บริษัทตั้งใหม่เม.ย.เพิ่ม16%

ข่าวเศรษฐกิจ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

SCBมองเศรษฐกิจขาลงหั่นจีดีพีเหลือ3.3%

ไทยโพสต์ * กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยบริษัทตั้งใหม่เดือน เม.ย.มีจำนวน 5,944 ราย เพิ่มขึ้น 16% มีทุนจดทะเบียนรวม 1.5 หมื่นล้านบาท จับตาธุรกิจตั้งใหม่พื้นที่รอบกรุงเทพฯ บูม ไทยพาณิชย์หั่นจีดีพี

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประ เทศในเดือน เม.ย.2562 มีจำนวน 5,944 ราย เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.2561 ที่มีจำนวน 5,120 ราย เพิ่มขึ้น 16% แต่เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.2562 ที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 6,876 ราย ลดลง 14% โดยธุรกิจที่ตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ยังคงเป็นธุรกิจก่อสร้างอา คารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตา คารและร้านอาหาร มีทุนจัดตั้งใหม่รวม 15,000 ล้านบาท ทำให้ยอดรวม 4 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) มีจำนวน 26,694 ราย เพิ่มขึ้น 6% ส่วนทุนจดทะเบียนรวมมีมูลค่า 67,391 ล้านบาท ลดลง 31%

"ในเดือน เม.ย.นี้ ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ในพื้นที่รอบๆ กรุงเทพฯ อย่างนนทบุรี สมุทร ปราการ มีการจดจัดตั้งธุรกิจใหม่ เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟฟ้า ขณะที่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็มีการจดตั้งธุรกิจใหม่ ทั้งการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เพื่อรองรับการ ลงทุนในพื้นที่อีอีซี"

สำหรับธุรกิจเลิกกิจการในเดือน เม.ย.2562 มีจำนวน 985 ราย เมื่อเทียบกับ เม.ย.2561 ที่มีจำนวน 795 ราย เพิ่มขึ้น 24% เทียบกับ มี.ค.2562 ที่มีจำนวน 1,075 ราย ลดลง 8% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และค้าสลาก มีทุนเลิกกิจการ 3,830 ล้านบาท ลดลง 51% ส่วนยอดรวมเลิกกิจการ 4 เดือน มีจำนวนรวม 4,273 ราย เพิ่มขึ้น 10% มีทุนจดทะเบียนเลิกรวม 13,825 ล้านบาท ลดลง 48%

ส่วนแนวโน้มการจดตั้งบริษัทใหม่ในเดือน พ.ค.2562 คาดว่าจะดีขึ้น เนื่องจากธุรกิจจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ส่วนยอดรวมทั้งปีคาดว่าจะมียอดจัดตั้งใหม่ประมาณ 70,000 ราย

ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3.3% ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ 3.6% เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีต่อภาคการส่งออกสินค้าของไทยซึ่งมากกว่าที่คาดในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา และยังรวมถึงเหตุ การณ์ล่าสุดด้านสงครามการค้า ระหว่างจีนและสหรัฐที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ส่งผลต่อการส่งออก สินค้าของไทยโดยตรง โดยเฉพาะ ในส่วนของสินค้าส่งออกของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าจีนที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ หมวดแผงวงจรไฟฟ้า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ สงครามการค้ายังส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากความตึงเครียดด้านการค้าและการลงทุนของโลกที่เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มเป็นปัจจัยทางอ้อมที่ส่งผล กระทบต่อภาคการส่งออกสินค้าของไทยได้อีกทางหนึ่ง ด้วยเหตุนี้อีไอซีจึงประเมินว่าการส่งออกไทยปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ที่ 2.7% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3.6% เหลือขยายตัวเพียง 3.3% ในปีนี้.

บรรยายใต้ภาพ

วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ