ประชุมเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ทั่วประเทศ ย้ำ ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อประโยชน์ต่างๆ

ข่าวบันเทิง 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ระดับประเทศครั้งที่ 3/2562 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงาน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานร่วมกันในรอบ 3 เดือน รวมทั้งให้ศพก. และแปลงใหญ่ ช่วยประชาสัมพันธ์เกษตรกรในพื้นที่ ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้เกษตกร โดยเฉพาะ มีสิทธิในการเข้ารับการอบรมซื้อ 3 สาร การช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติ หรือสิทธิในการได้รับการรับรอง GAP นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ (Logo) สินค้าแปลงใหญ่และ ศพก. พร้อมหลักเกณฑ์การใช้ตราสัญลักษณ์เพื่อสร้าง Brand สินค้า เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าสินค้าจากแปลงใหญ่และ ศพก. เป็นสินค้าที่ได้คุณภาพและการรับรองมาตรฐาน
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การพัฒนาแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพราะเป็นนโยบายสำคัญที่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร โดยให้ภาครัฐและเกษตรกรได้มาหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขและขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง การประชุมเครือข่ายฯ จึงเป็นการหารือร่วมกันของกลุ่มเกษตรกรเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการ และการใช้แนวทางตลาดนำการผลิต การสร้างความเข้มแข็งของตลาดภายใน รวมทั้งการจัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกร ได้ร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ ปัญหาและหาบทสรุป เพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ผ่านเครือข่ายเหล่านี้ เพื่อไปถ่ายทอดและสร้างความเข้าใจในกลุ่มของตัวเองตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา อย่างเช่น ในปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังขับเคลื่อนนโยบายบริหารจัดการวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ (Mega Farm Enterprise) ที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกร ตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งมีผลผลิตจำหน่ายออกสู่ตลาดให้มีศักยภาพก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ดังนั้นประธานเครือข่ายก็ต้องทำความเข้าใจว่านโยบายเป็นอย่างไร มีและแนวทางขับเคลื่อนในทิศทางไหน เป็นสิ่งที่เราต้องมาสื่อสารกันตลอดเวลาเพื่อความเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องในระดับพื้นที่ ในขณะเดียวกันหากการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่มีปัญหาอะไรก็จะได้นำมาสะท้อนในเวทีนี้ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ยังมีการถ่ายทอดประสบการณ์และสิ่งที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในต่างประเทศของคณะกรรมการเครือข่าย ศพก. และแปลงใหญ่ระดับประเทศ รวมทั้งการดำเนินงานโครงการรวมพลังสร้างมูลค่าจากไร่น่าสู่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กรมส่งเสริมการเกษตรจัดขึ้น เพื่อเกิดประโยชน์กับเกษตรกรโดยตรง โครงการดังกล่าวฯ เป็นการให้ความรู้ในจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่และชุมชน ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดปัญหาหมอกควัน สร้างสมดุลระบบนิเวศในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นปัจจัยการผลิต และพลังงานชีวมวล โดยมีเป้าหมายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร จำนวน 26,460 ราย ในพื่นที่ ศพก. 882 ศูนย์ และ ศดปช. 882 ศูนย์ นอกจากนี้ ยังฝากถึงความสำคัญในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพราะในอนาคตหลังจากประกาศการะทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลบังคับใช้ จะทำให้เริ่มจำกัดและควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต อีกด้วยซึ่งเกษตรกรที่ต้องการใช้ ยังสามารถใช้ได้โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ ต้องมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรเข้ารับการอบรม ผ่านการทดสอบ และนำสิทธิ์ที่ได้ไปซื้อสารเคมี 3 ชนิด ตามเงื่อนไขนั้นๆ" อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ