คอลัมน์: เกษมราษฎร์: จับตา 'การเมือง' บนถนน ปม 'ธนาธร' จุดติดหรือไม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:34 น.

"ส่งกำลังใจให้เอก ธนาธร ขอส่งเป็นบทกลอนผ่านมาตามเสียงเพลง อดทนไว้ อนาคตใหม่ คนเก่ง ใจนักเลงคือ เอก ธนาธร คนใส่ร้าย ใส่ความ มันสาดโคลน ยืนให้ตรงด้วยอุดมการณ์ เป็นกองหน้าประชาธิปไตย เดินตรงไปด้วยหัวใจนักต่อสู้ มันแต่งเติม ใส่ร้าย ใครก็รู้ ศัตรูประชาธิปไตย" บทเพลงที่ขับร้องโดย "แซม สนธยา" ศิลปินเพื่อชีวิต เพื่อให้กำลังใจในช่วงเวลาที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และลูกพรรค กำลังโดนมรสุมอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องวินิจฉัยคุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปมถือหุ้นสื่อ "วี-ลัค มีเดีย" ที่เป็นประเด็นร้อนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สู่ศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าไม่แปลกใจบรรดาคอการเมืองมากสักเท่าไร แม้อาจจะขัดใจบรรดา "สาวกพ่อของฟ้า" อยู่บ้าง แต่กรณีคำสั่ง "ยุติการปฏิบัติหน้าที่" ส.ส.ต่างหาก ที่ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถาม ทั้งจากคนที่เป็นกองเชียร์และคนที่เริ่มเห็นว่ามีกลิ่นตุๆ โชยมา

โดยเฉพาะการที่นาย "ธนาธร" ในฐานะ "หัวหอก" ของฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ได้เข้าร่วมในงานรัฐพิธีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 พ.ค. แต่จากคำสั่ง "หยุดปฏิบัติหน้าที่" ที่ยังไม่มีกำหนดคลายล็อก จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ได้โหวตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาแน่ๆ ท่ามกลางความคลุมเครือว่า สุดท้าย "ธนาธร" จะได้โอกาสกลับมาเหยียบรัฐสภาในฐานะ ส.ส.เต็มตัว ตามที่บรรดาคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย และคนรุ่นเก่าบางจำพวกเรียกร้องเมื่อใด

ผนวกกับข่าวที่ "นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ประกาศลาออกจากตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่" ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า "ความฝันจางๆ" หลังจากการประกาศตัวว่าพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของนายธนาธรถูกดับลงอย่างสมบูรณ์แบบ หลังก่อนหน้านี้ไม่นาน "พรรคพี่ใหญ่" อย่างเพื่อไทยประกาศยกธงขาวขอชิงเพียงตำแหน่งประธานสภา

ขณะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่าง "เสรีรวมไทย" ก็ประกาศชัดว่า พร้อมยก "10 เสียง" ทั้งหมดที่มีหนุนให้ แก๊งขั้วที่ 3 (รึเปล่า?) อย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่จึงกลายเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (ลม) ไปโดยปริยาย

อย่าลืมว่าวันที่พวกเขาแถลงข่าวที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ และบอกว่าสามารถรวมเสียงได้มากกว่า 250 เสียงนั้น เป็นเพียง "ภาพมายา" ที่ยังไม่เจอฤทธิ์การเล่นแร่แปรธาตุของ กกต. จากการตีความกรณีคะแนนเสียงต่อ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ จนทำให้บรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยที่ได้คะแนนไม่ถึง 71,000 คะแนน ชูหน้าสลอนแต่งชุดขาวหล่อเข้าสภาได้พรรคละ 1 คน จำนวน 12 พรรค และทั้งหมดพร้อมชูมือให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย จนทำให้เสียงฝ่ายประชาธิปไตยหายไปถึง 9 เสียง

โลกแห่งความจริงอันโหดร้ายยิ่งตอกย้ำบรรดานักฝันทั้งหลาย เมื่อมีกระแสข่าวออกมาอีกว่า ส.ส. 5 จาก 6 คน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ เตรียมเข้าซุ้ม "พลังประชารัฐ" โดยเหลือหัวหน้าพรรคยึดคำสัตย์ตามที่ให้ไว้ก่อนเลือกตั้ง โด่เด่แต่เพียงผู้เดียว

ที่น่าเจ็บใจกว่าคือ หนึ่งใน 6 พรรคที่เข้าร่วม "สัตยาบันแลงคาสเตอร์" อย่าง "พรรคเพื่อชาติ" ที่มีตราปั๊มยี่ห้อ "จตุพร พรหมพันธุ์" ตีตราอยู่กลางหน้าผาก แต่ก็ยังไม่วายว่าจะมีประมาณ 3 หน่อ ไปจอยกับ "ลุงตู่" และที่เจ็บช้ำที่สุดและต้องจับตาดูกันให้ชัดคือ บรรดา "งูเห่าสีส้ม" ที่ยิ่งใกล้วันเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งมีข่าวเรื่องนี้หลุดมาอย่างต่อเนื่อง และดูจะเข้าเค้าขึ้นเรื่อยๆ

หลายๆ เหตุการณ์ยิ่งสุมให้ความคับข้องใจของบรรดา กองเชียร์ "พ่อฟ้า" พุ่งสูงขึ้นไปอีก หลายคนก่นด่า สาปแช่งกระบวนการยุติธรรมที่ดูเหมือนมี "ใบสั่ง" เพื่อจงใจ "เตะตัดขา" นายธนาธรให้เข้ารัฐสภา "ช้ากว่าเพื่อน" หรือที่แย่หน่อยอาจลามไปถึงตัดสิทธิทางการเมืองกันเลยทีเดียว

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยทั้งฟากนักการเมืองที่เป็นของพรรคอนาคตใหม่เอง และนักกิจกรรมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เริ่มมีการเคลื่อนไหว อย่างข้อความในโซเชียลมีเดียที่นัดประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับหลายเหตุการณ์หลังการเลือกตั้ง ร่วมกันแต่งชุดดำ ไปรวมตัวกันที่หน้าหอศิลป์ กทม. ในวันที่ 24 พ.ค.

ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า uprising และม็อบ ว่าต่างกันอย่างไร แบบไหนคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม "จะไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องชักไฟออกจากเตา อย่าสุมความร้อน มันจะลามไหม้บ้านได้ เรื่องแบบนี้คนเข้าใจก็เข้าใจ คนไม่รู้เรื่องบอกไปก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่คอยชมครับ"

ที่ผ่านมานับแต่ คสช.อยู่ในอำนาจมานานกว่า 5 ปี ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองใดๆ เกิดขึ้น จะมีก็เพียงแค่เกิดเป็นหย่อมๆ และไม่มีมรรคผลใดๆ เว้นแต่จะมีความปั่นป่วนเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้ "ความสงบ" ยังคงเป็นสิ่งที่ "ขายได้" ภายใต้ยี่ห้อ "คสช." แต่จากนี้เกมการเมืองจะเปลี่ยนไป ในฐานะที่นายธนาธรเป็นตัวละครใหม่ ไม่ได้เป็น "นอมินี" ของใคร ไม่ว่าจะเป็นขั้วแดง เหลือง หรือเขียว และที่สำคัญ ประเทศมีการเลือกตั้งใหญ่มาแล้ว หลังเปิดสภาอย่างเป็นทางการ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ได้อยู่ในสถานะที่ "แตะต้องไม่ได้" อีกต่อไป

ที่สำคัญกว่านั้น กว่า 6,000,000 คะแนน ที่ประชาชนมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่ธนาธรและผองเพื่อน จนเป็นพรรคที่ได้คะแนนอันดับที่ 3 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ให้การสนับสนุน และยิ่งพวกเขาเห็นหลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับขวัญใจของพวกเขานั้นที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสไม่น้อยที่  "การเมืองจะกลับสู่ท้องถนน"

และในครั้งนี้จะไม่ได้มีเพียงแต่นักกิจกรรมหน้าเดิมๆ เท่านั้นที่เข้าร่วม แต่จะเป็นจุดกำเนิดของ "นักกิจกรรมหน้าใหม่" ที่ไม่ได้มีความยึดโยงใดๆ กับทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ แต่ทุกคนมาเพราะความไม่เป็นธรรมที่ "พ่อของฟ้า" ถูกเลือกปฏิบัติ

แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ก่อนที่จะออกมาแสดงพลัง ความเกรี้ยวกราดบนท้องถนนนั้น "อะไร" คือสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับความคิด ความเชื่อ ของพวกเขาจริงๆ กันแน่.

ที่สำคัญกว่านั้น กว่า 6,000,000 คะแนน ที่ประชาชนมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่ธนาธรและผองเพื่อน จนเป็นพรรคที่ได้คะแนนอันดับที่ 3 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ให้การสนับสนุน และยิ่งพวกเขาเห็นหลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับขวัญใจของพวกเขานั้นที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสไม่น้อยที่ "การเมืองจะกลับสู่ท้องถนน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง