ามูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทั้ง FTA และ GSP จะมีมูลค่าประมาณ 81,025 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% แต่ต้องจับตาดูทิศทางการส่งออก.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ