'เสี่ยเบนซ์'ส่อรับโทษสถานเบา

ข่าวทั่วไป 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * อัยการชี้หากญาติ "รองตี๋" พอใจค่าเยียวยา "เสี่ยรถเบนซ์" มีสิทธิ์ได้รับโทษสถานเบา ระบุเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องหาจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงาน ผู้ต้อง หาในคดีขับรถเบนซ์ชนรถเก๋ง พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป.เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวได้รับบาดเจ็บ ต่อมาผู้ต้องหาได้พูดคุยไกล่เกลี่ยเยียวยาความเสียหายทางแพ่งแก่ญาติผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนเงินกว่า 45 ล้านบาท ว่าคดีนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของคดีอาญา อัยการจะต้องพิจารณาสำนวนตามพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนสรุปทำความเห็นส่งมา หากยังสงสัยอัยการสามารถสั่งพนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมได้ แต่หากเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวฟังได้แล้ว อัยการก็จะทำความเห็นและเรียกตัวผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดี

นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ส่วนเรื่องทางแพ่งหากผู้เสียหายได้รับการเยียวยาบรรเทาผลร้ายจนเป็นที่พอใจของญาติผู้เสียหายแล้ว จะถือว่าเรื่องนี้เป็นประ โยชน์แก่ตัวผู้ต้องหา เพราะเมื่อญาติผู้เสียหายพอใจการบรรเทาผลร้าย ในกรณีที่อัยการมีความเห็นฟ้องคดีขึ้นสู่ศาล ฝั่งผู้เสียหายอาจจะแถลงต่อศาลว่าได้รับการบรรเทาผลร้ายจากจำเลยจนเป็นที่พอใจ ยิ่งหากตัวจำเลยรับสารภาพ ศาลจะมีอำนาจลดโทษกึ่งหนึ่งด้วย แล้วศาลยังอาจใช้ดุลพินิจในการพิจารณาลงโทษจำเลยสถานเบาจากที่มีการบรรเทาผลร้ายได้อีก ส่วนจะใช้ดุลพินิจอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับศาล ตนไม่อาจก้าวล่วง

"ส่วนตัวเห็นว่าการที่นายสมชายชดเชยเยียวยาเป็นเงินกว่า 45 ล้านบาทให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จะเป็นประโยชน์กับผู้ ต้องหามาก แสดงให้เห็นว่าจำ เลยพร้อมที่จะบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะไปปรากฏในชั้นศาลได้ ญาติผู้เสียหายหรือจำเลยขึ้นแถลงต่อศาลเมื่ออัยการสั่งฟ้องคดีแล้ว หรือจำเลยยื่นข้อมูลตรงนี้ไปยังพนักงานอัยการที่ทำสำนวนคดี" นายโกศัลวัฒน์กล่าว

ด้านนายวีรวุฒิ บำรุงใจ ทนายความของนายสมชายกล่าวว่า ได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้กำหนดผู้อนุบาลดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของบุตรสาวทั้ง 2 คนของ พ.ต.ท.จตุพรเป็นที่เรียบร้อย โดยนายสมชายได้มอบเงินให้แก่บุตรสาวของคู่กรณีทั้งคู่รวม 30 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว และทำการลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สน. ศาลาแดงเอาไว้แล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะรออัยการฟ้อง ซึ่งนายสมชายจะยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จากนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลจะตัดสินเช่นไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอก จากเงินจำนวน 30 ล้านบาทที่เป็นค่าดูแลบุตรสาว 2 คนของ พ.ต.ท.จตุพรหรือรองตี๋ที่ได้รับในวันนี้แล้ว ยังมีส่วนที่นายสมชายชดใช้ไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย ค่าอุปการะให้บุพการีของรองตี๋กับภรรยา จำนวน 5 ล้านบาท ค่ารถยนต์คันใหม่ที่ซื้อให้ทดแทนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ 1.6 ล้านบาท ค่าหนี้สินบัตรเครดิตของผู้ตายทั้ง 2 ราย 5 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาล ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชาสกุล อายุ 12 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจนอาการหายดี รวมทั้งสิ้นกว่า 45 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีอาญานั้น เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดงได้สรุปสำนวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสมชายมายังสำนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 5 ในข้อหา ขณะนี้อัยการได้ตั้ง คณะทำงานขึ้นมาพิจารณาสำ นวน คาดแล้วเสร็จได้ก่อนครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหา.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ