เหตุผลที่ 'บีอาร์เอ็น' ไม่คุยสันติสุข กับทางออก 'ไฟใต้' ต้องจบที่มาเลเซีย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:57 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

เชื่อว่าข่าวที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจที่สุด ณ ขณะนี้คือข่าว การเมือง การแบ่งปันผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและนักการเมือง ในการที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้กำลังจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อการ สืบทอดอำนาจ ทางการเมือง ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนในประเทศ ทั้งฝ่าย เชียร์ และฝ่าย แช่ง ต่างติดตามดู เหลี่ยมคู ของนักการเมือง และ เหลี่ยมคู ของทีมตู่ และพี่น้อง บูรพาพยัคฆ์ ป๊อก, ป้อม ชนิดไม่กะพริบตา ในขณะที่คนไทยจำนวนหนึ่งต่างตั้งคำถามว่า สุดท้ายการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา เลือกเพื่อ คนไทย ก้าวพ้น หลุมดำ ความตกต่ำทั้งปวงของประเทศ หรือเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง นายทุน ขุนทหาร เพื่อให้เกิดการสืบทอดอำนาจอีก กระทอก หนึ่ง

วันนี้เรื่องความรุนแรง ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ไม่แพ้เรื่องความ ขัดแย้ง ในสังคม เรื่องเศรษฐกิจตกต่ำที่มีผลกระทบกับ คนจน ค่อนประเทศ เนื่องจากเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นความ สยดสยอง ที่มีคนตายจริง เจ็บจริง เสียหายจริง และถ้าการดับ ไฟใต้ ทำไม่สำเร็จ หมายถึงอาจจะเกิดการสูญเสียอธิปไตยในอนาคต

อย่าดีใจกับการที่เดือน รอมฎอน ปีนี้ การก่อเหตุรุนแรงลดน้อยลง หรือไม่มีเหตุร้ายที่รุนแรง มีเพียงเหตุ รายวัน ที่บีอาร์เอ็นสร้างขึ้นเพื่อ หล่อเลี้ยง สถานการณ์ เพื่อ รักษา สถิติ ให้เห็นว่า แผ่นดินใน 4 จังหวัดยังเกิดเหตุร้าย และมี คนตาย เกิดขึ้น

เพราะต้องไม่ลืมว่า ยุทธศาสตร์ ของ บีอาร์เอ็นนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ กวนหมวน ให้ กองกำลังของเขา บาดเจ็บ ล้มตาย หรือถูกจับกุม บีอาร์เอ็นก็จะไม่ ตอบโต้ ด้วยการ เอาคืน เจ้าหน้าที่รัฐ และเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งในช่วงที่บีอาร์เอ็นไม่เกิดความสูญเสีย สมุนของบีอาร์เอ็นก็จะลดการก่อเหตุรุนแรง เหลือเพียงเหตุร้ายที่ก่อขึ้นเพื่อ หล่อเลี้ยง สถานการณ์ตาม ยุทธศาสตร์ งานการ ทหาร 30 งานการเมือง 70

แต่..ถึงอย่างไรก็ต้องยกความชอบให้กับ พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่มีความตั้งใจใช้นโยบายในการดับ ไฟใต้ ทั้งด้าน ยุทธการ และงาน การเมือง การสร้างความเข้าใจกับมวลชน ทั้ง พุทธ และ มุสลิม รวมทั้งการบังคับใช้ กฎหมาย เพื่อสร้างความ เท่าเทียม และความสงบให้เกิดขึ้น จนทำให้ รอมฎอน เดือนนี้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายอ่อนแอลดน้อยลง

มองไปข้างหน้า มองไปยังนโยบายดับ ไฟใต้ ที่เป็นนโยบายหลัก ที่ไม่ใช่แค่รักษาความสงบ รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหมือนงาน รูทีน ไปแล้วนั้น ต้องยอมรับว่า ยังมองไม่ชัดว่า ทางออก จาก ไฟใต้ อย่างถาวรจะเกิดขึ้นอย่างไร

เรื่องที่น่าจะจบลงแล้วในรัฐบาลชุดนี้ คือเรื่อง การพูดคุยสันติสุข ที่ผ่านมา 5 ปีของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะ พูดคุย แล้ว 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งหลัง ที่การ พูดคุย ไม่มีอะไรคืบหน้า เป็นเพียง ยาเก่าในขวดใหม่ และสุดท้ายน่าจะเป็น ยาหมดอายุ เพราะไม่ปรากฏว่าจะรักษาโรคที่เกิดขึ้นได้ผลแต่อย่างใด

สุดท้ายหัวหน้าคณะก็ได้รับ อานิสงส์ ได้ อวยยศ เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เป็นการปูนบำเหน็จ ซึ่งอาจจะต้องพ้นหน้าที่ของหัวหน้าคณะ พูดคุย เช่นเดียวกับบรรดาคณะ ครม.ส่วนหน้า หรือผู้แทนพิเศษ ที่ส่วนใหญ่ได้รับ ความชอบ เป็นสมาชิกวุฒิสภา ทิ้งไว้เพียงคำถามว่า 3-4 ปีที่ได้ทำหน้าที่ ครม.ส่วนหน้า หรือผู้แทนพิเศษรัฐบาล มีผลงานอะไรที่ งอกเงย เพื่อให้คนในพื้นที่มองเห็นและกล่าวถึง ที่พอที่จะให้คุ้มกับเงินเดือนและงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งแน่นอน เงินงบประมาณที่ใช้ไปกับ ภารกิจ ของ ครม.ส่วนหน้า คือภาษีประชาชนทุกคน

ในขณะเดียวกัน ฟากของ มารา ปาตานี ซึ่งเป็น หุ่นเชิด ของฝั่งมาเลเซีย ที่ตั้งขึ้นเพื่อ พูดคุย กับหัวหน้าคณะพูดคุยของฝ่ายไทยนั้น ล่าสุด อุสตาสสุกรี ฮารี หรือ มะสุกรี ได้ลาออกจากหัวหน้าคณะ พูดคุย เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสาเหตุที่มีการลาออก เพราะคงเห็นชัดว่า การ พูดคุย ไม่มีประโยชน์ และใน มารา ปาตานี ขาดเอกภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว ขบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพูโลเก่า พูโลใหม่ บีไอพีพี ต่างกลุ่มต่างแอบ พูดคุย กับคณะ พูดคุย กับฝ่ายไทย เพื่อแสวงหาประโยชน์ของกลุ่มตนทั้งสิ้น ดังนั้น ดีล ของการ พูดคุย ในรัฐบาล คสช.คงจบสิ้น และจะมีการ พูดคุย อีกหรือไม่ น่าจะเป็นเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่

โดยข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่า ปัญหา ไฟใต้ ที่ดับไม่สำเร็จ เงื่อนปมอยู่ที่บีอาร์เอ็น การ พูดคุย สำเร็จ หรือล้มเหลว ขึ้นอยู่กับบีอาร์เอ็น เพื่อขบวนการเดียวเท่านั้น เพราะขบวนการอื่นๆ ถึงมีอยู่ ก็เหมือนไม่มี เพราะสภาพของขบวนการเป็นเพียง รถเปล่า ไม่มีทั้งเครื่องยนต์ และไม่มีทั้งผู้โดยสาร

ในขณะที่บีอาร์เอ็นเป็นขบวนการที่มีเครื่องยนต์ มีผู้ขับเคลื่อน และมีผู้โดยสาร มีฐานที่มั่นในประเทศมาเลเซียอย่างมั่นคง มีกำลังในพื้นที่ภาคใต้ ที่จัดตั้งเป็นระบบ ที่สำคัญสิ่งที่ขบวนการอื่นๆ ไม่มีนั่นคือ บีอาร์เอ็นมีงบประมาณในการขับเคลื่อนในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ระยะยาว

การต่อสู้ในหลายสิบปีที่ผ่านมาที่ไม่ได้ทำให้บีอาร์เอ็นอ่อนแอ เป็นเพราะวันนี้บีอาร์เอ็นมีเงินที่อยู่ในการบริหารของ แกนนำ ถึง 4,000 กว่าล้าน ไม่ได้เขียนผิด เป็น สี่พันกว่าล้าน ที่เพียงพอให้แกนนำในขบวนการที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สามารถเสวยสุข และสามารถวางแผนในการสร้างผู้นำเพื่อ สืบทอด อำนาจ โดยการอ้างอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดนอีกยาวนาน

ที่บอกว่าอีกยาวนาน เนื่องจากในทุกวันนี้ บีอาร์เอ็นยังมีเงินที่เก็บจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งรายวัน รายเดือน รายปี ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้าน เพื่อใช้ในการ หล่อเลี้ยง ในการทำสงครามประชาชน และสงคราม จรยุทธ์ เพื่อสร้างความสูญเสียให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชน

บีอาร์เอ็นไม่ใช่ขบวนการที่ยากจน บีอาร์เอ็นใช้ วาทกรรม ในการสร้าง อุดมการณ์ เพื่อ หลอกล่อ ผู้คนเข้าสู่ขบวนการ เพื่อการ แบ่งแยกดินแดน ซึ่งการแบ่งแยกดินแดนจะสำเร็จเมื่อไหร่ อีก 10 ปี อีก 100 ปี บีอาร์เอ็นไม่ได้นำพา เพราะแกนนำบีอาร์เอ็นทุกคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างมีความสุขอยู่กับเงินจำนวน 4,000 กว่าล้าน และมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี

เสียดายก็เพียงอย่างเดียว ที่หน่วยงานความมั่นคงไม่พยายามแสวงหาข้อมูลเหล่านี้ เพื่อมาบอกกล่าวให้กองกำลังและมวลชนในพื้นที่ผู้ฝักใฝ่บีอาร์เอ็น และต้องการแบ่งแยกดินแดนได้ทราบ เพื่อชี้ให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของแกนนำบีอาร์เอ็นที่มีความสุขกับเงินกว่า 4,000 ล้านบาท

และนี่ต่างหากที่ทำให้บีอาร์เอ็นปฏิเสธที่จะ พูดคุย กับรัฐไทย เพื่อแสวงหาทางออกจากความรุนแรง เพราะโดยข้อเท็จจริง บีอาร์เอ็นต้องการ หล่อเลี้ยง ความรุนแรงเอาไว้ เพื่อรักษา ขุมทรัพย์ ที่บรรดาผู้นำขบวนการต่างได้ เสวยสุข โดยการสร้างกองกำลังเพื่อก่อเหตุร้ายในพื้นที่ของ 4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อรักษา สถานะ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนเอาไว้ให้ได้

การดับ ไฟใต้ ที่ถาวร ไม่มีทางออกอื่น นอกจากรัฐไทยต้องกล้าที่จะ พูดคุย กับประเทศมาเลเซียอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะ แตกหัก เพราะการที่จะ พูดคุย กับบีอาร์เอ็นนั้นไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น ยกเว้นว่าหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดใหม่และฝ่ายความมั่นคงจะร่วมมือหรือถูกมาเลเซียหลอกให้ขับเคลื่อนองค์กร กำมะลอ อย่าง มารา ปาตานี เพื่อแสดง ปาหี่ หลอกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

เชื่อเถอะ การ จัดการ พูดคุยในพื้นที่เพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่ทางออกจาก ไฟใต้ เช่นเดียวกับการใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเดียว เพื่อปิดล้อม ตรวจค้น รักษาความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่ใช่ทางออกที่ถาวร เพราะทางออกที่แท้จริงเพื่อสร้างความสงบให้เกิดขึ้นได้นั้นคือ

ต้องไม่มีขบวนการบีอาร์เอ็นในแผ่นดินของประเทศมาเลเซียเท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง