ข่าวอินโฟเควสท์
09:52 เกียวโดเผยมือเผาสตูดิโอแอนิเมชั่นอ้างสตูดิโอขโมยแนวคิดเขียนนิยาย   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้ที่ก่อเหตุเผาสตูดิโอแอนิเมชั่นท…
09:50 โบรกฯเล็ง MACO-W2 เข้าข่ายใช้เกณฑ์ Cash Balance คาดเริ่มใช้ 22 ก.ค.นี้   โบรกเกอร์ คาดว่าใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ.มาสเตอร์ แ…
09:49 ทูตเกาหลีใต้วิจารณ์มาตรการควบคุมการส่งออกระหว่างเจรจารมว.ตปท.ญี่ปุ่น   นายนัม กวาน พโย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ได้วิจารณ์การที่ญี่ปุ่นได้ควบคุมกา…
09:47 TRITN รับเงินเพิ่มทุนครบ 490 ลบ.จาก Zico Trust (s) เสริมแกร่งเงินทุน พร้อมศึกษาลงทุนธุรกิจพลังงาน   นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้…
09:46 สนง.ผู้แทนการค้าสหรัฐเผย "มนูชิน-ไลท์ไฮเซอร์" หารือประเด็นการค้ากับจนท.จีนทางโทรศัพท์วานนี้   สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดเผยว่า เจ้าห…

จับตาเทรดวอร์ปะทุรอบใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:33 น.
'พาณิชย์'ชี้ไทยยังได้เปรียบ
จ่อถกเอกชนวางแผนรับมือ

ไทยโพสต์ * "พาณิชย์" วิเคราะห์สงครามการค้ารอบใหม่ หลังมะกันเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนอีก 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ พบไทยมีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้น 725 รายการ มูลค่าตั้งแต่ 6,400-32,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอาหาร เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬา เครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน พร้อมนัดถก 20 สมาคมและกลุ่มอุตสาหกรรมทำแผนรับมือและผลักดันส่งออกเร่งด่วน 29 พ.ค.นี้

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ประเมินผลกระทบกรณีที่สหรัฐเตรียมปรับขึ้นภาษีสินค้าจากจีนรอบใหม่ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยขณะนี้สหรัฐกำลังจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในเดือน มิ.ย.2562 พบว่ามีประมาณ 3,800 รายการ ส่วนใหญ่ครอบคลุมสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งเบื้องต้นหากมีการปรับขึ้นภาษีจริง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคในสหรัฐที่สินค้าจะมีราคาแพงขึ้น แต่ในส่วนของไทย จะมีโอกาสส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐทดแทนสิน ค้าจากจีนได้เพิ่มขึ้น

"ไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มในตลาดสหรัฐกว่า 725 รายการ  คิดเป็นมูลค่าประมาณ 200-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,400-32,000 ล้านบาท โดยเป็นสินค้าที่ไทย มีส่วนแบ่งตลาดและมีขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้ว เช่น อาหารและเครื่อง ปรุงอาหาร น้ำผลไม้ ขิง ชาเขียว เสื้อผ้าและผ้าผืน รองเท้า อุปกรณ์กีฬา เครื่องประดับ และของใช้ในบ้าน  เป็นต้น" น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

ส่วนกลุ่มที่สหรัฐขึ้นภาษีเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 มูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จำนวน 5,745 รายการ และจีนขึ้นภาษีตอบโต้ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จำนวน 5,140 รายการ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิ.ย.2562 นั้น พบว่า ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น ทั้งในตลาดสหรัฐและจีน โดยสินค้ากลุ่มที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก ได้แก่ ผักและผลไม้สดและแปรรูป เครื่องดื่ม ไก่สดแช่แข็ง อาหารปรุงแต่ง เสื้อผ้าและรองเท้า เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าเดิมที่เคยได้รับผลกระทบ อย่างกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะตลาดรับรู้ถึงการปรับขึ้นภาษีไปแล้วครั้งหนึ่ง และผู้ประกอบการไทยได้มีการปรับตัว ทำให้แนวโน้มการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้เริ่มมีสัญญาณหดตัวน้อยลง

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้นัดประชุมกับตัวแทนอุตสาหกรรมกว่า 20 สมาคมและกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ และการปรับกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อปรับวิกฤติจากสงครามการค้าให้เป็นโอกาสส่งออกของไทย และยังจะใช้โอกาสนี้หารือถึงแนวทางการรับมือสงครามการค้า และการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระยะยาวของไทย ก่อนที่จะ นำเสนอให้คณะกรรมการนโย บายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ในวันที่ 11 มิ.ย.2562 พิจารณาต่อไป.

บรรยายใต้ภาพ
พิมพ์ชนก วอนขอพร