สตช.ยันแก้หนี้นอกระบบ-ฉ้อโกง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:50 น.

กรุงเทพฯ * เมื่อวันพฤหัสบดี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ. ศปอส.ตร.และหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เป็นประธานประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลอาชญากรรม สถิติรับแจ้ง และผลการดำเนินการที่ผ่านมาของ ศปอส.ตร.

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับทางเทค โนโลยีสารสนเทศยังดำเนินการขับเคลื่อนเหมือนเดิม จึงได้ดำเนินการตรวจสอบเร่งรัดผลการดำเนินการของคดีต่างๆ เบื้องต้นคดีสำคัญๆ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มีความคืบ หน้าในการจับกุมผู้ต้องหา จากนี้จะมีการขยายผลต่อไป ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา คดีที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นสูงไม่ว่าจะเป็นคดีคอลเซนเตอร์ คดีโรแมนซ์สแกมเริ่มลดลง แต่คดีที่ยังมีสูงอยู่คือคดีฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบต่างๆ โดยการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการ เช่นการซื้อขายทัวร์ การหลอกขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง การหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ และการกู้หนี้นอกระบบ ถึงตรงนี้ สตช.ขอยืนยันถึงความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดำเนินการปราบปราบคดีเหล่านี้ต่อไป

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวอีกว่า เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในหลายคดีกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงมีนโยบายสร้างพนักงานสอบสวน ที่มีความเชี่ยวชาญในการสอบสวนตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะไม่ต้องเดินทางเข้ามาร้องเรียนคดีต่างๆ ในกรุงเทพฯ โดยสามารถที่จะให้การกับพนักงานสอบสวนในท้องที่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) จะถูกโอนย้ายไปเป็นข้าราชการพลเรือนที่สำนักนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรอง ผอ.ศปอส.ตร. เป็นผู้ขับเคลื่อนศูนย์ลุยจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรแมนซ์สแกม ทั้งในและนอกประเทศจนแทบหมดไปแถลงข่าวแทบทุกวัน  ส่วนหนี้นอกระบบก็เดินทางไปคืนโฉนดและที่ดินให้ประชาชนทั่วประเทศ แต่หลังจากที่ถูกคำสั่งเด้ง ศปอส.ตร.ก็เงียบไปถึงแม้จะยังเปิดให้บริการประชาชนอยู่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง