แบงก์รัฐถกธปท. ขอปลดล็อก'LTV' 'ธอส.'ปล่อยกู้วูบ

ข่าวเศรษฐกิจ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * "คลัง" เตรียมหารือ ธปท.ขอผ่อนเกณฑ์มาตรการคุมสินเชื่อบ้านให้แบงก์รัฐ อ่วมหนักกระทบยอดปล่อยกู้ทรุด "ธนารักษ์" ดีเดย์ 7 ก.ค.นี้ เริ่มใช้กฎหมาย ที่ราชพัสดุฉบับใหม่

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรม การผู้จัดการธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการ คลัง (สศค.) กระทรวงการ คลัง ได้เรียก ธอส.และธนา คารออมสิน ให้ข้อมูลผลกระ ทบมาตรการคุมสินเชื่ออสัง หาริมทรัพย์ (LTV) ของธนา คารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อที่จะไปหารือกับ ธปท. ให้ผ่อนผันเงื่อนไขในการปล่อยกู้บ้านให้กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ที่เป็นการปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อย และส่วนใหญ่เป็นการปล่อยกู้บ้านหลังแรก

ทั้งนี้ ยอมรับว่าในส่วนของ ธอส.ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ค่อนข้างรุนแรง โดยการปล่อยกู้ในไตรมาส 1/2562 โดยเฉพาะในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีการอนุมัติสินเชื่อถึง 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อหนีมาตรการ LTV ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย.2562 ขณะที่การปล่อยกู้ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 9 พันล้านบาท จากทุกปีเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการ LTV และมีวันหยุด ค่อนข้างมากในเดือนดังกล่าว

สำหรับการปล่อยกู้ใน ครึ่งแรกของเดือน พ.ค.2562 ยอดปล่อยกู้ลดลง 30-35% หากเป็นเช่นนี้จะทำให้ปีนี้ ธอส.ปล่อยกู้ต่ำกว่าเป้าหมาย 6 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.03 แสนล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังว่าจะหารือกับ ธปท. ให้ผ่อนผันเกณฑ์ LTV กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้หรือไม่

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ กรมจะเริ่มนำ พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ โดยมีการปรับปรุงอำนาจการใช้พิจารณาการลงทุนในที่ราชพัสดุใหม่ โดยให้อำนาจกรมธนารักษ์พิจารณาการลงทุนที่ราชพัสดุที่มีมูลค่าที่ดินต่ำกว่า 500 ล้านบาทได้ทันที ส่วนถ้าเป็นที่ราชพัสดุที่มูลค่าเกิน 500 ล้านบาท จะให้อำนาจของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ซึ่งมี รมว.การคลังเป็นประธานพิจารณาได้ ยกเว้นกรณีถ้าเป็นพื้นที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 7 การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น ถนน ศูนย์ประชุมหากเป็นที่ราชพัสดุเกิน 5,000 ล้านบาท จะต้องเสนอเข้าคณะกรรมการร่วมทุนภาครัฐและเอกชน (พีพีพี).


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ