เชื่อมั่นเอกชนหดทุกตัว

ข่าวเศรษฐกิจ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สอท.ชี้การเมืองทำพิษ

ดัชนีธุรกิจเอสเอ็มอีดิ่ง

อารีย์ * ส.อ.ท.เซ็งดัชนีเชื่อมั่นเอกชนงวด เม.ย.ลดลงทุกตัว อยู่ที่ระดับ 96.3 คาดการณ์ 3 เดือนอยู่ที่ 101.9 ชี้ความผันผวนเศรษฐกิจโลกทำพิษ หอการค้าเผยดัชนีเอสเอ็มอีทรุดเช่นเดียวกัน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประ ธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประ เทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผล สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประ กอบการเดือน เม.ย.2562 อยู่ที่ระดับ 95 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 96.3 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการได้เร่งการผลิตไปในช่วงเดือนก่อนหน้า เพื่อชดเชยการผลิตในเดือน เม.ย. ที่มีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมีความกังวลต่อกำลังซื้อที่ลดลง โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค จากปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการส่งออกที่หดตัวตามการชะลอตัวของการค้าโลก รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ และต้อง การให้มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อให้มีการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจทั้งด้านการค้าและลงทุน

นอกจากนี้ ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ายังปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 101.9 ลดลงจากเดือนก่อนที่คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 104.2 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

"ส่วนตัวยอมรับว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือน เม.ย.ที่ลดลงครั้งนี้ เป็นผลจากการที่ดัชนีทุกตัวตกลงแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นที่แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ กลุ่มที่เน้นตลาดต่างประเทศ แบ่งตามขนาดผู้ประกอบการรายใหญ่ กลาง เล็กก็อ่อนไหว แบ่งตามภูมิภาคก็มีความเชื่อมั่นตกลงทั้งหมดทุก 5 ภูมิภาคทำให้ดัชนีเดือน เม.ย.ออกมาลดลง ตลอดจนดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าก็ยังลดลงตามไปด้วย เป็นสถิติที่ไม่ค่อยสวยและน่ากังวล" นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดในขณะนี้ คือ อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และมีเสถียรภาพสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้เดินหน้าต่อไปได้

ด้านนายธนวรรธน์ พล วิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำ รวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า และบริการประจำไตรมาส 1/2562 ทั่วประเทศ พบว่า ลดลงเหลือ 48.7 จากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับที่ 49 โดยในจำนวนนี้พบว่าเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของ ธพว.ลดลงอยู่ที่ระดับ 55.5 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของ ธพว. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 41.6

นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน ทั้งสถานการณ์ธุรกิจที่ลดลงมาอยู่ที่ 43.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาจากสถานการณ์สภาพคล่องหนี้สินโดยรวม ยอดขาย ตลอดจนกำไรสุทธิที่แย่ลง ด้านความสามารถในการทำธุรกิจก็ลดลงต่ำกว่าค่ากลางเหลือ 49.9 เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น มีผลต่อการตั้งราคาและกำไรจากการขาย และการเข้าถึงแหล่งทุนที่ยากขึ้น

"ภาวะเศรษฐกิจของผู้ประ กอบการเอสเอ็มอีในปีนี้ คาดจะ เติบโต 5% โดยเฉพาะเดือน พ.ค. นี้จะโตที่ 4.3-4.8% โดยภาพรวมถือว่าปรับตัวลดลงจากปีก่อนโตที่ 5.3% ซึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว" นายธนวรรธน์กล่าว.

บรรยายใต้ภาพ

สุพันธุ์ มงคลสุธี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ